ในวัน..ทางเลือกหมด!
วาทะแห่งการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แปลไทยเป็นไทย หยาบคายเป็นภาษามนุษย์ ย่อมหมายความว่า..โห่หาบิดาท่านเหรอ!!! หรือดูจะเบาลงแต่แฝงความหมาย ไว้ในทีอันแสนจะบาดลึก นั่นคือการเลี่ยงบาลีอันผรุสวาทเป็นคำโบร่ำโบราณ ที่ออกเสียงว่า..“จรกา” แม้กระทั่งมวยรุ่นเก๋ารุ่นใหญ่อย่าง “ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง” ยังหลุดปากโพล่ง ออกมาว่า..เลวระยำ!!!
จะมีก็แต่ “จตุพร พรหมพันธุ์” ที่เบื้องแรกดูน่าจะมีลีลาสุ่มเสี่ยงคุก แต่ในเบื้องหลังก็ดูจะใช้วาทะการอภิปรายเป็นผู้ เป็นคนมากกว่ารายก่อนหน้า แต่จะเป็นด้วย เหตุแห่งเหตุในการเหยียบตีนโรงตีนศาล หรือมีชนักปักหลังกรณีติดประกันตัวในชั้น ศาลก็ตามแต่ กระนั้นมันก็ทำให้ “เดอะตู่” ขยับเข้าใกล้มาตรฐานนักการเมืองไทยๆ แบบพรรคประชาธิปัตย์อย่างน่าสังเวชใจพิกล
การเมืองภาครัฐสภาพันธุ์แท้แสดงตนเยี่ยงแอ็กติวิสต์ข้างถนน ส่วนแอ็กติวิสต์ ข้างถนนยกระดับตนเองด้วยข้อจำกัดจนสามารถขึ้นชั้นในทางพฤตินัยกลายเป็นนัก การเมืองเขี้ยวโง้งอย่างเต็มตัว
ทั้งนี้ทั้งนั้น อาการกลายพันธุ์ที่แปร เปลี่ยนมันก็ล้วนรวมศูนย์มาจาก จริยธรรมและความสำเหนียกทางการเมืองที่ไม่เคย ถูกยกระดับของฝ่ายกุมอำนาจ ที่ท่องคาถา ฝักถั่วเป็นสรณะในทุกครั้งที่ถูกอภิปรายไม่ ไว้วางใจ ก่อนจะใช้ความเก๋าเกมทางการเมืองและระบบพวกมากลากไป จนสุดท้าย และท้ายที่สุดต้องไว้วางใจบนความเจ็บใจ ของประชาชน และก็สามารถเอาตัวรอดอยู่อย่างเนืองๆ ในทุกครั้งไป
ประสาบ้านๆ “หญิงก็ร้าย ชายก็เลว” ในความหมายภาษาการเมืองนั่นย่อมมิต่าง จากการที่ “ประชาชนไว้วางใจเลือก ขโมยมาจับโจร”
นั่นก็เป็นเหตุผลที่คนชนชั้นกลางที่ไม่ เอา “อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร” แต่ก็ไม่ชอบประชาธิปัตย์ ยังคงต้องจำใจลงคะแนนให้มวยป้อมค่ายพระแม่ธรณีบีบมวยผมในวันที่ประเทศนี้ไม่มีทางเลือกมาก กว่าที่ควรจะเป็น ในทางกลับกัน มันก็เป็น เหตุผลเดียวกันที่ชนชั้นรากหญ้าปักใจเชื่อ อยากมั่นคงในนโยบายประชานิยมของ “นายใหญ่” เพราะที่ผ่านมาประชาธิปัตย์ไม่เคยสร้างมรรคผลให้คนจนจับต้องได้
สรุปคือประชาชนไม่สามารถไว้วางใจ นักเลือกตั้งนักการเมืองพันธุ์ไดโนเสาร์ อุปนิสัยศรีธนญชัยจำพวกนี้ได้ โฟกัสทั้ง หมดทั้งมวล จึงกลายเป็นเหตุแห่งการเฝ้ารอทางเลือกใหม่ ที่จะสามารถทะลุกลางปล้องเฉกเช่นพรรคไทยรักไทยแต่ในวงเล็บต้องไม่ออกลายจนต้องระหกระเหินไปอยู่ต่างประเทศ
