--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันศุกร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2553

ผ่าทางตันวิกฤติประเทศไทย เจรจาอย่างสันติ ถอยคนละก้าว

ใกล้ถึง วันดีเดย์เคลื่อนไหวใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงอีกครั้งในวันเสาร์ที่ 27 มี.ค. หลังจากปักหลักชุมนุมนานกว่า10 วัน แกนนำได้งัดสารพัดยุทธศาสตร์เคลื่อนไหวเรียกเสียงฮือฮาไปทั่วโลก โดยเฉพาะยุทธศาสตร์สาดเลือด และ ครั้งนี้เตรียมใช่้ไม้เด็ดเชิญ "กินเนสส์บุ๊ก" บันทึกประวัติศาสตร์ หวังกดดันรัฐบาล ชูประเด็นเป็นนายกรัฐมนตรีที่ถูกขับไล่มากครั้งที่สุดในโลก จนทนอยู่ต่อไปไม่ได้ ต้องยุบสภาในที่สุด ก่อนที่จะเดินหน้าขยับเป้าหมายสู่จุดสูงสุด คือ การปรับเปลี่ยนโครงสร้างสังคมไทย ขณะที่รัฐบาลเองก็ยังเดินเกมตอบโต้อย่างเงียบๆ แต่ได้ผล ชนิดที่เรียกว่า "วินาทีต่อวินาที ใครพลาดก็น็อก "

ไม่แปลกที่หลายคนอึดอัดกับ บรรยากาศการต่อสู้ทางการเมือง ประเทศอึมครึม ไม่ราบรื่นสงบสุข หลายคนออกมาแสดงความเห็นเรียกร้องอยากให้บ้านเมืองกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ดูเหมือน "ยังมืดมน" เพราะทั้งสองฝ่ายยังตั้งแง่ เล่นหลบขบเหลี่ยม วางเงื่อนไข ตั้งการ์ดสูงกันทั้งสองฝ่าย และ มีแต่จะเพิ่มดีกรีความร้าวรานขึ้น หากปัญหายังคาราคาซังและทวีความรุนแรงขึ้น เห็นทีประเทศชาติจะถึงคราดิ่งลงเหวอีกครั้ง

พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ อดีตสมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร และ อธิบดีกรมตำรวจ ให้สัมภาษณ์กับ ไทยรัฐออนไลน์ ถึงแนวทางการผ่านวิกฤติครั้งนี้ ว่า ทุกฝ่ายจะต้องฟังเหตุผลกันก่อนว่าทำไมจึงอ้างว่าขอให้ยุบสภา และ อีกฝ่ายหนึ่งก็อ้างว่าไม่ยุบทันทีทันใดตามที่เรียกร้อง แต่จะยุบเมื่อไหร่นั้นบอกไม่ได้ ต้องมาพิจารณาดูว่าเหตุผลที่เรียกร้องดีพอหรือไม่ ต้องฟังเหตุผลกัน วันนี้แกนนำ นปช.บอกว่าจะคุยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียวและจะคุยก็ต่อเมื่อยุบสภาแล้วเท่านั้น หากเป็นเช่นนี้ไม่มีทางที่จะไปกันได้

ข้อเรียกร้องวันนี้ไม่สมเหตุ สมผล การเรียกร้องต้องมีเหตุผล ยกเหตุผลออกมาประจักษ์ว่า 1.สภาวุ่นวายอย่างไร 2.ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมารัฐบาลทุจริตอย่างไร พร้อมนำหลักฐานมาเปิดโปง ตรวจสอบเป็นฉากๆ รัฐมนตรีกระทรวงไหนทำผิด โกงกินบ้านเมือง ประชาชาชนไม่พอใจในสิ่งเหล่านี้ และ นายกรัฐมนตรีปล่อยปละละเลยไม่มีแก้ไข จึงออกมาเรียกร้อง เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วย และจะขอให้รัฐบาลลาออกในที่สุด

"อยู่ๆก็มาบอกว่ายุบสภา มันแรงไป เหมือนคนข้างบ้านทะเลาะกันเพราะกิ่งไม้ แต่ต้องการตัดต้นไม้ทิ้งทั้งต้น มันต้องมีเหตุผลมากกว่านี้ ความวุ่นวายก็เกิดขึ้น ซึ่งถ้ายับยั้งชั่งใจไม่ได้ ทหารคงไม่ปล่อยให้บ้านเมืองเละเทะ เกิดปฎวัติรัฐประหารแน่นอน รัฐบาลเองก็ต้องบริหารระดมความคิดกันทั้ง ครม. ทหาร 3 เหล่าทัพ เจ้าหน้าที่ตำรวจ มวลชนองค์กรต่างๆ ต้องร่วมกันหาทางออก และ กลุ่มผู้ชุมนุมเองต้องลดเงื่อนไข ถอยกันคนละก้าว รัฐบาลก็ระดมให้ความรู้ ความเข้าใจกับประชาชนในสิ่งที่ถูกต้อง ส่วนคนที่ชุมนุมนั้นก็ต้องปล่อย หากเป็นการชุมนุมโดยสงบสันติ"

