ประธานวิปรัฐบาลเสนอใช้เทคนิคตั้งคำถามดึงให้กลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญออกมาใช้สิทธิเพื่อแก้ปัญหาคนลงประชามติไม่ถึง 24 ล้านคน “เฉลิม” ย้ำจะชงแก้ไข 9 ประเด็นให้ที่ประชุมเพื่อไทยพิจารณา แต่หากมีมติเดินหน้าทำประชามติก็พร้อมสนับสนุน “นพดล” ยัน “ทักษิณ” หนุนให้ประชาชนร่วมกันหาทางออกให้ประเทศ “เรืองไกร” ยื่น กกต. สอบ “อภิสิทธิ์” ปลุกล้มประชามติ ชี้ความผิดเกิดขึ้นแล้วโทษถึงยุบพรรค ตัดสิทธิ ด้านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เย้ยอดีตนายกฯขี้โม้ที่จะเอาคนมาลงประชามติให้ได้เกิน 24 ล้าน ย้อนถามถ้ามั่นใจจะคิดแก้กฎหมายประชามติทำไม
++++++++++
นายอุดมเดช รัตนเสถียร ประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิป) พรรคร่วมรัฐบาล จากพรรคเพื่อไทย แสดงความมั่นใจว่า ความเห็นต่างในแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญจะจบลงเมื่อพรรคมีมติไม่สร้างความแตกแยกในพรรค ส่วนข้อกังวลเรื่องเสียงประชามติที่อาจมีคนออกมาใช้สิทธิไม่เกินครึ่งหรือ 24 ล้านเสียงนั้น เรื่องนี้อยู่ที่เทคนิคการตั้งคำถาม
“ถ้าถามว่าเห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่คนที่ไม่เห็นด้วยก็จะอยู่เฉยๆ และเป็นช่องทางให้ฝ่ายค้านรณรงค์ให้ประชาชนไม่ออกไปใช้สิทธิ แต่ถ้าตั้งคำถามว่าเห็นด้วยกับการคัดค้านแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ คนที่เห็นด้วยกับการคัดค้านก็จะออกไปใช้สิทธิ ทำให้มีคนออกมาใช้สิทธิเกินครึ่งหนึ่งได้”
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ควรแก้รัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา แต่หากพรรคเพื่อไทยมีมติให้ทำประชามติก็พร้อมให้ความร่วมมือ
“ผมมีข้อเสนอให้แก้ 9 ประเด็น ซึ่งครอบคลุมในสิ่งที่คิดว่าเป็นปัญหาทั้งหมด” ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวและว่า กรณีที่แกนนำคนเสื้อแดงไม่เห็นด้วยกับการทำประชามติจะไม่มีผลให้เกิดความแตกแยกเพราะคนเสื้อแดงมีวินัย ถ้าพรรคให้ทำประชามติ แกนนำทุกคนต้องออกไปช่วยรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ
นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ที่ พ.ต.ท.ทักษิณสนับสนุนการทำประชามติเพราะต้องการให้ประชาชนร่วมกันตัดสินหาทางออกให้ประเทศ
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว.สรรหา เข้ายื่นเรื่องให้ตรวจสอบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กรณีทำจดหมายเปิดผนึกถึงคนไทยทั้งประเทศให้ร่วมกันล้มประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลว่าเข้าข่ายเป็นการหลอกลวงเพื่อให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง ออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่ออกเสียงตามมาตรา 43 (3) พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ 2552 หรือไม่ เข้าข่ายเป็นการกลั่นแกล้งพรรคเพื่อไทยตามมาตรา 104 พ.ร.บ.พรรคการเมือง 2550 และถือเป็นการกระทำของพรรคประชาธิปัตย์อันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ ตามความในมาตรา 94 (3) แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง 50 หรือไม่ แม้ยังไม่มีการประกาศทำประชามติอย่างเป็นทางการแต่ความผิดได้เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งมีโทษถึงยุบพรรคและตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค 5 ปี
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า รัฐธรรมนูญไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการแก้ปัญหาให้ประชาชน การแก้ไขเป็นการมุ่งทำเพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณทั้งสิ้น จึงเป็นบทพิสูจน์รัฐบาลว่าจะแก้ปัญหาให้ประชาชนหรือแก้ปัญหาให้ พ.ต.ท.ทักษิณ
“ที่ พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่าการทำประชามติต้องมีคนใช้สิทธิ 24 ล้านเสียงเป็นการแสดงให้เห็นว่าขี้โม้ เพราะถ้าเห็นว่าหมูจะคิดแก้กติกาประชามติทำไม”
ที่มา.หนังสือพิมพ์โลกวันนี้
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น