โดย : ประชุม ประทีป
ชักจะไม่ง่ายกรณี 7คนไทยถูกจับขึ้นศาลเขมร รัฐบาลไทยเจรจาไม่ได้ผล "ฮุน เซน"ลั่นยูเอ็นก็แทรกแซงไม่ได้ ผลกระเทือนความน่าเชื่อถือของ"อภิสิทธิ์"
มีสิทธิ์คิดกันทั้งนั้น ในเมื่อเป็นขั้วการเมือง เป็นมิตรชั่วคราว และมีผลประโยชน์ส่วนตน ส่วนพวกเป็นธรรมดา
เครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ จะปูดว่าคนในรัฐบาลรู้เห็นกับการจับกุม 6 คนไทยเครือข่ายฯ + 1 ส.ส.ประชาธิปัตย์
จตุพร ฝ่ายค้านก็ถือโอกาสซ้ำตอกย้ำว่านายกรัฐมนตรี ให้ “พนิช วิกิตเศรษฐ์” ไปดำเนินการ ส่งผลกระเทือนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ส่วนรัฐบาล นายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับพวกในพรรคประชาธิปัตย์ต้องเรียงหน้ามาแก้ตัว พยายามปัดให้พ้นหัวหน้าพรรค ไม่พัวพันถึงรัฐบาล แต่ก็เฉได้เพียงว่า นายกให้ไปทำงานจริง แต่ไม่ได้ไปจุดที่ถูกจับ
ข่าวปล่อยว่า "แซมดิน เลิศบุศย์" ศิษย์สันติอโศก 1 ใน 7 คนโยงกับพลตรีจำลอง ศรีเมือง เป็นแผนให้ถูกเขมรจับ จะได้ยกระดับปลุกระดมชุมนุมใหญ่ 25 ม.ค. คัดต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190
ส่วนท่าทีรัฐบาลรี ๆ รอ ๆ ไม่ตัดสินใจเด็ดขาดตั้งแต่หลัง 29 ธันวาคม เหมือนตั้งหลักหวังเจรจากับผู้นำเขมร ตามข่าวคือเรียกร้องให้ปล่อยเฉพาะนายพนิช ดังนั้น อีกกลุ่มก็มีสิทธิ์คิดว่าซ่อนเร้นแผนอะไร
ที่กล่าวหาและแก้ตัวว่าใครชวนใครไป? รอซักถาม พนิช กับ วีระ สมความคิด ก็แล้วกัน ส่วนใครปล่อยให้ถลำเข้าลึก แล้วใครแจ้งให้ทหารเขมรจับ คงเป็นลับลมคมใน ใครจะรู้ ใครจะรับ!
แต่ถ้านายพนิช พ้นคุกเขมรได้ประกันตัวในชั้นศาลก่อน ก็อาจพลิ้วไม่ให้นายกและพรรคเสียหาย ส่วน 6 คนโดยเฉพาะนายวีระ หลายคนสมน้ำหน้า อาจอยู่คุกเขมรนานกว่าคนอื่น เพราะมีท่าทีเด็ดเดี่ยว รู้แนวทางกฎหมาย เชื่อว่าจะยืนหยัดปฏิเสธต่อศาลกัมพูชา เพื่อให้สอดคล้องกับเครือข่ายฯ ได้ยืนยันว่าอยู่ในดินแดนไทย ทำนองว่า
"ข้าพเจ้าไม่ได้รุกล้ำดินแดนกัมพูชา ข้าพเจ้าเชื่อว่าดินแดนที่ไปเหยียบนั้นเป็นดินแดนประเทศไทย และต้องถูกพิสูจน์ ข้าพเจ้าขอไม่ยอมรับอำนาจศาลประเทศกัมพูชา!"
