ถ้อยคำผ่านวิดีโอลิงก์ข้ามโลกของ "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี มายังเวทีคนเสื้อแดงที่ชุมนุมต่อต้านการแช่แข็งประเทศ ภายใต้ชื่อว่า "รวมพลคนรักรัฐบาล ต้านกบฏ เดินหน้าลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญวาระ 3" นับเป็นการปลุกพลังมวลชนเสื้อแดงให้ลุกขึ้นสู้กับม็อบ "องค์การพิทักษ์สยาม" (อพส.) "บ้านเมืองต้องมีกติกา ถ้าจะแช่แข็งกัน ต้องมีกติกา บ้านเมืองจะไปได้ ถ้าไม่มีกติกา บ้านเมืองก็เจ๊ง ที่มีกลุ่มคนออกมาเคลื่อนไหวให้แช่แข็งประเทศไทย ขอให้พี่น้องประชาชนอยู่กับบ้านเฉย ๆ สื่อสารกันไว้ อย่าหวั่นไหวกับกลุ่มคนเหล่านั้น แต่ถ้าเมื่อไรบ้านเมืองไม่มีกติกา แล้วเราค่อยออกมาคิดว่าจะทำอย่างไร เพราะการแช่แข็งเอาไว้ใช้กับคนตาย คนเป็นเขาไม่แช่แข็งกัน ไว้ให้คนพวกนั้นตายเมื่อไร ผมจะมาแช่แข็งให้"
เป็นการปลุกคนเสื้อแดงทุกหัวมุมเมือง ตั้งแต่เชียงใหม่ อุดรธานี นครราชสีมา ปทุมธานี สมุทรปราการ ให้เตรียมพร้อมรอฟังเสียงสัญญาณนกหวีดจากแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ซึ่งบัญชาการมาจากกรุงเทพมหานคร หากเกิดการใช้วิธีนอกระบบ เข็นรถถังออกมายึดอำนาจ
ขณะเดียวกัน ถ้อยคำของ "พ.ต.ท.ทักษิณ" ก็เป็นกุศโลบาย-ปั่นกระแสประชานิยมซื้อใจคนรากหญ้า คนชั้นกลางให้ลุกขึ้นต่อต้านวาทกรรม "แช่แข็งประเทศ"
"ไม่เข้าใจว่าพวกเสธ.อ้ายจะออกมาแช่แข็งประเทศไทยทำไม ในเมื่อประเทศกำลังไปด้วยดี วันนี้เก็บภาษีทะลุเป้า โครงการบ้านหลังแรกทะลุเป้า ค่าแรง 300 บาทต่อวัน ราคาจำนำข้าว 1.5 หมื่นบาท ทำให้เศรษฐกิจประเทศเข้มแข็ง ชาวนาได้ประโยชน์ และประเทศไทยยังได้รับการยอมรับ"
"หลังจากดูแลคนชั้นล่างแล้ว ต่อไปจะดูแลคนชั้นกลาง สิ่งหนึ่งที่กำลังคิด คือภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา บางอันมันมากไป เราอยากให้ไทยมีความสุข มีสวัสดิการที่ดี" พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว
ดังนั้น การวิดีโอลิงก์ของ "พ.ต.ท.ทักษิณ" เป็นการใช้กลยุทธ์ป่าล้อมเมือง ผสมการปรุงแต่งถ้อยคำ แฝงนัยการเมือง หวังผลให้คนตั้งแต่ระดับรากหญ้า จนถึงคนชั้นกลางที่หาเช้า-กินค่ำได้เห็นว่าการเคลื่อนไหวของ "ม็อบเสธ.อ้าย" ทำให้ประเทศล้าหลัง กระทบไปถึงโครงสร้างเศรษฐกิจต้องหยุดชะงัก
