เดือน พ.ย. เป็นเดือนหฤโหดวิปโยคที่แท้จริงสำหรับคนไทย การเมืองของไทยเต็มไปด้วยความผันผวน เผชิญกับวิกฤตการณ์อย่างหนัก แต่ขอให้จับตาดูในเดือน ธ.ค. นี้ เพราะมีผู้เป็นใหญ่กำลังชะตาขาดเคราะห์ร้าย
จะเกิดปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองจนเกิดการจลาจลนองเลือด จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างถอนรากถอนโคน บ้านเมืองคับขันอย่างเต็มที่ภายในเดือน ธ.ค. การเมืองไทยอาจมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ อาจมีคนล้มตายเป็นใบไม้ร่วง อาจเกิดการยุบสภา หรือการปฏิวัติรัฐประหาร...”
เป็นคำทำนายทายทักจากนายโสรัจจะ นวลอยู่ นักโหราศาสตร์ชื่อดัง ที่ระดับความแม่นยำอยู่ในเกณฑ์เชื่อขนมกินได้
เป็นคำทำนายที่สอดคล้องกับหมอนิด นายกิจจา ทวีกุลกิจ นักโหราศาสตร์ชื่อดังของเมืองไทยอีกคน ที่ระบุว่า ประเทศไทยจะเกิดความรุนแรงขึ้น และเป็นจุดเปลี่ยนประเทศไทย อาจถึงขั้นนองเลือดครั้งใหญ่เป็นประวัติศาสตร์การเมืองไทย ถ้าทหารออกมาทำการรัฐประหารหรือปฏิวัติ การเลือกตั้งอาจต้องหยุดไปพักหนึ่ง และจะมีบุคคลสำคัญหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเมืองออกนอกประเทศ
จิ้งจกทักยังต้องฟัง
คำทำนายทายทักที่ออกมายิ่งช่วยเพิ่มดีกรีความหวาดหวั่นต่อสถานการณ์เบื้องหน้าทบเท่าทวีคูณ
ม็อบ 50,000 คน ไม่ต่ำกว่านั้นแน่จะมารวมตัวกันที่ลานพระบรมรูปทรงม้าในวันที่ 24 พ.ย. เพื่อขับไล่รัฐบาลนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ด้วยข้อกล่าวหา 3 ข้อสั้นๆคือ
1.รัฐบาลปล่อยให้มีการจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบัน โดยไม่มีการป้องกัน แต่ดูเหมือนว่าจะมีการส่งเสริมมากกว่า
2.รัฐบาลเป็นหุ่นเชิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อีกทั้งไม่มีประสิทธิภาพในการบริหาร และขาดธรรมาภิบาล
3.รัฐบาลปล่อยให้มีการทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้น
ข้อกล่าวหาเก่าๆกว้างๆ แต่เรียกคนออกมาร่วมชุมนุมได้มาก เป็นอะไรที่น่าคิด
จากการติดตามเบาะแสการก่อกำเนิดของม็อบไล่รัฐบาล พบว่าจุดเริ่มต้นเกิดจากมีนายทหารคนสนิทของใครบางคน ไปทาบทามให้ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือ เสธ.อ้าย ออกหน้าขับไล่รัฐบาล
ที่ไม่ใช้คนกลุ่มเก่าที่เคยทำงานสำเร็จมาแล้วหลายครั้ง เพราะหน้าช้ำ เกรงคนที่เป็นกลางๆไม่มีสีจะไม่ยอมรับแล้วหันไปเข้าร่วมกับฝ่ายตรงข้าม จะกลายเป็นการเพิ่มกำลังให้ศัตรูโดยไม่จำเป็น จึงให้ไปรับบทบาทเป็นกองหนุนอยู่เบื้องหลังแทน
เหตุผลหลักที่ใช้หว่านล้อม เสธ.อ้ายคือ เหตุผลข้อที่ 1
หน้าที่ของ เสธ.อ้ายมีอย่างเดียวคือแสดงบทบาทเป็นผู้นำ ส่วนที่เหลือทั้งเรื่องคน ทุน และยุทธศาสตร์ คนที่มาติดต่อจัดการให้หมด
การชุมนุมใหญ่วันที่ 24 พ.ย. ตั้งใจจะเล่นแรงแบบม้วนเดียวจบ ยั่วยุให้ปะทะ สูญเสีย โดยมีนายทหารระดับพลตรีซุ่มเตรียมกำลังไว้รอจังหวะเหมาะออกมาแสดงตนเป็นฮีโร่
นี่คือที่มาของการประกาศระดมตำรวจไมต่ำกว่า 50,000 นายเข้ามาดูแลการชุมนุม
จำนวนตำรวจกับจำนวนม็อบเกือบเท่ากันแทบจะประกบกันหนึ่งต่อหนึ่ง แต่จริงๆไม่ใช่ต้องการใช้ตำรวจกำราบม็อบ เพียงต้องการส่งสัญญาณถึงนายทหารยศพลตรีคนนั้นว่าถ้าจะยึดอำนาจต้องมีกำลังมากกว่า
ในชั้นนี้รัฐบาลมั่นใจว่าส่วนหัวๆของกองทัพยังนิ่ง แต่ก็ไม่ชัวร์ 100% ว่าจะเอาอย่างไรหากมีการปะทะ
การระดมกำลังตำรวจ 50,000 นาย นอกจากการเป็นการส่งสัญญาณถึงนายทหารยศพลตรีที่กำลังจะรับงานใหญ่ ยังเป็นการโยนก้อนหินถามทางเพื่อจับอาการของผู้นำเหล่าทัพด้วย
สงครามใหญ่ใกล้เข้ามาทุกขณะ ถึงเวลาที่ประชาชนต้องตัดสินใจแล้วว่าจะนั่งดูเขาจับประเทศแช่แข็ง ออกกฎ กติกาปกครองประเทศตามใจชอบ เพื่อยึดกุมให้เบ็ดเสร็จ
หรือจะออกมาช่วยกันปกป้องประชาธิปไตย ที่ยังไงก็ดีกว่าอยู่ภายใต้เผด็จการ
ที่มา.หนังสือพิมพ์โลกวันนี้
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น