--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันจันทร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

เถา "ทักษิณ" ใช้ต้มเถา "เสื้อแดง" จากมุ้งการเมือง-ถึงทฤษฎี "ขนมชั้น" ทุกยอดล้วนแตกจากราก "ทักษิณ"

เถาถั่ว ใช้ต้มต้นถั่ว ฉันใด กลุ่มคน "เสื้อแดง" ที่เกิดจาก "ทักษิณ" ที่ใช้เป็นเครื่องมือ-เคลื่อนไหวเพื่อ "ทักษิณ" ก็ฉันนั้น

เถาถั่วแห้ง เป็นเชื้อเพลิงชั้นดี สำหรับ "ต้มถั่ว"

กลุ่มคนเสื้อแดง เป็นพลังงานชั้นดี สำหรับ "ทักษิณ"

เถาถั่ว-เพียงเถาเดียว "ต้มถั่ว" สุกได้

กลุ่มคนเสื้อแดง แยกกอ-ต่อกิ่ง- แตกก้าน เป็นหลายก๊ก หลายเหล่า หลายอุดมการณ์

แดง-อดีตไทยรักไทย 111 คน แตกกอเป็น มูลนิธิ 111 เคลื่อนไหวการเมือง-ทำกิจกรรมสาธารณกุศล อาทิ ภูมิธรรม เวชยชัย-คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์-นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา-พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ฯลฯ

แดง-อดีตพลังประชาชน 37 คน กลายเป็น ที่ปรึกษาคณะกรรมการยุทธศาสตร์- ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย และเป็น "พี่เลี้ยง" นอกเวทีให้พรรคเพื่อไทย อาทิ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์-นายยงยุทธ ติยะไพรัช-นพดล ปัทมะ-สงคราม กิจเลิศไพโรจน์ และนิสิต สินธุไพร

แดง-หัวหอกเวที นปช. ต่อยอด- เชื่อมร้อยกับพรรคเพื่อไทย ทั้งกิจกรรมใน-นอกสภาผู้แทนราษฎร ที่นำโดย วีระ มุสิกพงศ์-ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ-จตุพร พรหมพันธุ์

ผนึกกับ "แดง" ฮาร์ดคอร์ สไตล์ อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง-ธีระชัย แสนแก้ว ที่ "รับงาน" ตั้งแต่ระดับดาวกระจาย- ถวายฎีกา ไปจนถึงวาระการชุมนุมใหญ่ และวาระพิเศษ-ล้มอำมาตย์ เปิดเผย-โจมตีคณะองคมนตรี

ยังมีแดง-ทหารนอกกองทัพ ที่มี "บิ๊กจิ๋ว" ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย เป็น "แม่ทัพ" ร่วมกับนายทหารปลดประจำการ ไม่น้อยกว่า 30 นาย

กลุ่มแดง-ทหารในกองทัพทั้งที่เปิดหน้า-ปิดหน้า มี "พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล" เป็นแนวหน้า ร่วมด้วย "พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี"

แดง-สยาม ที่แตกตัวมาจาก "แดง นปช." มี "จักรภพ เพ็ญแข-สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์" รวบรวม "แดง" สายอุดมการณ์-วิชาการ มาก่อตั้งแนวร่วมรบ ทั้งใน-นอกประเทศ

แดง-ในพรรคเพื่อไทย ที่แม้ว่าจะมี ยงยุทธ วิชัยดิษฐ เป็นหัวหน้าพรรค แต่ก็ยังมี "วิทยา บุรณศิริ" เป็นประธานวิปฝ่ายค้าน แม้จะมี "สุนีย์ เหลืองวิจิตร" เป็นเลขาธิการพรรค แต่ก็ยังมี "เฉลิม อยู่บำรุง" และ "มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์-ปลอดประสพ สุรัสวดี" เข้ามาชิงซีนชิงเค้กอำนาจ ก้อนใหญ่

ทุกแดง-ทุกเถา เป็นเถาถั่วชั้นดีที่จะต้มถั่ว

ทุกแดง-ทุกเครือข่ายมีข้อขัด-ข้อแย้ง แตกแยกทั้งจากภายใน-และปัจจัยจากภายนอก

ทุกแดง-พร้อมรับฟังเฉพาะ "คำสั่ง" จาก "ทักษิณ"

