นายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจชื่อดังเจ้าของเว็บไซต์ไทยอินไซเดอร์ พร้อมด้วยนายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทีมทนาย เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนโดยมี พล.ต.ต.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบก.น.4 พ.ต.อ.สง่า กรรภิรมย์ ผกก.สส.บก.น.4 พ.ต.อ.ธนวัฒน์ วัฒนกุล ผกก.สน.โชคชัย พ.ต.ท.มานะ มหาศะรานนท์ พนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษ (สบ3) สน.โชคชัย และพ.ต.ท.ประทวน แมลงทับ พนักงานสอบสวนชำนาญการ(สบ2)ร่วมสอบปากคำ โดยใช้เวลานานกว่า 1.30 ชม.
นายสุวัตร ให้สัมภาษณ์ว่า จากการสอบปากคำพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหากับนายเอกยุทธในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายและเอาไปเสียซึ่งเอกสารสลิปหรือทำลายสลิป ซึ่งเบื้องต้นให้การภาคเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมเตรียมทำเอกสารคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อนำมาชี้แจงภายใน 30 วันด้วย เนื่องจากต้องการชี้แจงเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น
ด้านนายเอกยุทธ กล่าวว่า จากการสอบปากคำของพนักงานสอบสวนเบื้องต้น ตนขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เนื่องจากเรื่องที่เกิดขึ้นไม่เป็นความจริง มีการปั้นพยานขึ้นมากล่าวหา แต่ไม่อยากพูดอะไรมากเพราะกลัวจะเสียรูปคดี ส่วนกรณีที่บอกว่าบัตรเครดิตตนหมดอายุ ขอชี้แจงว่าบัตรของตนเป็นบัตรแบบพรีเมี่ยมของเอ็กซ์เพรสกับสยามซิตี้ แบงค์ ธนาคารนครหลวงไทย จะหมดอายุในปีหน้า และก็ได้รับการยืนยันจากทางธนาคารด้วย และก่อนหมดอายุทางธนาคารจะต้องส่งบัตรใหม่มาให้อยู่แล้ว นอกจากนี้ตอนที่พนักงานร้านนำบัตรตนไปรูดที่เครื่องนั้นทางร้านก็รูดแค่เครื่องเครื่องเดียวซ้ำๆ กัน ทั้งที่ในร้านมีอยู่ถึง 5 เครื่อง ก็ไม่รู้ว่าทางร้านจะเอาข้อมูลในบัตรตนไปด้วยหรือไม่
ส่วนภาพที่เห็นว่าผมชี้มือสั่งลูกน้องรุมกระทืบนั้น เป็นแค่ภาพจากเพียงบางส่วนที่จริงแล้วตนแค่ชี้บอกให้หยุดอย่าทะเลาะกัน และภาพล็อคคอนั้น ก็เป็นการล็อกคอพวกเดียวกันเองเพื่อห้ามปราม ดังนั้นเรื่องที่ว่าผมสั่งลูกน้องรุมกระทืบจึงไม่ใช่เรื่องจริง และได้เตรียมแจ้งข้อหากลับผู้จัดการร้านคาราโอเกะในข้อหาแจ้งความเท็จ และเจ้าหน้าที่ตำรวจบางคนในข้อหาหมิ่นประมาทเพราะได้ให้ข่าวว่าผมรูดบัตรไม่ผ่าน ไม่มีเงินจ่าย ซึ่งถือเป็นการหมิ่นประมาท และที่จริงแล้วก็ไม่ได้กลัวอะไรเพราะโทษข้อหาที่แจ้งมาไม่ได้ร้ายแรงมาก”
ที่มา.ข่าวสดออนไลน์
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น