--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2554

ทางเลือกใหม่

ในวัน..ทางเลือกหมด!

วาทะแห่งการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แปลไทยเป็นไทย หยาบคายเป็นภาษามนุษย์ ย่อมหมายความว่า..โห่หาบิดาท่านเหรอ!!! หรือดูจะเบาลงแต่แฝงความหมาย ไว้ในทีอันแสนจะบาดลึก นั่นคือการเลี่ยงบาลีอันผรุสวาทเป็นคำโบร่ำโบราณ ที่ออกเสียงว่า..“จรกา” แม้กระทั่งมวยรุ่นเก๋ารุ่นใหญ่อย่าง “ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง” ยังหลุดปากโพล่ง ออกมาว่า..เลวระยำ!!!

จะมีก็แต่ “จตุพร พรหมพันธุ์” ที่เบื้องแรกดูน่าจะมีลีลาสุ่มเสี่ยงคุก แต่ในเบื้องหลังก็ดูจะใช้วาทะการอภิปรายเป็นผู้ เป็นคนมากกว่ารายก่อนหน้า แต่จะเป็นด้วย เหตุแห่งเหตุในการเหยียบตีนโรงตีนศาล หรือมีชนักปักหลังกรณีติดประกันตัวในชั้น ศาลก็ตามแต่ กระนั้นมันก็ทำให้ “เดอะตู่” ขยับเข้าใกล้มาตรฐานนักการเมืองไทยๆ แบบพรรคประชาธิปัตย์อย่างน่าสังเวชใจพิกล

การเมืองภาครัฐสภาพันธุ์แท้แสดงตนเยี่ยงแอ็กติวิสต์ข้างถนน ส่วนแอ็กติวิสต์ ข้างถนนยกระดับตนเองด้วยข้อจำกัดจนสามารถขึ้นชั้นในทางพฤตินัยกลายเป็นนัก การเมืองเขี้ยวโง้งอย่างเต็มตัว

ทั้งนี้ทั้งนั้น อาการกลายพันธุ์ที่แปร เปลี่ยนมันก็ล้วนรวมศูนย์มาจาก จริยธรรมและความสำเหนียกทางการเมืองที่ไม่เคย ถูกยกระดับของฝ่ายกุมอำนาจ ที่ท่องคาถา ฝักถั่วเป็นสรณะในทุกครั้งที่ถูกอภิปรายไม่ ไว้วางใจ ก่อนจะใช้ความเก๋าเกมทางการเมืองและระบบพวกมากลากไป จนสุดท้าย และท้ายที่สุดต้องไว้วางใจบนความเจ็บใจ ของประชาชน และก็สามารถเอาตัวรอดอยู่อย่างเนืองๆ ในทุกครั้งไป

ประสาบ้านๆ “หญิงก็ร้าย ชายก็เลว” ในความหมายภาษาการเมืองนั่นย่อมมิต่าง จากการที่ “ประชาชนไว้วางใจเลือก ขโมยมาจับโจร”

นั่นก็เป็นเหตุผลที่คนชนชั้นกลางที่ไม่ เอา “อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร” แต่ก็ไม่ชอบประชาธิปัตย์ ยังคงต้องจำใจลงคะแนนให้มวยป้อมค่ายพระแม่ธรณีบีบมวยผมในวันที่ประเทศนี้ไม่มีทางเลือกมาก กว่าที่ควรจะเป็น ในทางกลับกัน มันก็เป็น เหตุผลเดียวกันที่ชนชั้นรากหญ้าปักใจเชื่อ อยากมั่นคงในนโยบายประชานิยมของ “นายใหญ่” เพราะที่ผ่านมาประชาธิปัตย์ไม่เคยสร้างมรรคผลให้คนจนจับต้องได้

