นายจตุพร พรหมพันธ์ สส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แถลงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ว่า ได้รับการติดต่อจากทหารว่า ฝ่ายความมั่นคงได้ทำเอกสารลับความยาว 37 หน้า เป็นแผนของรัฐบาลที่เตรียมใช้กำลังอาวุธสังหารโหดฆ่าประชาชน เหมือนเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 และ เหตุการณ์สงกรานต์เลือดเมื่อเดือนเมษายน โดยเอกสารชิ้นนี้เกิดขึ้นขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมในศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเมื่อวันที่ 12 กพ. 53 และอีกครั้งวันที่ 15 กุมภาพันธ์
สาระสำคัญของเอกสาร ในการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่กทม.ตั้งแต่ปัจจุบันจนถึงวันที่ 16 ก.พ. โดยตอนหนึ่งระบุว่า นอกจากจะมีการรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ ตามบ้านพักต่างๆ จะเห็นว่าเป็นการสอดรับกับสถานการณ์ความรุนแรง ที่เกิดขึ้น เช่น รัฐบาลออกข่าวมีการตามประกบขบวนรถนายกรัฐมนตรีถึงสองครั้ง แต่กลับไม่มีจับกุมตัวมาดำเนินการ หรือ การเกิดเหตุระเบิดเอ็ม79 และ ซีโฟร์ก็เป็นการสร้างสถานการณ์ของรัฐบาลเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติตามแผนรับมือโดยเตรียมการใส่ร้ายเสื้อแดง ขณะที่กระแสนิยมของนายอภิสิทธิ์ก็พุ่งขึ้นเป็น 80%
นายจตุพร ได้อ่านเอกสาร 37 หน้าโดยระบุ ต่อว่า ในแผนรักษาความสงบเรียบร้อยพื้นที่กทม.ของรัฐบาลตั้งแต่วันที่ 17 กพ.เป็นต้นไปโดยให้เพิ่มระดับมาตรการ รปภ.โดยกำหนดพื้นที่รปภ.เป็น 3 ชั้นโดยเฉพาะพื้นที่ชั้นใน ประกอบด้วยรพ.ศิริราช องค์กรอิสระ แหล่งเศรษฐกิจ เขตพระราชทานฐาน ทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา กกต. ปปช. ศาลรธน. บ้านพักประธานองคมนตรี หรือ พื้นที่บริเวณชุมนุม เห็นได้ชัดว่า การที่มีระเบิดเอ็ม79 ในช่วงนี้ถือเป็นการซ้อมยิงเล็งพิกัดจากสนามม้านางเลิ้งมาที่ สะพานชมัยมรุเชษฐ์ เป็นพื้นที่ที่เสื้อแดงเตรียมชุมนุมใหญ่ ทั้งหมดจึงเป็นการเซทอัพ เขียนแผนมารองรับเพื่อจัดการกับเสื้อแดง
โดยเฉพาะแผนรักษาความปลอดภัยที่รพ.ศิริราชนั้น เมื่อรัฐบาลได้ยกระดับรักษาความปลอดภัยที่ศิริราชแล้ว จากนี้ถ้ายังมีเหตุการณ์อะไรอีก รัฐบาลก็จะกล่าวหาว่า คนเสื้อแดงยิงเอ็ม79 ใส่รพ.ศิริราชเพื้อนำไปสู่การนำจับแกนนำ หลังจากนั้น ก็จะมีการจัดการกับแกนนำเสื้อแดงในต่างจังหวัดโดยหากจัดการได้1 คนก็เชื่อว่าจะลดมวลชนได้ 1 พันคน ตามด้วย การออกซีดีและหนังสือเสื้อแดงล้มเจ้าซึ่งทำโดยกระทรวงมหาดไทยเพื่อดำเนินการแกนนำเสื้อแดงในข้อหาไม่จงรักภักดี
สำหรับแผนการล้อมปราบคนเสื้อแดงเหมือนเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 นั้น คือ ในหมวดการจัดกำลังควบคุมการปฏิบัติการ(น.27) โดยหลักให้ ทภ.1 กอ.รมน.ภาค 1 มีกำลัง 102 กองร้อย มีอุปกรณ์ 53 กองร้อย และ ไม่มีอุปกรณ์ 49 กองร้อย ที่น่าสนใจ คือ ในส่วนของกองหนุนที่จะช่วยในกทม.จำนวน 38 กองร้อยนั้น นำโดยพล.ร.2.รอ. หรือ กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ จ.ปราจีนบุรี จำนวน 12 กองร้อย และ พล.ร.9 จากจ.กาญจนบุรี10 กองร้อย ซึ่งทั้งสองหน่วยมักเป็นหน่วยปราบในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬและนำไปใช้ปราบประชาชนในสงกรานต์เลือด ทั้งนี้ ในเอกสารดูเผินๆว่าไม่มีอะไรเพราะเขียนว่า "ไม่มีอุปกรณ์" นั้นความจริงแล้ว ในทางทหาร ถือว่า คำนี้เป็นการติดอาวุธเอ็ม16 เพื่อนำมาล้อมปราบคนเสื้อแดง
"การสร้างสถานการณ์จะเกิดขึ้นทุกที่ ทั้งในรพ.ศิริราช เขตพระราชฐาน ทำเนียบ โดยใช้หน่วยที่เขาฝึกมา วันนี้ฝ่ายรัฐบาลเขามีหมด ทั้งคนที่เขาเตรียมการ ยังมีบัตรนปช.แดงทั้งแผ่นดิน ดังนั้นขอให้พวกเราช่วยเป็นหูเป็นตา จากนี้หากเกิดเหตุที่ศิริราช ขอให้สันนิษฐานว่าเป็นการกระทำโดยรัฐบาล"
ที่มา:มติชนออนไลน์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น