อย่างไรก็ตาม แม้ "พ.ต.ท.ทักษิณ"-แกนนำคนเสื้อแดงประเมินว่า การชุมนุมของ อพส.อาจลุกลามกลายเป็นความรุนแรง เพราะมีมือที่ 3 เข้ามาปั่นป่วน สร้างสถานการณ์ สำทับกับหน่วยข่าวด้านความมั่นคงว่า กลุ่มทุนเก่าและกลุ่มธุรกิจผิดกฎหมายมีการลงขันถึง 6 พันล้านบาท เพื่อล้มรัฐบาล จนทำให้การคุ้มกันอาคารรัฐสภาเป็นไปอย่างเข้มงวด รัดกุม มาตร
วัดระดับการรักษาความปลอดภัยถึงขั้นสีแดง มีการเตรียมแผน "high alert" พร้อมสละอาคารรัฐสภาทันทีที่ม็อบประชิดรั้ว
แต่วอร์รูมประเมินสถานการณ์ระดับผู้นำความคิดในพรรคเพื่อไทยประเมินสถานการณ์การชุมนุมของอพส.ว่าไม่มีทางล้มรัฐบาล "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ได้
เพราะเมื่อยกความเข้มข้นทางอุดมการณ์ของ อพส. รวมทั้งปัจจัยแวดล้อมการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ในยุค "ยิ่งลักษณ์" เป็นนายกฯ จะเห็นได้ว่าพลัง-ความเข้มข้นทางอุดมการณ์ของ อพส.น้อยกว่ากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
เมื่อครั้งยึดสะพานมัฆวานรังสรรค์ ล้อมอาคารรัฐสภา ยึดทำเนียบรัฐบาล ปิดสนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ
ในยุค 2 นายกฯ "สมัคร สุนทรเวช-สมชาย วงศ์สวัสดิ์" จากพรรคพลังประชาชน
เมื่อประเมินว่าการชุมนุมของ อพส.ไม่สามารถใช้เป็นอาวุธจัดการรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ฟาดฟันให้ล้มพ้นอำนาจการเมืองได้ จึงวิเคราะห์ถึงดาบ 2 คือการใช้กลไกรัฐธรรมนูญที่ยังไม่เป็นประชาธิปไตยขึ้นมาจัดการผ่านกระบวนการตุลาการภิวัตน์
แต่เนื่องจากพรรคเพื่อไทยมีบทเรียนจากการยุบพรรคไทยรักไทย-พรรคพลังประชาชน จึงทำให้ทุกก้าวย่างทางการเมืองเป็นไปอย่างรัดกุม
แหล่งข่าวจากวอร์รูมพรรคเพื่อไทยวิเคราะห์ว่า เวลานี้ยังไม่มีปัจจัยใด ๆ ที่เป็นอันตรายถึงขั้นทำให้พรรคเพื่อไทยถูกกระบวนการตุลาการภิวัตน์เขี่ยพ้นกระดานการเมือง และยังไม่มีข้อกล่าวหาใดที่พุ่งตรงไปถึงตัว "ยิ่งลักษณ์" แต่ก็มีการประเมินสถานการณ์ถึงขั้นเลวร้ายที่สุด หากกลุ่มทุนเก่า-กลุ่มธุรกิจผิดกฎหมาย-กลุ่มชนชั้นนำเล่นเกมแรงแบบพรรคเพื่อไทยไม่คาดฝัน ทำให้ "ยิ่งลักษณ์" ต้องพ้นเก้าอี้นายกฯด้วยกระบวนการกฎหมายที่ยังกึ่งเผด็จการ พรรคเพื่อไทยก็พร้อมหาคนในพรรคขึ้นมารับตำแหน่งนายกฯแทนทันที "แม้จะจัดการกับนายกฯไม่ง่าย แต่หากเขาทำสำเร็จ นายกฯคนต่อไปก็ยังอยู่ในพรรคเพื่อไทย" แหล่งข่าวกล่าว