แนวทางที่เครือข่ายฯเล็งไว้ คือ ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสภากาชาดสากล กรุงเจนีวา ให้ชี้ขาดว่าเป็นกรณีพิพาทดินแดนตามสนธิสัญญาเจนีวา ฉบับที่ 4 ค.ศ.1949 หรือไม่ ถ้าใช่ ก็ไปสู่การส่งศาลอาญาระหว่างประเทศ จำเลยจะกลายเป็นรัฐบาลกัมพูชา กับรัฐบาลไทย
กับเกมการเมืองระหว่างประเทศ เห็นชัด ๆ ไทยตามหลังกัมพูชาหลายขุม ในทุกเรื่อง เช่น 1.การขึ้นทะเบียนมรดกโลกปราสาทพระวิหารแต่ฝ่ายเดียวสำเร็จ รอแต่ 2.การยอมรับแผนบริหารจัดการบริเวณโดยรอบปราสาท 4.6 ตารางกิโลเมตร ที่จะไปประชุมกันที่บาเรนห์กลางปีนี้ 3.การปักปันเขตแดนตลอดแนวจากอุบลถึงตราด 4.พื้นที่ไม่ชัดเจนทางทะเลมีพลังงานก๊าซน้ำมันมหาศาล
ทั้งหมดนี้ เพราะดำเนินไปตามฐานบันทึกความเข้าใจหรือเอ็มโอยู 2543 ในรัฐบาลชวน หลีกภัย ซึ่งแนบแผนที่ 1 ต่อ 2 แสน ที่เป็นปมผูกพันทั้งหมด และมีเอ็มโอยูผูกมัดตามมาอีกหลายฉบับ
ระหว่างนี้รัฐบาลต้องแก้ตัวพัลวัน แก้ภาพลักษณ์ แก้เกมการเมืองกับมวลชนฝ่ายคัดค้าน พรรคฝ่ายค้าน และแม้กระทั่งการชิงความได้เปรียบต่อรองในพรรครวมรัฐบาล
จากนี้ไปเห็นได้ลาง ๆ รัฐบาลจะถดถอย และไม่ง่ายจะผ่านแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ตามต้องการ
จะว่า "ลัทธิอนาธิปไตย"กำเริบเสิบสานก็เกินเลยไป ในเมื่อวิวัฒนาการสังคม การเมือง ก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง ขั้นที่กลไกสถาบันการเมืองแบบตัวแทนล้าหลัง(สมาชิกรัฐสภาคุณภาพต่ำ-อุดมการณ์เพื่อประเทศและประชาชนด้อย-แอบอิงผลประโยชน์-ถูกครอบงำจากกลุ่มทุน) ไม่อาจจะตัดสินใจเรื่องสำคัญได้ข้างเดียวอีกต่อไป ประกอบกับวิทยาการสื่อสารรุดล้ำไปไกลเกินกว่าจะควบคุมการไหลถ่ายเทข้อมูล
จะว่าเกิดภาวะไร้ระเบียบเพื่อจัดระเบียบใหม่ตามกฎการผันแปรเปลี่ยนไปตามเหตุปัจจัย เช่นที่เคยเกิดมาตลอด น่าจะเข้าท่ากว่า จนกว่าสถาบันจะพัฒนารองรับกับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่าลืม ก่อนศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินคดี(ไม่)ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ลั่นปากกล่าวหาชัด ๆ ว่า นปช. กับ พธม. ทั้งแดงทั้งเหลืองเป็นภัยต่อความมั่นคง ซึ่งก่อนหน้านั้น นายสนธิ ลิ้มทองกุล ก็ถูกลอบสังหาร แต่รอดตายหวุดหวิด ตอกย้ำว่า “ขั้วอำนาจใหม่”ในรัฐบาลต้องการกำจัดมวลชนเหลืองและแดง ให้หมดเสี้ยนอำนาจ
รัฐบาลสยบกลุ่มเสื้อแดง นปช.ได้ระดับหนึ่ง เพราะแพ้ภัยตัวเอง ปลุกระดมเผาบ้านเผาเมือง เข้าทางโดนข้อหาก่อการร้าย เข้าคุกยกกระบะ
แต่เสื้อเหลืองที่แตกตัวเป็นเอกเทศ ทั้งกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย, สมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย, เครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น, ภาคีเครือข่ายผู้ติดตามสถานการณ์ปราสาท เขา พระวิหาร
ล่าสุด เคลื่อนไหวในนาม “เครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ” แกนนำ เช่น ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, วีระ สมความคิด, วัลย์วิภา จรูญโรจน์, แซมดิน เลิศบุศย์ ฯลฯ แกนนำบางคนในนี้ ก็ต้องหาคดีก่อการร้ายบุกสนามบิน ยังไม่ง่ายจะทำลายความชอบธรรม
เสื้อแดง นปช. บุ่มบ่ามรุนแรง มุ่งชิงอำนาจรัฐ ความชอบธรรมจึงน้อย ตอนนี้ขยับยาก รัฐบาลสยบได้ระดับหนึ่งแล้ว เหลือแต่กลุ่มหลังกำลังชูประเด็นเสียดินแดน ซึ่งจะสยบลงคงยาก...
ดังนั้น อีกหลายคนคิดว่า ขั้วอำนาจใหม่ในรัฐบาลอาจซ้อนแผนเล่นกลกับ 7 คนถูกเขมรจับ ก็มีสิทธิ
รูปการหลังจากศาลพนมเปญไต่สวนทั้ง 7 คน เมื่อวันที่ 6 มกราคมไปแล้ว หากผลตัดสินออกโทษหนักบางคน คนหนักหลายคน ส.ส.ประชาธิปัตย์ได้กลับประเทศก่อน กระแสมวลชนต่อต้านก็ไม่ย่อยแน่
แล้วคอยดูใครจะทำเซอร์ไพร์ ช่วยคนไทยพ้นคุกเขมร เรียกคะแนนนิยมได้ในสถานการณ์นี้
อย่างไรก็ตาม กับเรื่องพิพาทดินแดน หากทุกฝ่าย(รวมทั้งกลุ่มเครือข่ายฯ) ต้องไม่ใช้ชีวิตคนและแผ่นดินไทยเป็นเดิมพัน ไม่อิงบนผลประโยชน์ตัวเอง หรือเฉพาะกลุ่มเป็นตัวตั้ง จงทำในสิ่งที่ถูกต้องส่งผลถูกต้องในระยะยาวโดยเร็ว
สุดท้ายอยากฝากข้อคิดให้ โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี สั้น ๆ "รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ" ด้วยครับ
ที่มา.กรุงเทพธุรกิจ
----------------------------------------------------------------
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น