หงส์สีทอง ถูกแกะสลักอย่างสวยงามตั้งตระหง่านหันหน้าเข้าหารูปปั้นยักษ์บริเวณด้านหน้าทางเข้าอาคารศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 4 นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์การ หันหน้าเข้าหากันระหว่างไทยกับพม่า
เพื่อร่วมมือด้านโลจิสติกส์รองรับการเชื่อมโยงกับภูมิภาค ในโอกาสที่ “นายเต็ง เส่ง” ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียน์มาร์เดินทางตรวจเยี่ยมชมท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง
“นายเต็ง เส่ง” เดินทางถึงอาคารศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 4 เวลาประมาณ 15.15 น.โดยมีม.ร.ว.พงศ์สวัสดิ์ สวัสดิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายจาตุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และคณะ ให้การต้อนรับหลังจากเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวัน ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล โดยได้รับฟังการบรรยายสรุปการเชื่อมโยงภายในภูมิภาค โดยเฉพาะการเชื่อมโยงท่าเรือน้ำลึกทวายกับพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีสเทิร์น ซีบอร์ด) และท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง การส่งเสริมการลงทุน การพัฒนาและบริหารจัดการพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า การเชื่อมโยงท่าเรือน้ำลึกทวาย-ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง เป็นมิติใหม่ด้านการค้าการลงทุนของไทย เชื่อว่าจะสามารถลดสัดส่วนต้นทุนระบบขนส่งที่ปัจจุบันอยู่ที่ 15% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ลงได้ รวมถึงช่วยร่นระยะเวลาการขนส่งจากฝั่งจะวันออกที่อ่าวไทย ซึ่งมีสินค้าจากจีน ญี่ปุ่น เกาหลีกระจายไปฝั่งตะวันตกไม่ว่าจะเป็นอินเดีย ตะวันออกกกลาง แอฟริกา และยุโรป ได้ครึ่งหนึ่ง ก็จะเป็นประโยชน์โดยเฉพาะอุตสาหกรรมต้นน้ำ เช่น อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ อาหาร และน้ำตาล
และเพื่อรองรับการเชื่อมโยงระหว่างท่าเรือน้ำลึกทวายกับท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง ได้เตรียมแผนก่อสร้างมอเตอร์เวย์ช่วงบางใหญ่-กาญจนบุรี ระยะทาง 96 กิโลเมตร และช่วงกาญจนบุรี-พุน้ำร้อน ระยะทาง 70 กิโลเมตร ไว้รองรับแล้ว รวมถึงเส้นทางรถไฟ นิคมอุตสาหกรรม และเขตเศรษฐกิจชายแดนด้วย
“มอเตอร์เวย์สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ออกแบบเสร็จแล้วอยู่ระหว่างการรอเวนคืนที่ถ้าแล้วเสร็จก็จะเปิดประมูลได้ทันทีด้วยวิธี PPP จากนั้นก็จะเริ่มก่อสร้างสายกาญจนบุรี-พุน้ำร้อน เป็นลำดับต่อไป” นายศิลปชัย จารุเกษมรัตนะ ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าว
ด้านนายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า ประธานาธิบดี เต็ง เส่ง และคณะตรวจเยี่ยมท่าเรือแหลมฉบังเพื่อสำรวจความพร้อมของระบบขนส่ง เตรียมผลักดันการเชื่อมต่อระหว่างท่าเรือทวายในพม่ากับท่าเรือแหลมฉบังให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว สำหรับกนอ.อยู่ระหว่างศึกษานิคมอุตสาหกรรมพุน้ำร้อน จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อรองรับการเปิดท่าเรือน้ำลึกทวาย คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 1-2 เดือน
นายอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กล่าวว่า การเดินทางมาท่าเรือแหลมฉบังของคณะประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ครั้งนี้ เพื่อร่วมมือการส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวาย ซึ่งจะมีการร่วมกันพัฒนาและกระตุ้นนักลงทุนไทยและนักลงทุนจากต่างประเทศเข้าไปลงทุนที่ท่าเรือน้ำลึกทวาย สำหรับนักลงทุนมีความสนใจไปลงทุนที่พม่าจำนวนมาก โดยเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา มีนักลงทุนเข้าไปจับคู่ธุรกิจในย่างกุ้ง จำนวน 100 ราย และในเดือนกรกฎาคม นี้ก็จะมีบริษัทคนไทย 50 แห่งเข้าไปย่างกุ้ง ดังนั้น เพื่ออำนวยความสะดวกนักลงทุนไทยทางบีโอไอมีแผนจะเข้าไปตั้งสำนักงานบีโอไอที่ย่างกุ้งในเร็วๆ นี้
ภายหลังการเดินทางไปหอบังคับการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง “นายเต็ง เส่ง” ได้ให้ความสนใจท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบังมาก โดยได้สอบถามถึงรูปแบบการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งสามารถเอาไปเป็นตัวอย่างการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวายได้ส่วนหนึ่ง รวมถึงการพัฒนาและบริหารจัดการพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ชายฝั่งตะวันออก หรือ อิสเทิร์น ซีบอร์ด ที่มีการลงทุนอุตสาหกรรมต่างๆ ของ 7 นิคมอุตสาหกรรม การตัดถนน และเส้นทางรถไฟ จะต้องพัฒนาควบคู่กันไป
จากนี้ไปต้องจับตาการจับมือเดินไปพร้อมกันระหว่างไทยกับพม่า ภายหลัง “เต็ง เส่ง” เข้าพบน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้หารือขยายความร่วมมือด้านพลังงาน การพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวาย เส้นทางคมนาคมเชื่อมต่อระหว่างอีสเทิร์น ซีบอร์ดกับเวสต์เทิร์น ซีบอร์ด เพื่อก้าวไปสู่สะพานเศรษฐกิจ และศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งใหม่ของโลก
ที่มา.สยามธุรกิจออนไลน์
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น