สอดคล้องกับ "จาตุรนต์ ฉายแสง" อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย มองเกมเบื้องหน้า วิเคราะห์ถึงเกมเบื้องหลังการชุมนุมของกลุ่ม อพส.ว่ามี 2 ระยะ 1.ระยะสั้น ใช้การชุมนุมของมวลชนกดดันรัฐบาล 2.ระยะยาว ใช้กระบวนการตุลาการภิวัตน์จัดการ
"จาตุรนต์" บอกว่า "ถ้าล้มเหลวตั้งแต่ระยะสั้น การจะฟื้นการเคลื่อนไหวแบบนี้จะทำได้ยากมาก เพราะทั่วทั้งสังคมจะเรียนรู้ เป็นการดิ้นเฮือกสุดท้าย"
แม้เขาทำนายว่า การชุมนุมของ อพส.จะเป็นการดิ้นเฮือกสุดท้ายของกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังการชุมนุมของเสธ.อ้าย แต่ก็ยังไม่ใช่สงครามครั้งสุดท้ายของชนชั้นนำ
"มันอาจดิ้นรนเฮือกสุดท้ายของกลุ่มที่เคลื่อนไหว แต่อาจยังไม่ใช่เฮือกสุดท้ายของชนชั้นนำที่ยังไม่เชื่อเรื่องประชาธิปไตย อาจมีเรื่องไม่เป็นเหตุผล ลี้ลับซับซ้อนปนอยู่ บางทีเราคาดไม่ถึง แต่มันเป็นไปได้ เพราะให้คิดแทน ก็ไม่รู้มันคืออะไร แต่มันต้องมีเหตุที่เราคาดไม่ถึง หรือเป็นเหตุที่เขาไม่พูดตรง ๆ แต่การที่เขาใช้เหตุ ข้ออ้างที่ไม่เป็นเหตุผล มันทำให้เคลื่อนไหว ลดความชอบธรรม ลดความน่าเชื่อถือลงอย่างมาก ถ้าสำเร็จได้ต้องมุทะลุบ้าบิ่น บ้าเลือด" จาตุรนต์กล่าว
วาทกรรมของ "พ.ต.ท.ทักษิณ" การปลุกคนเสื้อแดงทุกหัวเมืองผ่านวิดีโอลิงก์ เป็นเกมดึงคนรากหญ้า-ดึงคนชั้นกลางเข้ามาเป็นพวก พร้อมทั้งผลักม็อบ "เสธ.อ้าย" ให้กลายเป็นพวกล้าหลัง เป็นวิธีการเคลื่อนไหวแยบยลมีนัย เป็นการแช่แข็ง "เสธ.อ้าย" และเผด็จศึกม็อบอำมาตย์
ที่มา.ประชาชาติธุรกิจ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เป็นการปลุกคนเสื้อแดงทุกหัวมุมเมือง ตั้งแต่เชียงใหม่ อุดรธานี นครราชสีมา ปทุมธานี สมุทรปราการ ให้เตรียมพร้อมรอฟังเสียงสัญญาณนกหวีดจากแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ซึ่งบัญชาการมาจากกรุงเทพมหานคร หากเกิดการใช้วิธีนอกระบบ เข็นรถถังออกมายึดอำนาจ
ขณะเดียวกัน ถ้อยคำของ "พ.ต.ท.ทักษิณ" ก็เป็นกุศโลบาย-ปั่นกระแสประชานิยมซื้อใจคนรากหญ้า คนชั้นกลางให้ลุกขึ้นต่อต้านวาทกรรม "แช่แข็งประเทศ"
"ไม่เข้าใจว่าพวกเสธ.อ้ายจะออกมาแช่แข็งประเทศไทยทำไม ในเมื่อประเทศกำลังไปด้วยดี วันนี้เก็บภาษีทะลุเป้า โครงการบ้านหลังแรกทะลุเป้า ค่าแรง 300 บาทต่อวัน ราคาจำนำข้าว 1.5 หมื่นบาท ทำให้เศรษฐกิจประเทศเข้มแข็ง ชาวนาได้ประโยชน์ และประเทศไทยยังได้รับการยอมรับ"
