กลายเป็นเรื่องกล่าวขวัญพูดถึงกันสนั่นเมือง..เรื่องที่นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไปปาฐกถาพิเศษในประเทศมองโกเลียเกี่ยวของความเป็นประชาธิปไตย
ความเป็นประชาธิปไตยมีความสำคัญต่อดิฉันอย่างมากและที่สำคัญยิ่งกว่าคือความไม่เป็นประชาธิไตยมีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศบ้านเกิดของดิฉันประเทศไทยที่ดิฉันรัก
รัฐบาลของประชาชนโดยประชาชนและเพื่อประชาชนไม่ได้ได้มาฟรีๆ สิทธิเสรีภาพความเชื่อที่ว่ามนุษย์ทุกคนไม่ว่าชายหรือหญิงมีความเท่าเทียมกันนั้นได้มาด้วยการต่อสู้และที่น่าเศร้าใจคือทำไมต้องมีผู้เสียชีวิต
บางตอนเป็นคำถาม เช่น รัฐบาลที่ได้รับการเลือกตั้งถึงสองครั้งสองหนด้วยเสียงส่วนใหญ่ถูกล้มลงในปี 2006 ประเทศไทยเสมือนรถไฟตกรางและประชาชนคนไทยใช้เวลาเกือบ 10ปีกว่าจะได้เสรีภาพแห่งประชาธิปไตยกลับคืนมา
ตลอดเวลาเกือบสองปี นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ เกือบจะไม่มีการก้าวก่ายองค์กรอิสระ..แต่ในปาฐกถาหนนี้..นายกรัฐมนตรีจัดไปเต็มด้วยประโยคที่ว่า..จำนวนครึ่งหนึ่งของวุฒิสภาไทยมาจากการเลือกตั้งแต่อีกครึ่งหนึ่งกลับได้รับการแต่งตั้งโดยกลุ่มคนเล็กๆ กลุ่มหนึ่ง
ยิ่งกว่านั้นกลไกที่เรียกว่าองค์กรอิสระได้ใช้อำนาจเกินขอบเขตแทนประชาชนเจ้าของอำนาจที่แท้จริง เป็นการดำเนินการเพื่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมากกว่าเพื่อส่วนรวมของสังคม
และทีเด็ดที่สำคัญ..คือการใช้สังคมโลกมาพิทักษ์ประชาธิปไตยของประเทศ คือ การกดดันจากนานาชาติที่เชื่อในระบอบประชาธิปไตยทำให้กระบวนการประชาธิปไตยในประเทศไทยคงอยู่ใต้การคว่ำบาตรและการไม่ยอมรับเป็นกลไกสำคัญ
ก็ต้องยอมรับว่า..ปาฐกถาของนายกรัฐมนตรีในมาดปูดำออกศึกคราวนี้..เป็นก้าวแรกของการจะเป็นนายกรัฐนตรีที่สมบูรณ์แบบที่สุด
และใครก็ตาม..ที่คิดจะมีอำนาจแบบรวบรัดตัดตอน..คำเตือนก็คือ..คิดให้ดีและนานๆ ที่สุด
โดย.พญาไม้.บางกอกทูเดย์
///////////////////////////////////////////
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น