จะว่าไปแล้ว ฝ่ายกุมอำนาจประเทศตัวจริงไม่ต่างจากป้อมปราการที่พรรคทางเลือกใหม่ ต้องมีภารกิจผ่าทาง ตันและต้องไม่ติดหล่มแห่งอำนาจ และฝ่าฟันไปข้างหน้าเพื่อเป็นความหวังของ ประชาชนให้ได้
อย่างไรก็ดี ในวันที่ทางเลือกหมด ได้ปรากฏพรรคทางเลือกใหม่ที่กาลเวลา จะเป็นผู้พิสูจน์ว่าป้อมค่ายการเมืองเหล่านั้น จะจัดอยู่ในสเปกใดระหว่าง “ของจริง” หรือ “ของเก๊”
“ธรรมมาธิปัตย์” ที่ในภายหลังเปลี่ยนมาเป็น “ประชาสันติ” อันมีชื่อของ “มิสเตอร์ไม้บรรทัด-ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์” เป็นหัวหมู่ทะลวงฟันใน ฐานะหัวหน้าพรรค
โบแดงอันดีเลิศประเสริฐศรีเกินมาตรฐานนักการเมืองชั่ว จนพวกพ้องไม่เล่นด้วยก่อนจะถูกเตะตัดขา นั่นย่อม บ่งบอกถึงผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่แม้กระทั่งสาวๆ สายเดี่ยวยังต้องระแวด-ระวังก่อนออกจากบ้าน แถมการมาครั้ง นี้ “บิ๊กปุ” ไม่ได้มาแบบไร้ต้นทุน เพราะมีบิ๊กเนมอย่าง “พันธุ์เลิศ ใบหยก” และ “เสรี สุวรรณภานนท์” ร่วมอยู่ในหัวขบวน ส่งผลให้ “ประชาสันติ” ไม่ได้จัดอยู่ในจำพวกม้านอกสายตาอย่างพรรคเล็กพรรคน้อยที่เกิดและตายดับไป ก่อนหน้านี้
“มาตุภูมิ” ภายใต้การบัญชาการ ในรูปแบบ “ลับ ลวง พราง” ของ “บิ๊ก บัง-พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน” ถือเป็น อีกหนึ่งพรรคที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผนวกกับละแวกปากน้ำ ที่ว่ากันว่าได้ทีมเศรษฐกิจมือดีอย่าง “สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์” มาร่วมหัวจมท้าย แถมยังมีเบอร์ เด็ดๆ ที่ยังคงอุบไต๋ไว้รอบิ๊กเซอร์ไพรส์ พรรคมาตุภูมิจึงจัดอยู่ในสารบบทางเลือก ใหม่ที่ไม่ธรรมดา
อย่างไรก็ดี ในความคาดหวังแห่ง ทางเลือกอันเป็นทางรอดของประเทศ คงยากที่จะผ่านป้อมปราการแห่งการ เมืองเก่าในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง กระนั้นก็ตาม หากว่ากันในเรื่องการแจ้ง เกิด “ประชาสันติ” และ “มาตุภูมิ” ถือเป็นพรรคทางเลือกใหม่ในวันที่ทางเลือก หมดของบ้านนี้เมืองนี้
สุดท้ายต้องจับตาให้ดี โดยเฉพาะวันปล่อยผีบ้าน 111 พรรคใหม่ ถอดด้ามทั้ง 2 ป้อมค่าย จะกลายเป็น นวัตกรรมทางการเมืองชิ้นใหม่ในวันที่ประชาชนกำลังสำลักการเมืองน้ำเน่า หากไม่ออกลายนอมินีจนต้องวายสิ้นไปเสียก่อน!!!
ที่มา.สยามธุรกิจ
///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น