"หลังจากดูแลคนชั้นล่างแล้ว ต่อไปจะดูแลคนชั้นกลาง สิ่งหนึ่งที่กำลังคิด คือภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา บางอันมันมากไป เราอยากให้ไทยมีความสุข มีสวัสดิการที่ดี" พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว
ดังนั้น การวิดีโอลิงก์ของ "พ.ต.ท.ทักษิณ" เป็นการใช้กลยุทธ์ป่าล้อมเมือง ผสมการปรุงแต่งถ้อยคำ แฝงนัยการเมือง หวังผลให้คนตั้งแต่ระดับรากหญ้า จนถึงคนชั้นกลางที่หาเช้า-กินค่ำได้เห็นว่าการเคลื่อนไหวของ "ม็อบเสธ.อ้าย" ทำให้ประเทศล้าหลัง กระทบไปถึงโครงสร้างเศรษฐกิจต้องหยุดชะงัก
อย่างไรก็ตาม แม้ "พ.ต.ท.ทักษิณ"-แกนนำคนเสื้อแดงประเมินว่า การชุมนุมของ อพส.อาจลุกลามกลายเป็นความรุนแรง เพราะมีมือที่ 3 เข้ามาปั่นป่วน สร้างสถานการณ์ สำทับกับหน่วยข่าวด้านความมั่นคงว่า กลุ่มทุนเก่าและกลุ่มธุรกิจผิดกฎหมายมีการลงขันถึง 6 พันล้านบาท เพื่อล้มรัฐบาล จนทำให้การคุ้มกันอาคารรัฐสภาเป็นไปอย่างเข้มงวด รัดกุม มาตร
วัดระดับการรักษาความปลอดภัยถึงขั้นสีแดง มีการเตรียมแผน "high alert" พร้อมสละอาคารรัฐสภาทันทีที่ม็อบประชิดรั้ว
แต่วอร์รูมประเมินสถานการณ์ระดับผู้นำความคิดในพรรคเพื่อไทยประเมินสถานการณ์การชุมนุมของอพส.ว่าไม่มีทางล้มรัฐบาล "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ได้
เพราะเมื่อยกความเข้มข้นทางอุดมการณ์ของ อพส. รวมทั้งปัจจัยแวดล้อมการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ในยุค "ยิ่งลักษณ์" เป็นนายกฯ จะเห็นได้ว่าพลัง-ความเข้มข้นทางอุดมการณ์ของ อพส.น้อยกว่ากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
เมื่อครั้งยึดสะพานมัฆวานรังสรรค์ ล้อมอาคารรัฐสภา ยึดทำเนียบรัฐบาล ปิดสนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ
ในยุค 2 นายกฯ "สมัคร สุนทรเวช-สมชาย วงศ์สวัสดิ์" จากพรรคพลังประชาชน
เมื่อประเมินว่าการชุมนุมของ อพส.ไม่สามารถใช้เป็นอาวุธจัดการรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ฟาดฟันให้ล้มพ้นอำนาจการเมืองได้ จึงวิเคราะห์ถึงดาบ 2 คือการใช้กลไกรัฐธรรมนูญที่ยังไม่เป็นประชาธิปไตยขึ้นมาจัดการผ่านกระบวนการตุลาการภิวัตน์
แต่เนื่องจากพรรคเพื่อไทยมีบทเรียนจากการยุบพรรคไทยรักไทย-พรรคพลังประชาชน จึงทำให้ทุกก้าวย่างทางการเมืองเป็นไปอย่างรัดกุม
