ที่ประชุม “ดีเอสไอ” ที่มี “แม่นมอมทุกข์” เป็นประธาน รับลูกทันทีหลัง “กระบอกเสียงเหลือง” ออกมาพูดชี้นำว่ามีเสียงร่ำลือว่า
มีความพยายามจะติดสินบนองค์คณะผู้พิพากษาคดียึดทรัพย์ “โดเรแม้ว” คนละ 1,000 ล้านบาท เพื่อให้ตัดสินไปในแนวทาง
ได้ประโยชน์กับ “โดเรแม้ว”
แทนที่ “แม่นมอมทุกข์” จะสั่งให้ดำเนินการกับ “ผู้ออกมาให้ข่าว” ที่เหมือนดูหมิ่นศักดิ์ศรีองค์คณะตุลาการ เหมือนเป็นการบิดเบือน
และโฆษณาชวนเชื่อให้เกิดความวุ่นวายปั่นป่วน
ขณะที่ “โฆษกศาลยุติธรรม” ออกมาปฏิเสธและตอบโต้กลับว่าไม่มีมูลความจริง ซึ่งที่ผ่านมาการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลฎีกา
แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทุกคดีไม่มีเคยมีเรื่องการเสนอสินบนใดๆ
การระบุเรื่องสินบนจึงเหมือนการปล่อยข่าวเพื่อหวังผลให้เกิดความระแวงสงสัยในการพิพากษาคดี แต่ศาลจะไม่แสดงว่าร้อนตัว
จนต้องสั่งห้ามการออกมาแสดงความคิดเห็นต่างๆ แต่หากเป็นการหมิ่นเหม่กระทบต่อการพิพากษาคดีหรือองค์คณะต้องดำเนินการ
ตามกฎหมายต่อไป
“ดีเอสไอ” จึงต้องดำเนินการกับผู้ออกมาให้ข่าวโดยเร็ว เพราะคดีของ “โดเรแม้ว” ไม่ใช่แค่ “เด็กไม่มีเส้น” และ “ก๊วนเพื่อนแม้ว”
จะมองว่าเป็นการต่อสู้ระหว่าง “เผด็จการ” กับ “ประชาธิปไตย”
ไม่ใช่เรื่องของการพิพากษาคดีซึ่งเป็น “ปลายเหตุ” ของปัญหา!
เหมือนที่นานาชาติวิพากษ์วิจารณ์ “หล่อหลักลอย” ว่าดำเนินการสีเหลืองกับสีแดง 2 มาตรฐานอย่างชัดเจน
โดยเฉพาะพวกที่ตะแบงว่าใช้มาตรฐานเดียวกัน เพียงแต่ “ช้า” หรือ “เร็ว” น่าจะถามตัวเองเหมือนกันว่า “กินข้าว” หรือ “กินหญ้า”?
เหมือนที่ “สะตอแคระ” ประกาศเพิ่มความเข้มข้นสื่อ “หอยสีม่วง” และเครือข่ายทั่วประเทศที่อ้างว่าหากไม่ชี้แจงกระบวนการยุติธรรม
ของประเทศอาจจะเกิดปัญหานั้นเป็นการชี้นำและกดดันกระบวนการตุลาการหรือไม่
ทั้งที่ “เทพอุนจิ” กับ “ดร.ตุ๊ด” หน้าแตกเพราะถูกจับได้ว่าโกหกตอแหล แต่ “หล่อหลักลอย” ยังปล่อยให้ออกมาตะแบงรายวัน
บ้านเมืองจะกลียุค หรือกระบวนการยุติธรรมจะถูกทำลายหรือไม่จึงไม่ใช่ “ตุลาการ” แต่เป็นพวกที่ออกมาตะแบงหรือบิดเบือน
เพื่อชี้นำให้เป็นไปตามที่ “กูและพวกกู” ต้องการ ซึ่งไม่ต่างกับ “ไม้ล้างป่าช้า” ที่ “คนมีสี” ตะแบงว่ายังเป็น “ไม้วิเศษ” เอาไปชี้เป็นชี้ตาย
ชีวิตประชาชน
บ้านเมืองป่นปี้ทุกวันนี้เพราะ “หัว” ก็กระดิก “หาง” ก็ส่ายพร้อมกันโดยไม่ต้องนัดหมาย
โดย.นายหัวดี
**********************************************************************
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น