--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันศุกร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2554

สุนทรพจน์

“ฮอสนี มูบารัค” ประธานาธิบดีแห่งอิยิปต์...ซึ่งวันนี้กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายอย่างใหญ่หลวง...เพราะการถูกประชาชนผลักไสไล่ส่งให้ลงจากอำนาจ

ในวันที่ประชาชนกำลังเดือดดาล...และในวันที่เขายังดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิดีในฐานะผู้นำประเทศ สิ่งที่จะปลอบประโลมความบ้าคลั่ง...นั่นคือ การเอาน้ำเย็นเข้าลูบ

มูบารัค ใช้ช่วงเวลาสั้นๆ โดยกล่าว “สุนทรพจน์” ต่อหน้าประชาชนของเขา...เปรียบเสมือนการกล่าวคำอำลาครั้งสุดท้าย...และต้องการพูดอะไรบางสิ่ง ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้พูด

แต่ใครบ้างจะเชื่อว่า...สุนทรพจน์ที่ “มูบารัค” พูดถ่ายทอดสดออกโทรทัศน์ในวันนั้น...ได้เปลี่ยนแปลงความรู้สึกของประชาชนชาวอิยิปต์ไปอย่างสิ้นเชิง

จากเดิมที่คนอิยิปต์รักชาติ (มาก)...มาวันนี้พวกเขาเกิดความรักชาติ (มากที่สุด)

ประโยคนี้ประโยคเดียวที่ปลุก “จิตสำนึกรักชาติ” ของคนอิยิปต์

“ชาติจะยังคงดำรงอยู่ ผู้มาเยือนทั้งหลายจะมาและจากไป แต่อิยิปต์จะยังคงอยู่ชั่วนิจนิรันดร์ ธงของอิยิปต์จะยังคงปลิวไสว และดำรงอยู่อย่างปลอดภัย อิยิปต์จะก้าวข้ามผ่านจากยุคสู่ยุคอย่างมีเกียรติและสง่าสงาม”

มูบารัค ก้มหน้ายอมจำนน และรับผลการกระทำ เพราะวันนี้เขาเรียนรู้ว่า...ไม่มีผู้นำใดในโลกที่จะมีพลังยิ่งใหญ่ไปกว่า “ประชาชน” และไม่ว่าการกล่าวสุนทรพจน์ไพเราะบทนั้นจะออกมาจากใจ หรือจำเป็นต้องอ่านเพราะมีคนเขียนบทให้

สิ่งที่ทำให้คนอิยิปต์ลดความเดือดดาลลงมานั่นคือ การเห็น “มูบารัค” จากคนตัวโตๆ กลายมาเป็นคนตัวเล็กๆ...ซึ่งนับถือความอยู่รอดของ “ประเทศชาติ” เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

ไม่ว่าตัวเองจะชั่วจะเลวอย่างไร...แต่สุดท้ายประเทศชาติต้องดำรงอยู่ได้

เราโชคดีที่มีอุทาหรณ์และตัวอย่างมากมายที่เกิดขึ้นในโลก...แต่น่าเสียดายทำไม “ผู้มีอำนาจ” ในประเทศจึงไม่รู้จักเรียนรู้ และนำมาปรับเปลี่ยนประยุกต์ใช้

คิดถึงประเทศของเรา...ประเทศไทย...ที่วันนี้กลุ่มคนจำนวนน้อยยังไม่รู้ ชะตากรรมว่า...จุดจบของผู้ปกครองที่ไม่ได้ใจประชาชนจะเป็นอย่างไร

กลุ่มคนเหล่านั้นยังภาคภูมิใจที่ได้เป็น เบอร์หนึ่ง...เบอร์สอง...เบอร์สาม ของประเทศไทย...แต่กลับไม่เคยหันไปมองโลกภายนอกว่า...มีผู้ยิ่งใหญ่กี่คนแล้วที่ต้องถูกประชาชน “ทรมาน” และ “สาบแช่ง”

เท่าที่เห็น...มีจำนวนนับหมื่นถ้วน...แต่เราจะเป็นหนึ่งในนั้นหรือไม่...โอกาสน่าจะเป็นมีสูง!

ที่มา.โลกมันเบี้ยวภูผาหิน,บางกอกทูเดย์
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น