แหล่งข่าวจากวอร์รูมพรรคเพื่อไทยวิเคราะห์ว่า เวลานี้ยังไม่มีปัจจัยใด ๆ ที่เป็นอันตรายถึงขั้นทำให้พรรคเพื่อไทยถูกกระบวนการตุลาการภิวัตน์เขี่ยพ้นกระดานการเมือง และยังไม่มีข้อกล่าวหาใดที่พุ่งตรงไปถึงตัว "ยิ่งลักษณ์" แต่ก็มีการประเมินสถานการณ์ถึงขั้นเลวร้ายที่สุด หากกลุ่มทุนเก่า-กลุ่มธุรกิจผิดกฎหมาย-กลุ่มชนชั้นนำเล่นเกมแรงแบบพรรคเพื่อไทยไม่คาดฝัน ทำให้ "ยิ่งลักษณ์" ต้องพ้นเก้าอี้นายกฯด้วยกระบวนการกฎหมายที่ยังกึ่งเผด็จการ พรรคเพื่อไทยก็พร้อมหาคนในพรรคขึ้นมารับตำแหน่งนายกฯแทนทันที "แม้จะจัดการกับนายกฯไม่ง่าย แต่หากเขาทำสำเร็จ นายกฯคนต่อไปก็ยังอยู่ในพรรคเพื่อไทย" แหล่งข่าวกล่าว
สอดคล้องกับ "จาตุรนต์ ฉายแสง" อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย มองเกมเบื้องหน้า วิเคราะห์ถึงเกมเบื้องหลังการชุมนุมของกลุ่ม อพส.ว่ามี 2 ระยะ 1.ระยะสั้น ใช้การชุมนุมของมวลชนกดดันรัฐบาล 2.ระยะยาว ใช้กระบวนการตุลาการภิวัตน์จัดการ
"จาตุรนต์" บอกว่า "ถ้าล้มเหลวตั้งแต่ระยะสั้น การจะฟื้นการเคลื่อนไหวแบบนี้จะทำได้ยากมาก เพราะทั่วทั้งสังคมจะเรียนรู้ เป็นการดิ้นเฮือกสุดท้าย"
แม้เขาทำนายว่า การชุมนุมของ อพส.จะเป็นการดิ้นเฮือกสุดท้ายของกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังการชุมนุมของเสธ.อ้าย แต่ก็ยังไม่ใช่สงครามครั้งสุดท้ายของชนชั้นนำ
"มันอาจดิ้นรนเฮือกสุดท้ายของกลุ่มที่เคลื่อนไหว แต่อาจยังไม่ใช่เฮือกสุดท้ายของชนชั้นนำที่ยังไม่เชื่อเรื่องประชาธิปไตย อาจมีเรื่องไม่เป็นเหตุผล ลี้ลับซับซ้อนปนอยู่ บางทีเราคาดไม่ถึง แต่มันเป็นไปได้ เพราะให้คิดแทน ก็ไม่รู้มันคืออะไร แต่มันต้องมีเหตุที่เราคาดไม่ถึง หรือเป็นเหตุที่เขาไม่พูดตรง ๆ แต่การที่เขาใช้เหตุ ข้ออ้างที่ไม่เป็นเหตุผล มันทำให้เคลื่อนไหว ลดความชอบธรรม ลดความน่าเชื่อถือลงอย่างมาก ถ้าสำเร็จได้ต้องมุทะลุบ้าบิ่น บ้าเลือด" จาตุรนต์กล่าว
วาทกรรมของ "พ.ต.ท.ทักษิณ" การปลุกคนเสื้อแดงทุกหัวเมืองผ่านวิดีโอลิงก์ เป็นเกมดึงคนรากหญ้า-ดึงคนชั้นกลางเข้ามาเป็นพวก พร้อมทั้งผลักม็อบ "เสธ.อ้าย" ให้กลายเป็นพวกล้าหลัง เป็นวิธีการเคลื่อนไหวแยบยลมีนัย เป็นการแช่แข็ง "เสธ.อ้าย" และเผด็จศึกม็อบอำมาตย์
ที่มา.ประชาชาติธุรกิจ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น