โดย พระพยอม กัลยาโณ
การที่ทางมหาเถระสมาคม (มส.) มีมติคัดค้านการถอดคำว่า “วัด” ออกจากคำนำหน้าโรงเรียนที่ใช้ชื่อวัดนั้น ประเด็นนี้มีคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันไปหลากหลาย ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย บางคนบอกว่าที่หลายโรงเรียนขอตัดคำว่าวัดออกเพราะรู้สึกกันไปเองว่าถ้ามีวัดนำหน้าแล้วภาพของโรงเรียนจะดูด้อยกว่าโรงเรียนอื่น
จริงๆแล้วโรงเรียนคริสต์ โรงเรียนอิสลามจะเรียกว่าเป็นโรงเรียนวัดก็คงไม่ผิด แต่เขาก็ไม่เคยคิดว่าเขาด้อยตรงไหน กลับยิ่งพยายามชูว่าเป็นโรงเรียนในศาสนาของเขา แล้วทำไมโรงเรียนวัดในพุทธศาสนาจึงกลัวตกต่ำเพราะมีคำว่าวัดนำหน้า
อีกกระแสหนึ่งได้ยินแล้วน่าเป็นห่วง คือเรื่องผลประโยชน์ของโรงเรียน กระแสบอกว่าหากโรงเรียนใดถอดคำว่าวัดออกแล้วจะสามารถปล่อยเช่าสถานที่ส่วนของโรงเรียนในเชิงพาณิชย์ได้โดยไม่ต้องนำเงินเข้าวัด สามารถนำเงินเข้าโรงเรียนได้โดยตรง ไม่ต้องแบ่งให้วัดเพราะไม่ได้เป็นที่ธรณีสงฆ์
อีกประเด็นบอกว่าที่อยากตัดคำว่าวัดออกเพราะรังเกียจวัด ประเด็นนี้อยากให้ทุกคนลองนึกถึงโรงเรียนอิสลาม โรงเรียนคริสต์ เขายังไม่คิดทำเช่นนั้น เขาพยายามสนับสนุนและส่งเสริมให้คนทั่วไปรู้ว่าโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนคริสต์ โรงเรียนนี้เป็นอิสลาม
เรื่องแบบนี้เมื่อก่อนไม่เห็นมีใครตะขิดตะขวงใจว่าโรงเรียนวัดไม่ดีหรือเรียนที่วัดไม่ได้ เพราะเรียนโรงเรียนวัดก็ไม่ได้ต่ำต้อยน้อยหน้าใคร และคนที่เคยเรียนโรงเรียนวัดหลายคนได้รับการยกย่อง มีหน้ามีตาในสังคม
อาตมาก็เรียนโรงเรียนวัด ได้รับความรู้มาเยอะแยะมากมาย ไม่เคยคิดน้อยเนื้อต่ำใจที่เรียนโรงเรียนวัด ขณะที่โรงเรียนมีชื่อเสียงที่ไม่มีคำว่าวัดนำหน้าก็มีเด็กเกเรอยู่ในนั้นถมเถไป เด็กบางคนเผาโรงเรียนอย่างนี้ ไล่ตีไล่ฆ่ากันอย่างนั้น
เพราะฉะนั้นจึงอยากฝากไปว่า ผู้ที่เป็นนักบริหารต้องทำให้บ้าน วัด โรงเรียน เกิดการสอดประสานกัน ให้เดินทางไปในทิศทางเดียวกันโดยไม่จำเป็นต้องตัดคำว่าวัดออก ถ้าคิดอยากให้คำว่าบ้าน วัด โรงเรียน มีช่องว่างห่างกันไปเรื่อยๆ สุดท้ายยาเสพติดก็อาจจะเข้ามาแทรกแซง ภัยร้ายอย่างอื่นก็เข้ามาเพราะมันจ้องจะหาจังหวะเข้าไปอยู่แล้ว หรือเรากำลังรู้สึกว่าตนเองมีปมด้อยอะไรกับการมีคำว่าวัดนำหน้า เพราะคำว่าวัดก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ในอดีตวัดก็คือสถานที่ที่ให้ความรู้ ให้สติปัญญา มีสถานภาพทางด้านการให้สติปัญญาอยู่แล้ว สมัยที่ไม่มีโรงเรียน ไม่มีมหาวิทยาลัยก็เป็นที่ให้การศึกษา และสังคมก็ไม่ได้วุ่นวายขนาดนี้
