--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันพุธที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2553

ต้นไม้ป่วยประชาธิปไตยป่วย

ต้นไม้ = ประชาธิปไตย
เพลี้ย = รัฐบาลที่กัดกินประชาธิปไตย
รัฐธรรมนูญ๕๐ = เพลี้ยที่ถูกปล่อยจาก คมช.
รัฐธรรมนูญ๔๐ = ยากันเพลี้ย
ขณะนี้เราเห็นว่าต้นไม้เสียหายไม่ปกติต้องได้รับการดูแลอย่างใส่ใจ ถ้าเราอยู่เฉย นั่งมองดูต้นไม้นั้นถูกกัดกิน นับวันจะเหี่ยวเฉาลง การออกมาเรียกร้องของมวลชน คือการแสดงออกที่จะบอกว่า เราจะไม่อยู่เฉย ต้องกำจัดเหตุที่ทำให้ต้นไม้เสียหาย คือตัวกัดกินต้นไม้นั้นเอง การกำจัดเพลี้ย ถ้าใช้ยาแรงก็จะทำให้ต้นไม้ได้รับความเสียหายไปด้วย ควรเป็นยาที่ไม่ทำให้ต้นไม้เสียหาย นั้นคือเรียกร้องโดยสันติ เป็นยาที่ไม่ทำลายระบบของการเรียกร้องที่ถูกต้อง ต้นไม้ไม่ใช่ของเพลี้ยอย่างเดียว ประชาชนก็มีสิทธิชื่นชมต้นไม้ ประชาธิปไตยไม่ใช่ของรัฐบาลอย่างเดียว ทำอย่างไรไม่ให้เพลี้ยกัดกินต้นไม้ ทำอย่างไรไม่ให้รัฐบาลกัดกินประชาธิปไตย ทำให้เพลี้ยเห็นว่าต้นไม้ไม่ใช่อาหารของมัน

ใช้ยาที่ทำให้เพลี้ยเข้าใจว่าต้นไม้นี้กินไม่ได้ ใช้มวลชน หรือสิ่งซึ่งรักษาประชาธิปไตย ที่ทำให้รัฐบาลเข้าใจว่า ประชาธิปไตยนี้ ทำลายไม่ได้ เปลี่ยนต้นไม้ที่เพลี้ยกินได้เป็นต้นไม้ที่เพลี้ยกินไม่ได้ เปลี่ยนประชาธิปไตยที่รัฐบาลทำลายได้เป็นประชาธิปไตยที่รัฐบาลทำลายไม่ได้ เราจะทำให้เพลี้ยเปลี่ยนความคิด เราต้องเคลือบผิวต้นไม้ว่าไม่ใช่ต้นไม้ เราจะทำให้รัฐบาลเปลี่ยนความคิด เราต้องเคลือบประชาธิปไตย ว่าผิวนอกที่เราสัมผัสอยู่นี้มันไม่ใช่ประชาธิปไตยแล้ว หยุบสภา เลือกตั้งใหม่ ประชาธิปไตยจะได้เจริญเติมโตเป็นต้นไม้ที่มั่นคงแข็งแรงเป็นสิ่งสวยงาม เป็นประโยชน์ต่อผู้ชื่นชม และพบเห็น รัฐบาลอย่าหลงเข้าใจผิดคิดว่าปัจจุบันยังคงเป็นประชาธิปไตยอยู่ แล้วกัดกินอย่างเอร็ดอร่อยไม่ลืมหูลืมตา ไม่ฟังเสียงผู้คนที่เขาเฝ้าดู การเหี่ยวเฉาของต้นประชาธิปไตยนี้อยู่ ต้นไม้ป่วยประชาธิปไตยป่วย ไม่ออกดอกออกผลก็พอทน แต่แปลกพิกลที่ล้วงหล่นทุกวันจนเหลือแต่กิ่งก้าน หมดใบบานไม่สะพรั่งชื่นชุ่มเหมือนแต่ก่อน ขอให้ย้อนก่อนปรับเปลี่ยนเป็น รัฐธรรมนูญ๕๐ ก่อนที่ คมช. จะปล่อยเพลี้ยทำลายประชาธิปไตย

สิ่งควรทำ
ลดน้ำ พรวนดิน ให้ปุ๋ย ใส่ยา
เรียกร้อง สันติ อหิงสา ยุบสภา ใช้รัฐธรรมนูญ๔๐ คืนอำนาจประชา
ปลูกต้นประชาธิปไตยขึ้นมาใหม่ ใส่ใจดูแล ให้สวยสดและงดงาม

โดย. ชาญชัย พุฒิกานนท์
************************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น