ทุกแดง-ขับเคลื่อนเพื่อเป้าหมาย "ทักษิณ"

ทุกความแตกแยก-ขัดแย้ง จึงล้วนมีเงื่อนไข-ปัจจัย มาจาก "ทักษิณ"

ดังนั้นทุกทิศทาง-วาระ-จังหวะ ในการเคลื่อนไหวทางการเมือง จึงล้วนแตกต่าง-แปลกแยก-หลากหลาย

เถือก-เถา ของ "เสื้อแดง" ที่แตกจาก "ราก-ทักษิณ" จึงกำลังกลายเป็น "เชื้อเพลิง" ชั้นดีที่ใช้ ที่ช่วยโหมแรงไฟ ให้เกิดการลุกไหม้ "พวกเดียวกัน"

ทั้งแรงปะทะระหว่างสงครามตัวจริง-ตัวแทน "เฉลิม-คุณหญิงสุดารัตน์" เพื่อ ชิงธงอภิปรายไม่ไว้วางใจ และชิงการนำในสภาผู้แทนราษฎร และในพรรคเพื่อไทย

ทั้งความขัดแย้งระหว่าง "แดง นปช.-เสธ.แดง-พล.อ.พัลลภ" ที่ยังคงบานปลาย แตกต่าง-สุดขั้ว ระหว่างแนวเคลื่อนไหวใต้ดิน-กับรูปแบบรุกรบบนดิน

ทั้งการขัดกันในเชิงอุดมการณ์ระหว่าง "แดงสยาม" กับ "แดงฮาร์ดคอร์"

ทุกราก-ทุกเถา มีรอยปริ-แตกร้าว- ทั่วด้าน

"ทักษิณ" เคยใช้วิธีการบริหารความ ขัดแย้ง ในพรรคไทยรักไทย ด้วยทฤษฎี "ขนมชั้น"

ด้วยวิธีการรวบรวมนักการเมือง ระดับเขี้ยวยาว-แก่พรรษา มาจากพรรคความหวังใหม่-เสรีธรรม-ชาติพัฒนา-กิจสังคม เข้าสังกัดพรรคไทยรักไทย

"ทักษิณ" บอกวิธีการหลอม-ล้อมคอกนักการเมืองว่า เหมือนกับการทำขนมชั้น "การเทแป้งแต่ละชั้นต้องทำอย่างดี ไม่ให้ส่วนผสมปนเปกัน เพื่อให้ขนมออกมาเป็นชั้น สวยงาม ได้สัดส่วนแยกแต่ละชั้นได้ เมื่อรวมกันเป็นขนมชั้น ก็เป็นขนมชั้นหนึ่งชิ้นที่มีรูปลักษณ์เป็นแท่ง น่ารับประทาน"

ทักษิณเล่าย้อน-ความสำเร็จว่า "นั่นคือตอนเริ่มต้น ตั้งพรรคแนวใหม่ เหมือนกับผมได้เตรียมกระทะทองเหลือง สะอาดและขัดล้างอย่างดีแล้ว...ถ้าเราไม่วางกรอบวัฒนธรรมขององค์กรที่เราจะสร้างให้เรียบร้อย จะทำให้องค์กรสะเปะสะปะ ไร้ทิศทาง"

ที่สำคัญ "ทักษิณ" ให้ความสำคัญกับ "คนเดียว" คือ การสร้างวัฒนธรรมองค์กรของพรรค "ต้องมาจากผู้นำ หรือหัวหน้าพรรค"

วิธีการ "จัดการ" การเมืองของ "ทักษิณ" กับ "คนเสื้อแดง" ไม่ต่างจากที่เคยจัดการพรรคไทยรักไทย

"แต่ละครั้งจะผลัดกันเป็นหัวหน้าและ ลูกน้อง ไม่ให้คนใดเป็นหัวหน้าหรือลูกน้องตลอด เพราะว่าสังคมการเมืองไทย ทุกคนจะหน้าใหญ่ ไม่มีใครยอมใคร คุณต้องรู้จักเล็กเป็น-ใหญ่เป็น"

