สุขุม. ลั่นไม่เห็นด้วย"พงศพัศ"กลับไปเป็นตำรวจ เพราะการลงสมัครผู้ว่าฯสังกัดพรรค เท่ากับประกาศตัวว่าอยู่ข้างใดข้างหนึ่ง
นายสุขุม นวลสกุล นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ ให้ความเห็นกรณี พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าสังกัดพรรคเพื่อไทย อาจจะกลับไปรับราชการตำรวจ ว่า "ผมไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะการกลับไปเป็นทำงานสายบัญชาการ เพราะการมาลงสมัครผู้ว่าฯสังกัดพรรค เท่ากับประกาศตัวแล้วว่าอยู่ข้างใดข้างหนึ่ง หากกลับไปเป็นตำรวจ ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งการทำหน้าที่พิทักษ์ความยุติธรรม จะเป็นที่หวาดระแวง"
ตามระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจเอกพงศพัศผู้สมัครผู้ว่ากทม.สามารถยื่นเรื่องขอกลับเข้ารับราชการ เป็นข้าราชการตำรวจในตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ภายใน 30 วัน หลังกกต. กทม. ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ โดยจะต้องทำหนังสือยื่นต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อพิจารณาก่อนที่จะส่งเรื่องมาให้ก.ตร.พิจารณา
"แม้คุณพงศพัศ จะมีสิทธิขอกลับไปได้ แต่ผู้บังคับบัญชาก็มีสิทธิที่จะปฏิเสธได้ทางที่ดีท่านควรจะอยู่ในเส้นทางการเมืองไปเลย เพราะถือว่าตัดสินใจแล้วว่าเลือกเดินอีกหนทาง หากกลับไปอีกก็เท่ากับ "กั๊ก" กันท่าคนอื่น เพราะคนอื่นก็หวังความก้าวหน้าเหมือนกัน" นายสุขุม กล่าว
นายสุขุม บอกด้วยว่าหาก พล.ต.อ.พงศพัศ จะกลับไปเป็นข้าราชการ ก็ควรจะโอนย้ายไปอยู่หน่วยงานอื่น ที่ไม่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม
ด้านนายไชยันต์ ไชยพร อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงเส้นทางอนาคตของพล.ต.อ.พงศพัศ หลังจากที่ได้รับความพม่ายแพ้การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ที่ผ่านมา ว่า การตัดสินใจทั้งหมดคงจะต้องขึ้นอยู่กับตัวของพล.ต.อ.พงศพัศ เองว่าจะตัดสินใจที่จะเลือกอนาคตและเส้นทางชีวิตอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้จะต้องมีความชัดเจน เพราะหากจะเลือกที่จะกลับไปใช้ชีวิตราชการตำรวจเหมือนเดิมนั้น ตนเห็นว่าพล.ต.อ.พงศพัศ จะต้องมีความชัดเจน และจะสลัดสีเสื้อของนักการเมืองออกไปให้ได้
"ผมคิดว่าเรื่องนี้พล.ต.อ.พงศพัศ จะต้องมีความชัดเจนไม่ควรจับปลาสองมือ คือ อยากกลับข้าราชการประจำ แต่ไม่ยอมสลัดภาพนักการเมืองออกไปให้ได้ ซึ่งเรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อการทำงานข้าราชการประจำได้ เพราะมันจะมีภาพเช่นเดียวกับพล.ต.อ.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ที่ได้ประกาศตัวอย่างชัดเจนว่าอิงการเมือง ซึ่งหากพล.ต.อ.พงศพัศ จะเลือกแบบนี้จริง ผมเชื่อว่าจะส่งกระทบต่อการทำงานในอาชีพข้าราชการตำรวจได้ โดยเฉพาะการดูแลประเด็น เรื่องมวลชนที่อาจจะยังมีความขัดแย้งทางการเมืองดังเช่นในปัจจุบัน " นายไชยันต์ กล่าว
ที่มา.กรุงเทพธุรกิจ
//////////////////////////////////////////////
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น