--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

เผือกร้อนระดับโลก

คงไม่มีให้เห็นกันบ่อยๆ เมื่ออัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา ด้วยเหตุผลเพื่อผลประ โยชน์ประเทศชาติ แถมอ้างอิงถึงมติขององค์การสหประชาชาติด้วยอีกต่างหาก

แต่ในความเป็นจริง พอจะรู้กันอยู่ว่า การจับกุมเครื่องบินขนอาวุธสงครามจำนวนมหึมาถึง 40 ตัน พร้อมผู้ต้องหาชาวต่างชาติ 5 รายนั้น

คือเผือกร้อนก้อนใหญ่ ที่ไม่รู้ว่าประเทศไทยเอามากอดเอาไว้ทำไมตั้งแต่แรก!?

พูดง่ายๆ ว่า ไม่ควรแม้แต่จะคิดว่าจะจับกุม

ใครคือคนเริ่มต้นที่สั่งให้จับกุม ไม่รู้ว่าป่านนี้รู้ตัวหรือยัง ว่าได้สร้างปัญหายิ่งใหญ่และยุ่งเหยิงให้กับประเทศชาติขนาดไหน

ดังนั้น ทางสุดท้ายที่ไม่มีให้เลือกสำหรับอัยการก็คือ การสั่งไม่ฟ้อง

ไม่ฟ้องเพื่อชาติ!

แม้ว่าการตัดสินใจสั่งไม่ฟ้องคดีนี้ จะทำให้เกิดปัญหาด้านบรรทัดฐานอะไรต่อมิอะไรตามมาอีก

แต่คงไม่มีทางออกที่ดีไปกว่านี้

ขั้นตอนต่อไปเมื่อจบสิ้นกระบวนการด้านกฎ หมายของเรา คืออัยการส่งเรื่องให้ผบ.ตร.พิจารณาโต้แย้งหรือไม่ ถ้าสุดท้ายจบหมด

คงต้องรีบปล่อยตัว 5 ผู้ต้องหานักขนอาวุธต่างชาติดังกล่าวไป

ส่วนของกลางทั้งเครื่องบินลำใหญ่โต อาวุธ ร้ายแรง ขีปนาวุธสารพัด คงต้องรอให้เจ้าของมาแสดงตัวเพื่อรับคืนไป

ของกลางพวกนี้ ก่อปัญหาให้เราตั้งแต่แรกเริ่มที่ไปจับกุมแล้ว ต้องนำไปเก็บรักษาที่คลังแสง ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากมายดูแลรักษา

ยุ่งเหยิงที่สุด คือการกักตัวผู้ต้องหาและอาวุธมหาประลัยเหล่านี้ เหมือนตัวล่อเป้าชั้นดี สุ่มเสี่ยงอย่างมาก!

วิธีการอันชาญฉลาด ที่เจ้าหน้าที่ไทยเคยทำมาก่อนและทั่วโลกเขาก็ใช้กัน

นั่นคือเมื่อพบว่าเข้ามาในบ้านเรา ก็รีบผลักดันออกไปให้พ้นๆ เสีย

ไม่รู้คนที่สั่งจับ คิดว่าจะได้หน้าได้ตา จะเอาใจพี่เบิ้มอเมริกา

หรือว่าพี่เขาชี้นิ้วสั่งมา!?!


ข่าวสดรายวัน
คอลัมน์ :ทิ้งหมัดเข้ามุม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น