โดย : นิภาวรรณ แก้วรากมุกข์
"มิ่งขวัญ"ถูกชูขึ้นเป็นแคนดิเดทหัวหน้าพรรคเพื่อไทย หลังส.ส.กลุ่มหนึ่งเดินทางไปพบ"ทักษิณ"ที่ดูไบ แต่เส้นทางสู่เก้าอี้นายกฯไม่ง่ายอย่างที่คิด
ตำแหน่งหัวหน้าพรรค เป็นจุดอ่อนสำหรับ "พรรคของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี" มาโดยตลอด นับจากพรรคไทยรักไทยถูกยุบและพ.ต.ท.ทักษิณถูกตัดสิทธิการเมือง 5 ปี เพราะไม่ว่าจะมีการตั้งพรรคใหม่มาแทน ทั้ง"พลังประชาชน" ที่ถูกยุบซ้ำ กระทั่งตั้ง"เพื่อไทย"เป็นพรรคล่าสุด ใครที่ถูกดันขึ้นมานั่งเก้าอี้ผู้นำพรรค ก็ไม่พ้นถูกยัดข้อหาว่าเป็น "นอมินีทักษิณ"
สภาพที่เป็นเช่นนี้ ทำให้คนนอก "ดี เด่น ดัง" ที่เคยถูกทาบทามเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยเป็นระยะ ไม่กล้าเสี่ยง ที่สำคัญ "เงา"และบารมี "ทักษิณ" ที่ยังคงอยู่ ก็เหมือนเป็นหัวหน้าพรรคและเจ้าของพรรคตัวจริง
ล่าสุด "ทักษิณ" ได้กำหนดสเปกหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โดยบอกผ่านคณะ ส.ส.ที่บินไปดูไบ เพื่อให้เป็นแนวทางในการสรรหาคือ 1. ภาพลักษณ์ดี มุ่งสร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในชาติ ต้องเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจ สามารถออกนโยบายที่แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้ประชาชนได้ 2. ได้รับการยอมรับจาก ส.ส.และประชาชน 3. หัวหน้าพรรคไม่จำเป็นต้องเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี
ขณะที่ สเปกผู้นำ ที่ส.ส.ส่วนใหญ่ต้องการ สะท้อนผ่านคำอธิบายของ "สุพล ฟองงาม" เลขาธิการพรรค กลับไม่สอดคล้องกับวิธีคิดของทักษิณ เพราะพวกเขาต้องการ "ผู้นำพรรคที่ต้องชูเป็นแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีในการหาเสียง"
ถ้ามองถึงแนวคิดและทิศทางพรรค ที่ส.ส.อยากเห็น คือ "ก้าวข้ามทักษิณ" เป็นสถาบันการเมืองที่ยั่งยืน อย่างที่"สุพล" อธิบายถึงทิศทางพรรค 3 ประเด็นที่ต้องชัดเจนก่อนการเลือกตั้งครั้งหน้า คือ "ผู้นำ-ทุน-นโยบาย" คือ ผู้นำ-ต้องชูเป็นแคนดิเดทนายกฯ ในการหาเสียง ทุน-ต้องหลายเถ้าแก่ เพื่อขยายฐาน และนโยบายต้องไม่เน้นขายฝันหาเสียงมากเกินไป
ที่ผ่านมาแกนนำและ ส.ส.เพื่อไทย จำนวนไม่น้อยในเพื่อไทย พยายามที่จะเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่การปรับโครงสร้างพรรคใหม่ ให้เดินหน้าไปได้ด้วยการขายนโยบาย ไม่ใช่ขาย"ทักษิณ"ตลอดไป เพราะนั่นหมายถึงความเสี่ยงที่จะถูก ตามล้าง ตามเช็ด อำนาจทักษิณ พวกเขาจึงใช้วิธีแก้ทาง เพื่อหนีภัย"ยุบพรรค" ด้วยการลดจำนวนกรรมการบริหารพรรคลง และนำคนนอกเข้ามาเป็นนอมินีแทน ส.ส.เพื่อเพลย์เซฟ รวมทั้งตำแหน่งหัวหน้าพรรค ที่หาคนมา "ขัดตาทัพ" ซึ่งทั้ง สุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ ยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคปัจจุบัน ก็มีที่มาจากเหตุที่ว่านี้
มาถึงวันนี้ การเมืองกำลังตั้งกระดานใหม่ เข้าสู่โหมดเลือกตั้งใหญ่ นักเลือกตั้ง จึงต้องหาจุดขาย ทั้งนโยบาย ทั้งผู้นำ ที่จะเสนอชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่ง ส.ส.ส่วนใหญ่ เห็นชัดแล้วว่า การชูประเด็น "เอาทักษิณกลับมา" อย่างที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรค ใช้เป็นยุทธศาสตร์หาเสียงเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมา เป็นไปได้ยาก
