--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันพุธที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2554

มองการณ์ไกล..!!!!!

ประชาธิปไตย ‘ฝืนใจคน’ ตีความแบบศรีธนญชัย ‘ระบบคน’ ยังไม่ชัดเจน คนดีหน่ายทั้งเข็ดขยาด! หลังผ่านศึกซักฟอกแบบฉลุยฉุยแฉะ...และเห็นทีท่าของ “รัฐบาล” ในการตีฆ้องร้องป่าวเรื่อง “วันยุบสภา-วันเลือกตั้งใหม่”...ที่ “คนของรัฐบาล” พยายามทำให้เห็นถึง “ความตั้งใจจริง” ไม่ได้โม้ไปวันๆ

ขณะที่ “คนควบคุมกติกา” อย่าง “สดศรี สัตยธรรม” กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง ก็ออกมาตั้งเงื่อนไขที่ดูเหมือนจะเป็น “เดดล็อก” ในเรื่อง “ระยะเวลา” ในการออกกฎหมายลูก 3 ฉบับ “ร่างแก้ไขพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งร่างแก้ไขพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว.ร่างแก้ไขพ.ร.บ.ประกอบ รัฐธรรมนูญพรรคการเมือง” ว่า ถึงแม้จะผ่านสภาฯ แต่ก็ยังติดที่ “ศาลรัฐ ธรรมนูญ” ซึ่งจะต้องให้การรับรอง ที่จะ ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1 เดือน

ทำให้มีการมองกันว่า...อาจจะไม่เสร็จทันตามกำหนดเวลาที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกรัฐมนตรี พยายามตอกย้ำในช่วงวันยุบสภาว่าจะเป็น “ต้นเดือน พ.ค.” ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ “หลายคน” มองข้ามไปแล้วว่า “นี่หรือเปล่า...ที่อาจเป็นเงื่อนไขในการทอดเวลาการยุบสภาออก ไป” โดยอ้างเหตุผลว่า “ไม่สามารถไป เร่งรัดศาลรัฐธรรมนูญได้” และ “นายกฯ ก็ไม่ได้ผิดคำพูดด้วย” เพราะอย่าลืมว่า... เลือกตั้งในเวลานี้ ไม่มีหลักประกันใดๆ ที่ชัวร์ 100% ว่า “ประชาธิปัตย์” จะได้ กลับมาสู่อำนาจอีกครั้ง!!!

จะเห็นว่า ระบบการเมืองไทยบ้าน เรา มีความพยายาม “งัด” เอาเรื่อง “ข้อกฎหมาย” ที่จะต้องเป็นไปตาม “ตัวอักษร” มากำหนดชะตาชีวิตของคนไทยอยู่ตลอดเวลา ใครสามารถตีความตามตัวอักษรแบบศรีธนญชัย...เข้าข้างตัวเอง ได้มากเท่าใด ก็จะพยายามทำให้ฝ่ายตัวเอง ได้เปรียบมากขึ้นเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็น “ประชาธิปไตยที่ฝืนใจ” มากกว่าจะเป็น “ประชาธิปไตยที่แท้จริง” และยิ่งทำให้ “คนดีๆ” เบื่อหน่ายและขยาดการเมืองมากขึ้นอีก

เมื่อพูดถึง “ระบบ” ก็ให้นึกถึงเรื่อง “ตัวบุคคล” ขึ้นมาฉับพลัน...เพราะมาเห็น การประกาศของ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” ว่าจะ “ไม่เล่นการเมือง” ก็ทำ ให้สงสัยหนักว่า แล้วที่นั่งอยู่ในเก้าอี้ “รมว. กลาโหม” นั้น...ไม่ใช่เล่นการเมืองหรือ??? นี่ยังไม่นับรวมท่าที “แทงกั๊ก” ของ “ร.ต.อ. ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์” (ตัวละครใหม่แต่ หน้าเดิมๆ) ผู้ถูกคาดหมายว่าจะมานั่งเก้าอี้ หัวหน้าพรรคประชาสันติ เพื่อหวังเป็นทาง เลือกให้กับผู้คน แต่ “ท่าที” นิ่งเฉย...ที่ยังไม่กล้าเปิดเผยตัว ก็ให้ระวังว่า “จุดแข็ง” อาจกลายเป็น “จุดอ่อน” ได้

อย่าลืมว่า...การเมืองเป็นเรื่องของ การอาสาเข้ามาทำงานรับใช้ประชาชน โดยมีตำแหน่ง-อำนาจ-บารมี...ไว้รองรับให้ กับ “คนการเมือง” และที่ผ่านมา “หลายคน” ก็ขวนขวายและไขว่คว้า...“กระสัน-อยาก” เข้ามามีอำนาจ...เมื่อมี “ความอยาก” ก็ควรมี “ความกล้า” ควบคู่กันไปด้วย มิใช่เล่นบท “อีแอบ” หรือรอเล่น บท “อร่อยจังตังค์อยู่ครบ”

นี่เป็นแค่การตั้งข้อสังเกตง่ายๆ ใน 2 เรื่อง 2 รส...ที่เกี่ยวข้องกับ “การเมืองไทย” ทำให้มองเห็นเลาๆ ว่า “การ เมืองไทย...ยังไปไม่ถึงไหนจริงๆ” และ “คนไทย” ยังไม่สามารถฝากความหวัง ว่า “การเมืองไทย” จะนำพาพวกเขา... ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่มั่นคงและดีขึ้น ได้อย่างไร??? ตราบใดที่ “การเมืองไม่นิ่ง” และ “ตัวละครการเมือง” ยังจมปลักอยู่กับ “สิ่งโสมม” ที่ “น้ำเน่า” เหมือนเดิม... ตราบนั้น “ประเทศชาติ” ก็ยังไม่พัฒนา และ “คนไทย” ก็ยังต้องเผชิญกับเรื่องเน่าๆ เหมือนเดิม

ที่มา.สยามธุรกิจ
////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น