--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ส่อง : อุปสรรค รบ. หลังฝ่าดงม็อบ-ผ่านซักฟอก !!?

เราได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ทำงานโดยยึดประโยชน์ประเทศ พี่น้องประชาชน ไม่เคยคิดทำเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง ไม่เคยเข้าไปแทรกแซงเพื่อใคร ที่กล่าวหาว่าทำลอยตัวเหนือปัญหา ไม่เป็นความจริง เพราะลอยตัวต่างกับความไม่รับผิดชอบ ในฐานะนายกรัฐมนตรี เรื่องการแทรกแซงการปฏิบัติงานยืนยันว่าไม่มี แต่ละตำแหน่งมีอำนาจหน้าที่ของตัวเองกำหนดไว้”

เสียงของนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวสรุปทิ้งท้ายในศึกการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่เพิ่งผ่านพ้นไปสดๆร้อนๆ

ผลการลงมติ นายกฯยิ่งลักษณ์ได้คะแนนความไว้วางใจท่วมท้นให้ทำงานต่อ 308 ต่อ 159 เสียง งดออกเสียง 9 ไม่ ลงคะแนน 9

การซักฟอกรัฐบาลที่ผ่านมา จุดที่น่าสนใจในการทำงานของฝ่ายค้านภายใต้การนำของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่เรื่องปัญหาการบริหารงานหรือการทุจริตคอร์รัปชันของรัฐบาล แต่ไฮไลท์อยู่ที่การโจมตีนายกฯยิ่งลักษณ์

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานวิปฝ่ายค้าน สรุปการอภิปรายเรียกร้องให้นายกฯยิ่งลักษณ์ยุติเหตุแห่งความเสื่อม 5 ข้อคือ 1.หยุดทำผิดกฎหมาย หรือปล่อยให้มีการทุจริต 2.ต้องมีวุฒิภาวะในการเป็นนายกรัฐมนตรีในสภา

3.เลิกการบริหารประเทศแบบลอยตัว หนีปัญหาและความรับผิดชอบ 4.อย่าปล่อยให้คนอยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่มาล้วงลูก โดยเฉพาะการแต่งตั้ง

5.นายกรัฐมนตรีต้องก้าวข้ามผลประโยชน์ของพวกพ้อง หรือทำเพื่อคนคนเดียว เพราะเรื่องนี้จะทำให้ประเทศก้าวเข้าสู่วิกฤตอีกครั้ง

การพุ่งเป้าใหญ่ไปที่ตัวนายกฯยิ่งลักษณ์ก็เพื่อตอกย้ำภาพการเป็นนอมินีของพี่ชาย เพื่อให้สอดคล้องกับความพยายามประทับตรานี้ขององค์กรนอกสภา

แม้ว่ารัฐบาลจะฝ่าดงม็อบนอกสภาของ “เสธ.อ้าย” พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ผ่านศึกซักฟอกในสภาของฝ่ายค้านไปได้

แต่หนทางเบื้องหน้าก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ยังคงมีขวากหนามมากมายรออยู่

ขวากหนามที่สำคัญคือ องค์กรอิสระที่ฝ่ายค้านได้ยื่นเรื่องให้ตรวจสอบ หลายเรื่อง หลายองค์กร ที่ต้องรอลุ้นผลว่าจะออกมาเป็นบวกหรือลบต่อรัฐบาล

ขณะที่แรงเสียดทานนอกสภาจะมีมากขึ้น แม้ เสธ.อ้ายประกาศเลิกม็อบไปแล้ว แต่จะมีกลุ่มต่างๆรับไม้ต่อเพื่อเคลื่อนไหวโค่นล้มรัฐบาลต่อไป

ประเด็นเรื่องทุจริตโกงกินจะมีใบเสร็จหรือไม่ไม่สำคัญสำหรับการเมืองไทย

แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าจะทำให้นายกรัฐมนตรีมีภาพลักษณ์เป็นคนโกงกินได้หรือไม่ ถ้าทำให้คนเชื่อได้ว่าโกงรัฐบาลก็มีสิทธิพังเร็ว

ยุทธศาสตร์ของฝ่ายค้านและฝ่ายต่อต้านรัฐบาลที่จะดำเนินต่อไปคือ ต้องหมั่นทาสีเพื่อให้ภาพของนายกฯยิ่งลักษณ์มัวหมองด้วยเรื่องทุจริตโกงกินให้ได้

นอกจากนี้แล้วยังต้องพยายามสร้างภาพให้นายกรัฐมนตรีเป็นคนไม่รักชาติ ไม่รักสถาบัน เพราะเป็นประเด็นอ่อนไหวที่จะใช้โค่นล้มรัฐบาลได้ง่าย

แม้สุดท้ายจะไม่สามารถสร้างภาพให้นายกฯยิ่งลักษณ์เป็นคนทุจริตโกงกินได้ ก็ต้องประทับตราให้เป็นคนลอยตัวเหนือปัญหา ไม่มีความรับผิดชอบ ปล่อยให้รอบข้างโกงกิน

นี่เป็นจุดอันตรายที่อาจเป็นจุดตายของรัฐบาล เพราะสามารถชงเรื่องให้องค์กรอิสระต่างๆเล่นงานนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลได้ถนัดมือ

หากทำให้คนส่วนใหญ่รู้สึกว่านายกรัฐมนตรีเป็นคนโกงกิน หรือสนับสนุนให้มีการทุจริตโกงกินได้เมื่อไร เงื่อนไขก็สุกงอมพร้อมปลุกม็อบขึ้นมาขับไล่รัฐบาลได้ทันที

ยุทธศาสตร์ของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลจึงเป็นยุทธศาสตร์ระยะยาว เป็นยุทธศาสตร์ของช่างทาสี ที่ใจเย็นไม่เร่งร้อน ค่อยๆทาทับไปเรื่อยๆ จนสีของการเป็นรัฐบาลทุจริตโกงกินเด่นชัดในความรู้สึกของประชาชน

เมื่อประชาชนมีความรู้สึกร่วมก็เป่านกหวีดกันได้ทันที

นี่คือขวากหนามสำคัญที่รออยู่เบื้องหน้า รัฐบาลจะอยู่ต่อไปได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะแก้หมากปมของฝ่ายต่อต้านอย่างไร

แก้ได้ก็ไปต่อได้ แก้ไม่ได้ก็รอวันพัง

ที่มา.หนังสือพิมพ์โลกวันนี้
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น