ความเข้าใจ-มนุษย์พันธุ์พิเศษ ที่เรียกว่า "เซียนการเมือง" ของ "ทักษิณ"

คือต้องให้ "พวกไม่เหมือนกัน" ไปอยู่ร่วมกันสักระยะ เพื่อให้คนเหล่านี้กลายเป็น "คนเก่า" ที่มีระบบคิดเป็นเบ้าหลอมของพรรค และคนกลุ่มนี้จะมีบารมีในการพูดกับสมาชิกที่เข้ามาใหม่ได้

ความรู้เรื่องธุรกิจการเมือง ทำให้ "ทักษิณ" จัดการก๊ก-ก๊วน-มุ้ง นักการเมืองใหม่ "ผมรู้ดีว่าคนเป็นนักการเมืองจะมี บางอย่างที่เหมือนกัน เช่น มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง ไม่ค่อยกลัวอะไร และต้องเข้าใจในความต่างด้วยว่า มีทั้งดีบ้าง เลวบ้าง เก่งบ้าง"

"ทักษิณ" ใช้ทุกก๊ก-ทุกก๊วน-ทุกมุ้ง แข่งกันทำ "ผลงาน" ไม่จำกัดรูปแบบเพื่อทำลาย "ระบบมุ้ง" ไม่ให้มีพลังในการ "ต่อรอง" โดยคาดการณ์ไว้แล้วว่า ต้องมีรูปแบบ "กระทบกระทั่ง-ปะทะ-ทะเลาะ" ระหว่างมุ้ง อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

แต่ทุกมุ้งต้องเดินตามเป้าหมาย "ทักษิณ" คือชนะเลือกตั้ง โดยใช้การ "ทำประชาสัมพันธ์" แบบเข้าถึง "รากหญ้า" เป็นเครื่องมือสำคัญ

หลังจากครอบครองชัยชนะพรรคเดียว-หลายมุ้ง ด้วยทฤษฎี "ขนมชั้น" ได้ 1 สมัย "ทักษิณ" ก็ร่วงหล่นจาก "ชัยชนะ" ปิดตำนานรัฐบาลพรรคเดียว

ประสบการณ์ บทเรียน การบริหารความขัดแย้ง ด้วยทฤษฎีขนมชั้น ทำให้ "ทักษิณ" เหมือนจะแพ้-แต่ยังไม่แพ้ และต้องออกไปหาหนทางต่อสู้จากนอกประเทศ

นักการเมือง "ขนมชั้น" ส่วนใหญ่ กระจาย-แตกตัว-คืนรูป ไปตั้งพรรคใหม่ บางส่วนไปสังกัดพรรคเดิม กลับไปอยู่ในเบ้าหลอมการเมืองแบบเก่า

แต่การต่อสู้ของ "ทักษิณ" ยังไม่จบสิ้น รูปแบบการต่อสู้-คู่ขัดแย้ง เปลี่ยนแปลง-พลิกด้าน จากในสู่นอก-เหนือ สภาผู้แทนฯและทำเนียบรัฐบาล

แต่ "ทักษิณ" ก็ยังใช้วิธีการบริหาร แบบเดิม

ใช้ทุกแดง-ทุกเครือข่าย-ทุกพรรค เป็นปลายหอก-ปลายดาบ ในการต่อสู้ รุก-รบทั้งใต้ดิน-บนดิน

ใช้การสื่อสารทุกรูปแบบ ทั้งเว็บไซต์ วิทยุ โทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ระบบข้อความในโทรศัพท์มือถือ ทุกราก-ทุกเถา ไม่พลาดการสื่อสารกับ "ทักษิณ"

ทุกแดง-ทุกชั้น-ทุกเถา ร่วมเคลื่อนไหวหวัง "เป้าหมาย" เดียว คือ คืนเงิน 7.6 หมื่นล้าน สู่ครอบครัว "ชินวัตร"

ทุกเป้าหมายมีความเป็นเอกภาพ แต่วิธีการไปสู่เป้าหมายไร้เสถียรภาพ

เถาถั่ว...กำลังเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีในการต้มถั่ว ในหม้อน้ำเดือด

ที่มา:ประชาชาติธุรกิจ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น