--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันอังคารที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2556

อุตสาหกรรม ชง ครม.แก้ปัญหาค่าแรง 300 บาท ของบ 6.3 พันล้าน ช่วย เอสเอ็มอี. !!?


 อุตฯ เตรียมชงมาตรการลดผลกระทบค่าแรง 300 บาทต่อ ครม. 23 เม.ย.นี้ หวังเพิ่มขีดความสามารถเอสเอ็มอี ด้าน "ธนิต" เตรียมหารือธนาคารแห่งประเทศไทยวอนช่วยลดผลกระทบจากค่าเงินบาท ส่วน สรรพากรหวั่นบาทแข็งกระทบแผนรีดภาษี
   
นายณัฐพล ณัฎฐสมบูรณ์ โฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม  เปิดเผยว่า วันที่ 23 เม.ย.นี้ กระทรวงอุตสาหกรรมจะเสนอคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับมาตรการบรรเทาผลกระทบจากการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน รวมถึงการเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) โดยมาตรการดังกล่าวประกอบด้วยการจัดหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำมูลค่า 6,300 ล้านบาท โดยมีวงเงินอุดหนุนช่วยดอกเบี้ย 200 ล้านบาท, โครงการคลินิกอุตสาหกรรมเพื่อปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 200 ล้านบาท นอกจากนี้ เร่งรัดให้มีกองทุนเวนเจอร์แคปปิตอลฟันด์ ซึ่งเป็นเครื่องมือเดิมของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ที่ยังไม่ใช้งบประมาณอีก 1,000 ล้านบาท
   
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ขยายมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีให้กับเอสเอ็มอี 90,000 ราย จากเดิมที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย.56 ออกไปอีก 3 ปี เป็นสิ้นสุดในปี 2559 เพื่อลดต้นทุนการผลิตได้ปีละ 300 ล้านบาท พร้อมทั้งจัดให้มีการส่งเสริมลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การผลิต ช่วยลดต้นทุน ช่วยลดผลกระทบเงินบาทแข็งค่า โดยยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร และยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปีในสัดส่วนประมาณ 100% ของเงินลงทุน รวมถึงให้ขยายวงเงินลงทุน 5 แสนบ้านขึ้นไปจะได้รับการยกเว้นอากรนำเข้าและภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปีเป็นไม่จำกัดวงเงินลงทุน
   
นายธนิต โสรัตน์ เลขาธิการและรักษาการประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ในวันที่ 23 เม.ย.นี้ จะเข้าพบผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อขอให้หามาตรการรักษาเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยนไม่ให้แข็งค่า  โดยเฉพาะเกี่ยวกับมาตรการป้องกันเงินทุนไหลเข้า ซึ่งเข้ามาเก็งกำไรในระยะสั้น และการพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในอัตราร้อยละ 2
   
ส่วนการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งภายใน ส.อ.ท.นั้น ยืนยันว่ายึดแนวทางออกโดยการเจรจาร่วมกันเพื่อให้เกิดการปรองดอง โดยไม่สร้างเงื่อนไข และยังไม่ลาออกจากตำแหน่งรักษาการประธาน ส.อ.ท. เนื่องจากกลุ่มเอสเอ็มอีในต่างจังหวัดทั่วประเทศไม่ยอมให้ลาออกตอนนี้ ซึ่งหากจะลาออกจริงก็ควรให้กระบวนการปรองดองในองค์กรเสร็จสิ้นก่อน
   
นางวณี ทัศนมณเฑียร ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี กรมสรรพากร กล่าวว่า ในการจัดเก็บภาษีในช่วงครึ่งหลังของปีงบประมาณ 2556 (เม.ย.-ก.ย.2556) ต้องจับตาผลกระทบจากการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคล และเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ทำให้การเสียภาษีลดลง และค่าเงินบาทที่แข็งค่ายังส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้า เนื่องจากราคาประเมินภาษีลดลงตามอัตราเงินบาทที่แข็งค่า โดยก่อนหน้านี้ปัญหาค่าเงินบาทไม่เคยมาเป็นปัจจัยที่จะประเมินรายได้ของกรม แต่ในปีนี้ค่าเงินบาทแข็งค่าเร็วและแรงมาก
   
หากเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาก กำไรของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกก็จะลดลง ทำให้บริษัทเหล่านั้นเสียการจัดเก็บภาษีก็จะลดลงไปด้วย โดยกรมประเมินว่าในปีนี้บริษัทเอกชนต้องมีกำไรเติบโตในภาพรวมอย่างน้อย 25% จึงจะชดเชยรายได้ของกรมที่หายไปจากการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลในปี 2556 ประมาณ 8 หมื่นล้านบาทได้” นางวณีกล่าว.

ที่มา.ไทยโพสต์
//////////////////////////////

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น