ดังนั้น ส.ส.กลุ่มที่มีแนวคิดเปลี่ยนแปลง จึงรวมตัวและเริ่มเคลื่อนไหวอย่างจริงจังอีกครั้ง เพื่อเลือกผู้นำพรรค ที่จะชูเป็นว่าที่นายกฯ เพื่อเป็นจุดขายในการหาเสียงเลือกตั้งอย่างจริงจัง "สุพล" จึงได้ก้าวออกมานำหน้า ส.ส.อีสาน เพื่อสนับสนุน "มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์" อดีตรองหัวหน้าพรรค และทีมเศรษฐกิจของพรรค ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการดูแล ส.ส.ของมิ่งขวัญ เป็นรายเดือน ตกเดือนละ 18 ล้านบาท
เวลานี้ ชื่อ "มิ่งขวัญ" จึงถูกชูขึ้นมาโดดเด่นกว่าแคนดิเดทรายอื่น และดูมี "มูลค่า" ขึ้น เมื่อ ส.ส.หลายกลุ่ม เดินทางไปขออนุญาตจากทักษิณ ถึงดูไบ และทักษิณ ก็เล่น "ตามน้ำ" เพียงแต่มีเงื่อนไข (บีบ)ให้ มิ่งขวัญทำงานเพื่อพรรค ไม่ใช่ลอยตัวอย่างที่ผ่านมา นั่นจึงเป็นที่มาที่ทักษิณให้มิ่งขวัญ พิสูจน์ฝีมือและการนำ ในเวทีซักฟอกรัฐบาลในครั้งหน้า ก่อนจะพิจารณาคุณสมบัติ
ทว่า เส้นทางสู่เก้าอี้หัวหน้าพรรค และนายกรัฐมนตรี ของมิ่งขวัญ ที่เคยบอกใครต่อใครหลายวงการถึงโอกาสดีของเขา ดูเหมือนจะไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะทันทีที่ประกาศเสนอตัวเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ก็ทำให้คู่แข่งสกัดทันที มีการปล่อยชื่อ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ขึ้นมาหวังดับกระแส หรือแม้แต่ ปล่อยชื่อ คุณหญิงอ้อ พจมาน ดามาพงศ์ ขึ้นมาสัมทับอีกชั้น เพื่อสร้างกระแสให้สับสน
อย่างไรก็ตาม ถ้ามองถึงแนวคิดและทิศทางพรรคของส.ส.ที่ไม่ต้องการวิ่งชนกำแพงอย่างที่ทักษิณทำมา แต่ต้องการเปลี่ยนแปลง ต้องการผู้นำตัวจริง ก็นับว่าเป็นแนวทางที่ควรจะเป็น และพวกเขาก็ได้เริ่มต้นอย่างจริงจังแล้ว เพียงแต่จะต้องฝ่ากระแสต้าน และทนแรงเสียดทานไปให้ได้ โดยเฉพาะ "เกมบนดิน-ใต้ดิน" ของ "ขาใหญ่"ในพรรค ที่กำลังแกะรอยเส้นทางเงิน ที่มิ่งขวัญนำมาสนับสนุนส.ส. โดยตั้งข้อสงสัยไปใหญ่โตถึงขนาดว่า มิ่งขวัญถูกใช้เป็นเครื่องมือ โดยรับเงินพรรคการเมืองอื่น มาทำลายพรรคเพื่อไทยหรือไม่
ขณะที่อีกสมมติฐาน ในหมู่ส.ส.เพื่อไทย ก็ตั้งข้อสังเกตว่า กระแสดันมิ่งขวัญ อาจจะเป็น "แผนซ้อนแผน" ของ"นายใหญ่และนายหญิง" ที่ใช้มิ่งขวัญเดินเกมบางอย่างหรือไม่ เพราะวงในเพื่อไทยบางส่วน คาดว่า "ทุน" ที่มิ่งขวัญจัดให้ส.ส.รายเดือน อาจมาจาก"นายหญิง" หรือ "เครือญาติชินวัตร"(ที่เงียบผิดปกติ) นี่เอง ...และยิ่งถูกตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ปกติเหตุการณ์ เมื่อค่ำวันที่ 28 ธ.ค.ระหว่างงานเลี้ยงสรรค์ปีใหม่ของพรรคเพื่อไทย ที่จู่ๆ "คุณหญิงพจมาน" ก็มาร่วมงานและเชิญมิ่งขวัญเข้าพบ
จะว่าไปแล้ว ความจริงอีกด้าน ที่ระดับคีย์แมนพรรค ใกล้ชิดทักษิณ รู้ดีว่า ทักษิณไม่ได้ให้ราคามิ่งขวัญ ขนาดนั้น เนื่องจากที่ผ่านมา มิ่งขวัญแทบไม่เคย "สู้เพื่อพรรค" นอกจากร้องขอ ซึ่งดูจากโจทย์ที่ทักษิณ กำหนดให้มิ่งขวัญ ทำงานใหญ่ นำตรวจสอบรัฐบาล ก็ยิ่งชัดเจน เพราะงานนี้ มิ่งขวัญ จะต้องโชว์เดี่ยว(และอาจตายเดี่ยว) ด้านเศรษฐกิจอย่างที่เจ้าตัวเคยโฆษณาสรรพคุณ
ฉะนั้น ไม่ว่าตำแหน่งหัวหน้าพรรค หรือว่าที่นายกรัฐมนตรี ในเวลานี้ ชื่อชั้น ฝีมือระดับมิ่งขวัญ ยังยากที่จะนำส.ส.เพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า ที่สำคัญทิศทางเพื่อไทยวันนี้ ก็ยังมุ่งขายความสำเร็จที่ทักษิณได้ทำมา และรอนโยบายที่ทักษิณจะส่งมา"ต่อยอด" ... แค่นี้ ก็น่าจะชัดแล้ว ส.ส.เพื่อไทย คงบีบทักษิณไม่ได้ง่ายๆ ในเมื่อยังต้องพึ่งพิงทักษิณแทบทุกเรื่อง
ดังนั้น สัญญาณไฟเขียวให้มิ่งขวัญพิสูจน์ตัวเองในการขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและแคนดิเดทนายกรัฐมนตรี คงเป็นเพียง "เกมลวง-เป้าล่อ"! กว่าจะถึงเวลาที่ทักษิณเปิด "ตัวจริง" มิ่งขวัญ ก็คงถูกรุมยำจนเละ
ที่มา.กรุงเทพธุรกิจ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น