พล.ต.อ.ประทิน กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลต้องเร่งชี้แจงประชาชนว่าไม่สามารถทำตามข้อเรียกข้องของกลุ่มคนเสื้อ แดงได้เพราะอะไร การยุบสภานั้นยังไม่มีเหตุเพียงพอ ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกันต้องเร่งประสานเชิกรุุกทำความตกลงกับแกนนำผู้ชุมนุม จุดอ่อนของรัฐบาลตั้งแต่เริ่มต้นไม่สมควรปล่อยให้มีการเดินทางเข้ามาชุมนุม ในพื้นที่่ส่วนกลางมากนัก มีอำนาจสั่งการกำกับดูแลในรอบต่างจังหวัดควรสกัดไว้ก่อน เพราะการมาชุมนุมกันและมีวิธีการแสดงออกมากมายในลักษณะทำลายความน่าเชื่อ ถือ ทำให้ทุกคนผวา หวาดหวั่น เคร่งเครียด หวาดกลัว ว่าจะรบกันเมื่อไหร่ อย่างไรก็ตามความเสียหายครั้งนี้ต้องรับผิดชอบร่วมกันทั้งสังคม

"ต้องใช้เหตุผล ไม่ใช่มายื่นคำขาดฝ่ายเดียวมันไม่ใช่ แกนนำ นปช.คงต้องลดลงมาหน่อย รัฐบาลเองก็ต้องดูกรอบกฎหมาย ตามความชอบธรรม คำนึงถึงเสถียรภาพและการบริหารที่ดีที่จะนำพาประเทศให้อยู่อย่างปกติสุข ผมเชื่อว่ารัฐบาลมีหลักการที่จะดำเนินการไปในทิศทางที่ดีได้" พล.ต.อ.ประทิน กล่าวในที่สุด

ด้านนายณัชพล เกิดเกษม ประธานสภาชุมชนลาดกระบัง แกนนำเครือข่ายพลเมืองชุมชนคนกรุงเทพฯ กล่าวว่า สถานการณ์เริ่มส่อเค้าว่าจะเกิดความรุนแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของคนที่อยู่ ในชุมชนกรุงเทพมหานครและพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง จึงขอเรียกร้อง 1.ให้ทุกฝ่ายร่วมกันยุติปัญหา และไม่ใช้ความรุนแรง โดยใช้การเจรจา 2.ให้ทุกฝ่ายเคารพในสิทธิและความปลอดภัยของประชาชนและชุมชน และชุมชนขอยืนยันสิทธิของตนเองให้ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ และครรลองของกฎหมาย 3.ให้รัฐบาลและกลุ่มผู้ชุมนุมเข้าร่วมกับชุมชนในการจัดระบบความปลอดภัยใน ชีวิต และทรัพย์สินของชุมชน และ 4.ให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พิจารณาออกมาตรการป้องกัน คุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของชุมชน และสิทธิในการใช้พื้นที่สาธารณะของผู้ชุมนุมอย่างเหมาะสม

นายณัชพล กล่าวต่อไปว่า ในนามของเครือข่ายฯ ซึ่งมีสมาชิกกว่า 1,283 องค์กร อยากเห็นการเจรจากันอย่างสันติวิธี ที่ผ่านมาค่อนข้างชัดเจนว่าชุมชนได้รับความเดือดร้อน เพราะชุมชนอยู่ใกล้เหตุการณ์ และบางชุมชนเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้ว เช่น ชุมชนแพร่งภูธร เขตพระนครที่เกิดเหตุระเบิดขึ้น ส่วนชุมชนนางเลิ้ง และชุมชนเพชรบุรี ซอย 7 ก็เคยเกิดเหตุการณ์จนมีผู้เสียชีวิต ส่วนชุมชนอื่นๆ ก็ไม่ทราบว่าเมื่อไหร่จะเกิดขึ้นกับตนเองบ้าง เราจะใช้พลังเครือข่ายชุมชนในการจัดทำแผนป้องกันตนเอง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของชุมชน ตลอดจนเชื่อมประสานทั้ง2ฝ่ายให้หาทางออกร่วมกันโดยเร็วที่สุด โดยจะประสานงานไปยังแกนนำ นปช. และรัฐบาล

http://www.thairath.co.th/content/pol/72918
***************************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น