นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่ากรมฯกำลังติดตามการจัดเก็บภาษีน้ำมันอย่างใกล้ชิด เนื่องจากต่ำกว่าประมาณการค่อนข้างมาก โดยในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2556 พบว่าจัดเก็บภาษีน้ำมันได้ 21,406.58 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 4,604.66 ล้านบาท คิดเป็น -17.70% จากที่คาดไว้คือ 26,011.24 ล้านบาท ส่วนในเดือนมกราคม2556 ภาษีน้ำมันจัดเก็บได้ 5,856 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 1,046 ล้านบาท คิดเป็น 15.2%
การจัดเก็บภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันได้ต่ำกว่าประมาณการเนื่องจากมีการใช้ก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) และก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) ทดแทนเบนซินเพิ่มมาก อีกทั้งรถรุ่นใหม่ๆ ที่ออกมามีการติดตั้งเอ็นจีวีออกมาจากบริษัทเลย เห็นได้ขณะนี้สัดส่วนการใช้เอ็นจีวีเพิ่มขึ้นจากเมื่อช่วง 6 เดือนแรกของปี 2555 เฉลี่ยเดือนละ 200 ล้านกิโลกรัม แต่ในช่วง 6 เดือนหลัง ปี 2555 เพิ่มขึ้นประมาณเดือนละ 30 ล้านกิโลกรัม เป็น 230 ล้านกิโลกรัม
สำหรับภาษีน้ำมันที่ประมาณการไว้ไม่ได้รวมภาษีดีเซลที่ขณะนี้ลดให้เหลือ 0.005 บาท/ลิตร จากเดิมที่เคยเก็บอยู่ 5.31 บาท/ลิตร การลดภาษีน้ำมันดีเซลทำให้กรมฯต้องสูญเสียรายได้เดือนละกว่า 9,000 ล้านบาทซึ่งต่ออายุการลดภาษีน้ำมันเป็นรายเดือนมานานเกือบ 2 ปีแล้วตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน 2554 ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะเก็บคืนภาษีดีเซลเมื่อไหร่ เพราะเป็นการตัดสินใจของระดับนโยบาย
“ยอมรับว่าในช่วงน้ำมันแพงโดยเฉพาะเบนซินและแก๊สโซฮอล์ 95 ที่มีราคากว่า 40 บาท/ลิตร ทำให้รถยนต์หันไปใช้ก๊าซฯ มากขึ้น แม้ว่าการจัดเก็บภาษีน้ำมันต่ำกว่าเป้าหมายแต่เชื่อว่าตลอดทั้งปียังสามารถจัดเก็บภาษีเป็นไปตามเป้าหมาย 4.12 แสนล้านบาท”นายสมชายกล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการจัดเก็บภาษีจากน้ำมันไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แต่ในภาพรวมการจัดเก็บภาษีของกรมฯยังสูงกว่าประมาณการ โดยในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2556 จัดเก็บรายได้รวม 157,046 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 21,169 ล้านบาท หรือ 15.6% และ สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 41.4%
การจัดเก็บภาษีที่สูงขึ้นเป็นผลดีมาจากโครงการรถยนต์คันแรกที่ทำให้ภาษีสรรพสามิตรถยนต์จัดเก็บได้สูงถึง 60,898 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 20,175 ล้านบาท หรือ 49.5% และสูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 163.2% ส่วนภาษียาสูบและภาษีเบียร์จัดเก็บได้รวมกัน 47,500 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 6,400 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการปรับเพิ่มอัตราภาษีสรรพสามิตยาสูบและสุราเมื่อเดือนสิงหาคม 2555
ที่มา.นสพ.แนวหน้า
////////////////////////////////////////
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น