เหลือเวลาอีกเพียงชั่วอึดใจเดียววันตัดสินชี้ขาดศึกสนามเล็ก เลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กำลังจะมาถึง ด้วยโมงยามที่ถูกจำกัด แต่ในขณะเดียวกัน ผู้สมัครทั้งค่ายใหญ่และในนามอิสระ ต่างต้องหาทาง"ปล่อยอาวุธ" กันอย่างเต็มที่ โดยไม่จำเป็นต้องรีรอแทงกั๊กกันอีกต่อไป!
ท่ามกลางการผลักดันภารกิจสำคัญของพรรคประชาปัตย์ในการรักษาแชมป์ ส่งม.ร.ว.สุขุมพันธุ์บริพัตรผู้สมัครของพรรค เข้าไปยึดครองเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. เอาไว้ให้ได้เป็นสมัยที่สอง อย่างเข้มข้น และตึงเครียด
เพราะนับวันกระแสของพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ในฐานะตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย ยิ่งทวีความแรงและโดดเด่นมากขึ้นทุกขณะ ยิ่งส่งผลให้พรรคประชาธิปัตย์ต้องหาทางปรับกลยุทธ์ เพื่อกวาดคะแนนตุนเอาไว้ในมือให้มากที่สุด
สำหรับการต่อสู้ของสองพรรคการเมืองใหญ่ บนศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. รอบนี้ ยังมีความน่าสนใจว่า คนที่อาจต้องเผชิญหน้ากับ "แรงกดดัน"ทั้งในและนอกพรรค คงไม่มีใครเกินไปกว่า หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อย่าง"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ"!
การต่อสู้ทางการเมืองวันนี้ ดูเหมือนว่าหลายสิ่งหลายอย่างมีความเกี่ยวเนื่อง โยงใยกันไปโดยปริยาย การเมืองในสนามเล็ก อย่างการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. กำลังสร้างแรงกระแทกและแรงเสียดทานขึ้นทั้งต่อในและนอกพรรคของแต่ละฝ่ายไปในคราวเดียวกัน
เมื่อโฟกัสการเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะแชมป์เก่าแล้ว อาจไม่ใช่เรื่องง่ายดายที่จะรักษาเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. ซึ่งถือเป็น"ชัยภูมิหลัก"ทางการเมืองที่ทุกพรรคต่างหมายตา หวังได้ครอบครอง
ในเบื้องลึกวันนี้พบว่า ความวุ่นวายภายในพรรคประชาธิปัตย์เองยังคงรอจังหวะที่จะปะทุขึ้นมาอีกครั้งหลังเสร็จศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.รอบนี้จบลง!
เพราะมีข่าวว่าเวลานี้กำลังเกิดคำถามขึ้นภายในพรรค จาก"คนกันเอง"ว่าหากการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ครั้งนี้เมื่อผลออกมาม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ไม่สามารถรักษา "เก้าอี้" เอาไว้ได้เป็นสมัยที่สอง
"ใคร" ควรที่จะต้องแสดงความรับผิดชอบ
"ใคร" ควรที่จะแสดงสปิริต อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่ ?
โดยเฉพาะหัวหน้าพรรคที่ชื่ออภิสิทธิ์ เนื่องจากก่อนหน้านี้ กว่าที่พรรคจะเคาะเลือกม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ให้เป็นตัวแทนพรรค ได้เกิดแรงกระเพื่อมจากคนในพรรคด้วยกันเอง เพราะมีทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย พร้อม
ทั้งตั้งคำถามว่าเหตุใด หัวหน้าพรรคไม่เลือกเปิดโอกาสให้แกนนำคนอื่นในพรรค เป็นตัวแทน ไม่ว่าจะเป็น"กรณ์จาติกวณิช"รองหัวหน้าพรรค หรือ"องอาจ คล้ามไพบูลย์"ส.ส.บัญชีรายชื่อ
อีกทั้งยังปล่อยให้เกิดความไม่ชัดเจนขึ้นภายในพรรค จนเป็นที่มาของความขัดแย้งระหว่างแกนนำด้วยกันเอง
และจากเหตุการณ์คลื่นใต้น้ำในวันวานที่ผ่านมา ที่เกิดขึ้นภายในประชาธิปัตย์ ได้มีความพยายามจากคนในพรรคด้วยกันเองเพื่อต้องการให้ทุกฝ่าย "สงบศึก" เพื่อร่วมกันผลักดันให้ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ไปสู่เป้าหมายก็ตาม
แต่ทว่าสถานการณ์ภายในพรรควันนี้ ยังคงเต็มไปด้วยอาการคุกรุ่น อยู่ไม่น้อย ยิ่งพบว่ากระแสความนิยม ของคู่แข่งแซงหน้า ไปมากเท่าใด ยิ่งกลายเป็น "ชนวน" ทำให้เกิดคำถามตามมาจากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดและการตัดสินใจของหัวหน้าอภิสิทธิ์ ตั้งแต่แรกมากเท่านั้น
ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจและยังอาจสอดรับกับการปลุกคะแนน ให้กับม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เพื่อให้ตีตื้นขึ้นมาในช่วงโค้งสุดท้าย นั่นคือการเปิดตัว"ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ"อดีตเลขาธิการอาเซียน ทีจะเข้ามารับบทบาทในฐานะ"ประธานสถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย"ในวันที่ 8 ก.พ.นี้
พร้อมทั้งยังมีรายการดึงบุคคลสำคัญในแวดวงต่างๆ เข้ามาเสริมทัพเพื่อขับเคลื่อนสถาบันดังกล่าว ซึ่งหลายคนล้วนแล้วแต่เป็นอดีตคีย์แมนของพรรค ในรัฐบาลนายกฯชวน หลีกภัย มาแล้วทั้งสิ้น
การเปิดตัวสถาบันที่ว่านี้ ย่อมส่งผลต่อคะแนนของคนกรุงเทพฯ ที่จะมองเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์นั้นสามารถที่จะปรับเปลี่ยนโฉมหน้าของตัวเองจากพรรคแนวอนุรักษนิยม ไปสู่อีกมิติหนึ่ง โดยมีบุคลากรสำคัญพร้อมเข้าร่วม
ว่ากันว่าแนวคิดการขับเคลื่อนสถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย นั้นยิ่งเป็นรูปธรรมากเท่าใด ยิ่งเป็นคำตอบในวันข้างหน้าว่า ประชาธิปัตย์กำลังเปิดเกม "รุกกลับ" นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตรมากเท่านั้นหลังเกมสนามเล็กจบลง
และในขณะเดียวกันยังน่าสนใจด้วยว่า ผู้อยู่เบื้องหลังการผลักดันสถาบันดังกล่าวนี้ คือแกนนำพรรคที่ประเมินและมองเห็นแล้วว่า เส้นทางที่ทั้ง "หัวหน้าพรรค" และ สุเทพเทือกสุบรรณ ก้าวเดินที่ผ่านมานั้นดูจะยังไม่ใช่ "คำตอบ" ที่หลายคนในพรรคต้องการ!
ที่มา.สยามรัฐ
/////////////////////////////
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น