สรุปคือประชาชนไม่สามารถไว้วางใจ นักเลือกตั้งนักการเมืองพันธุ์ไดโนเสาร์ อุปนิสัยศรีธนญชัยจำพวกนี้ได้ โฟกัสทั้ง หมดทั้งมวล จึงกลายเป็นเหตุแห่งการเฝ้ารอทางเลือกใหม่ ที่จะสามารถทะลุกลางปล้องเฉกเช่นพรรคไทยรักไทยแต่ในวงเล็บต้องไม่ออกลายจนต้องระหกระเหินไปอยู่ต่างประเทศ

จะว่าไปแล้ว ฝ่ายกุมอำนาจประเทศตัวจริงไม่ต่างจากป้อมปราการที่พรรคทางเลือกใหม่ ต้องมีภารกิจผ่าทาง ตันและต้องไม่ติดหล่มแห่งอำนาจ และฝ่าฟันไปข้างหน้าเพื่อเป็นความหวังของ ประชาชนให้ได้

อย่างไรก็ดี ในวันที่ทางเลือกหมด ได้ปรากฏพรรคทางเลือกใหม่ที่กาลเวลา จะเป็นผู้พิสูจน์ว่าป้อมค่ายการเมืองเหล่านั้น จะจัดอยู่ในสเปกใดระหว่าง “ของจริง” หรือ “ของเก๊”

“ธรรมมาธิปัตย์” ที่ในภายหลังเปลี่ยนมาเป็น “ประชาสันติ” อันมีชื่อของ “มิสเตอร์ไม้บรรทัด-ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์” เป็นหัวหมู่ทะลวงฟันใน ฐานะหัวหน้าพรรค

โบแดงอันดีเลิศประเสริฐศรีเกินมาตรฐานนักการเมืองชั่ว จนพวกพ้องไม่เล่นด้วยก่อนจะถูกเตะตัดขา นั่นย่อม บ่งบอกถึงผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่แม้กระทั่งสาวๆ สายเดี่ยวยังต้องระแวด-ระวังก่อนออกจากบ้าน แถมการมาครั้ง นี้ “บิ๊กปุ” ไม่ได้มาแบบไร้ต้นทุน เพราะมีบิ๊กเนมอย่าง “พันธุ์เลิศ ใบหยก” และ “เสรี สุวรรณภานนท์” ร่วมอยู่ในหัวขบวน ส่งผลให้ “ประชาสันติ” ไม่ได้จัดอยู่ในจำพวกม้านอกสายตาอย่างพรรคเล็กพรรคน้อยที่เกิดและตายดับไป ก่อนหน้านี้

“มาตุภูมิ” ภายใต้การบัญชาการ ในรูปแบบ “ลับ ลวง พราง” ของ “บิ๊ก บัง-พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน” ถือเป็น อีกหนึ่งพรรคที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผนวกกับละแวกปากน้ำ ที่ว่ากันว่าได้ทีมเศรษฐกิจมือดีอย่าง “สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์” มาร่วมหัวจมท้าย แถมยังมีเบอร์ เด็ดๆ ที่ยังคงอุบไต๋ไว้รอบิ๊กเซอร์ไพรส์ พรรคมาตุภูมิจึงจัดอยู่ในสารบบทางเลือก ใหม่ที่ไม่ธรรมดา

อย่างไรก็ดี ในความคาดหวังแห่ง ทางเลือกอันเป็นทางรอดของประเทศ คงยากที่จะผ่านป้อมปราการแห่งการ เมืองเก่าในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง กระนั้นก็ตาม หากว่ากันในเรื่องการแจ้ง เกิด “ประชาสันติ” และ “มาตุภูมิ” ถือเป็นพรรคทางเลือกใหม่ในวันที่ทางเลือก หมดของบ้านนี้เมืองนี้

สุดท้ายต้องจับตาให้ดี โดยเฉพาะวันปล่อยผีบ้าน 111 พรรคใหม่ ถอดด้ามทั้ง 2 ป้อมค่าย จะกลายเป็น นวัตกรรมทางการเมืองชิ้นใหม่ในวันที่ประชาชนกำลังสำลักการเมืองน้ำเน่า หากไม่ออกลายนอมินีจนต้องวายสิ้นไปเสียก่อน!!!


ที่มา.สยามธุรกิจ
///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น