ขณะที่โรงเรียนบางแห่งไม่สามารถทำให้คนฉลาดขึ้น แถมยังเป็นแหล่งทำให้เกิดปมปัญหา ไม่ว่าจะเรื่องตีรันฟันแทงกันระหว่างโรงเรียน เรื่องท้องในระหว่างเรียน ยังมีปัญหายาเสพติด ปัญหานิยมเหล้าปั่นหน้าโรงเรียน
เรื่องนี้หากการศึกษาเป็นอย่างที่หลวงพ่อพุทธทาสว่า การศึกษาวันนี้เหมือนกับเจดีย์ยอดด้วน คือยิ่งเรียนสูงกลับยิ่งเพิ่มปัญหา ยกตัวอย่างตอนเรียนอนุบาล ปัญหายาเสพติด ปัญหายกพวกตีกัน ปัญหาชู้สาว ไม่มีให้เห็นแน่ แต่พอๆเรียนสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ชั้นประถมศึกษาอาจมีนิดๆ พอมัธยมฯต้นเริ่มกินเหล้า มัธยมฯปลายถึงมหาวิทยาลัยปัญหาทุกอย่างเข้ามาได้หมด
แต่ต้องยอมรับว่าสมัยนี้วัดกับโรงเรียนแม้จะอยู่ในพื้นที่เดียวกันบางทีก็ไม่ค่อยจะเอื้ออาทรกัน บางวัดอาจใจแคบไม่เคยช่วยเหลือเอื้ออาทรเรื่องการศึกษา ไม่ให้การสนับสนุนเท่าที่ควร ในขณะเดียวกันโรงเรียนก็ตั้งข้อรังเกลียดวัดอยู่ในใจ เราจึงต้องทำให้ทั้ง 2 หน่วยงานเดินทางร่วมกัน ประคับประคองกันไปให้ได้ หากต้องแยกกันไปจะเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย
สมมุติว่า มส. ไม่ได้มีมติเรื่องข้อห้ามนี้ออกมา เชื่อว่าโรงเรียนที่มีชื่อวัดนำหน้าอีกหน่อยอาจจะไม่มีเหลือแล้วเพราะเปลี่ยนกันไปหมด อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ก็ได้ แต่ไม่รู้ว่าจะเปลี่ยน แปลงไปสู่ความเจริญ เป็นวิวัฒนาการที่นำไปสู่ความวินาศนาการ หรือวิวัฒนาการที่นำไปสู่ความก้าวหน้าแล้วทำให้อยู่เย็นเป็นสุขกันต่อไป ขอให้ทุกฝ่ายใคร่ครวญกันให้ดี อย่าได้ผลีผลาม อย่าได้ด่วนตัดสินใจอะไรง่ายๆ หรืออย่าได้กระทบกระทั่งเกลียดชังกันไปจนไม่อาจจะมองหน้ากันระหว่างผู้บริหารโรงเรียนกับเจ้าอาวาส
ฉะนั้นอยากให้ช่วยกันรักษาคำว่าบ้าน วัด โรงเรียน ให้สอดคล้องกันไว้ให้เป็นปึกแผ่นที่เหนียวแน่น จะได้เป็นหลักคุ้มครองเด็กและเยาวชนให้มีศีลธรรม ทำให้เป็นภูมิคุ้มกันที่ดีกว่า
เจริญพร
ที่มา.หนังสือพิมพ์ โลกวันนี้
**********************************************************************
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น