--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ใครหลอกใช้ !!?

“ขอบคุณ พ.ร.บ.ปรองดอง ที่จะพาผมกลับบ้านแบบเท่ๆ”

“ผมจะกลับบ้านแบบเท่ๆ ใครจะตายผมก็ไม่สน”

ป้าย 2 ข้อความของเครือข่ายเสรีราษฎร แนวร่วมกลุ่มคนเสื้อแดง ที่แต่งตัวเลียนแบบเหตุการณ์สลายการชุมนุมโดยแต่งตัวเป็นทหารใช้ปืนจ่อศรีษะคนเสื้อแดง และมีการสวมหน้ากากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อยื่นถึงผู้บริหารและสมาชิกพรรคเพื่อไทย คัดค้านร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติของพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิและคณะ โดยระบุว่า เขียนจากคณะบุคคลที่มีส่วนในการทำรัฐประหารซึ่งเนื้อหามุ่งลบล้างผลพวงรัฐประหารที่ปลายเหตุ

ขณะที่เครือข่ายเสรีราษฎร ต้องการให้ตัดข้อความเกี่ยวกับนิรโทษกรรมรัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐที่จัดการเรื่องการสลายการชุมนุมจนเป็นเหตุให้มีผู้ชุมนุมบาดเจ็บละเสียชีวิตออกและต้องผลักดันการค้นหาความจริงว่าใครเป็นผู้กระทำการด้วยความรุนแรง จนทำให้ประชาชนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

นอกจากนี้เครือข่ายเสรีราษฎรยังให้เร่งเอานักโทษทางการเมืองที่เกิดจากความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมาออกจากการจองจำทั้งหมดและให้เพิ่มความในร่างพ.ร.บ.ว่า การชุมนุมทางการเมืองเป็นการแสดงออกทางการเมือง รวมทั้งที่เกี่ยวเนื่องกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และพ.ร.บ.การกระทำผิดเนื่องจากคอมพิวเตอร์

“สนธิ”สู้ครั้งสุดท้าย(อีกแล้ว)

ขณะที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ปราศรัยในงาน “คอนเสิร์ตเมืองไทยรายสัปดาห์ภาคพิเศษ” เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมาว่า พันธมิตรฯ จะชุมนุมต่อต้านร่างพ.ร.บ.ปรองดองจนถึงที่สุดและครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย

“ถ้าแพ้ ต้องตายคาลูกปืนก็จะตาย แต่ถ้าชนะเมื่อไหร่จะล้างมือในอ่างทองคำ และจะลาออกจากแกนนำไปใช้ชีวิตเงียบๆ ไม่ต้องให้ใครมาหลอกใช้อีก”

นายสนธิกล่าวว่า ตนจำเป็นต้องพูด เพราะไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกรา วันที่ 30 พฤษภาคมจะเป็นงานเลี้ยงที่สำคัญ ตนจะอยู่เคียงข้างพี่น้องตลอดไปจนกว่าเรื่องราวจะจบ แต่ไม่อยากให้ถามว่าถ้าจบแล้ว ตนหายไปไหน เพราะที่ผ่านมาพี่น้องมีความรู้มากพอแล้ว และเป็นคนคุณภาพแล้ว

“พี่น้องอย่าโกรธผม ขอให้เข้าใจผม ผมสู้มาตั้งแต่อายุ 58 จน 65 แล้ว ไม่ได้มีชีวิตอย่างมนุษย์ธรรมดาเลย สู้ครั้งสุดท้ายครั้งนี้ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ถ้าชนะจะยกประเทศให้เขาดูแลต่อไป ถ้าดูแลไม่ดีไม่ต้องมาเรียกผม ผมจะอยู่ในใจพี่น้องทุกคน ขอเป็นนักสู้ผู้ไม่ยอมแพ้ให้พี่น้องระลึกถึง”

นอกจากนี้แกนนำพันธมิตรฯ ยังออกแถลงการณ์ “การปฏิรูปประเทศไทย” เพื่อ “ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน” ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้อเรียกร้องเดิม โดยเฉพาะการเลือกตั้งที่ให้ปลอดจากทุนสามานย์ไม่ให้ครอบงำประเทศในทุกรูปแบบและผู้แทนประชาชนไม่จำเป็นต้องสังกัดพรรคการเมือง

ร่างพ.ร.บ.ปรองดอง

แต่ร่างพ.ร.บ.ปรองดองขณะนี้มีถึง 4 ร่างที่เสนอเข้าสู่สภา คือ นอกจากร่างพ.ร.บ.ที่เสนอโดยพล.อ.สนธิแล้ว อีก3 ร่างเป็นของส.ส.พรรคเพื่อไทยที่เสนอในนามของกลุ่มบุคคล ซึ่งเนื้อหาไม่ได้แตกต่างจากร่างของพล.อ.สนธิ แต่ที่น่าสนใจคือร่างพ.ร.บ.ปรองดองของ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะแกนนำคนเสื้อแดง และส.ส.เสื้อแดง พรรคเพื่อไทย โดยระะบุว่า การนิรโทษกรรมจะเว้นบุคคลที่ต้องคดีก่อการร้ายและคดีความผิดต่อชีวิตที่เกิดขึ้นในการชุมนุมทางการเมือง ระหว่างวันที่ 15 กันยายน 2548 ถึง 10 พฤษภาคม 2553

นายณัฐวุฒิ ให้เหตุผลว่า หากการกระทำที่ก่อให้เกิดการสูญเสียชีวิตของประชาชน รวมถึงเจ้าหน้าที่ไม่มีกระบวนการเอาผิดและลงโทษ ในอนาคตก็ไม่มีหลักประกันที่จะยืนยันว่า บุคคลที่มีอำนาจจะไม่กระทำการที่ลุแก่อำนาจหรือใช้อำนาจปราบปรามทำลายชีวิตประชาชนอีก การยื่นร่างพ.ร.บ.จึงถือเป็นการทำเพื่อวันนี้และอนาคตของประเทศ

ส่วน นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงเหตุผลที่ต้องเสนอร่างของคนเสื้อแดง เพราะเนื้อหาร่างพ.ร.บ.ปรองดองของพล.อ.สนธินั้น คนสั่งฆ่าประชาชนได้ทั้งขึ้นและล่อง คนเสื้อแดงจึงไม่สามารถปรองดองโดยปล่อยให้ฆาตกรลอยนวลไปได้

“เราไม่ติดใจทหาร แต่ติดใจคนสั่งการ หากคดีบงการฆ่าผ่านไปโดยไม่มีคนรับผิดชอบ ต่อไปก็จะมีการฆ่าอีกนับไม่ถ้วน เมื่อฆ่าแล้วก็จะได้รับการนิรโทษฯ ส่วนตัวสนับสนุนแนวทางปรองดอง แต่ต้องเป็นไปตามหลักนิติรัฐ นิติธรรม และที่นายสุเทพประกาศสละสิทธิ์ไม่ขอรับการนิรโทษกรรม พวกเราที่เป็นแกนนำเสื้อแดง ก็จะไม่ขอใช้สิทธิได้รับนิรโทษกรรมเช่นกัน แต่ในคดีอื่นเล็กๆ น้อยๆ เช่น ผู้ชุมนุมละเมิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ควรที่จะได้รับการยกเว้น”

“อภิสิทธิ์”ยังดีแต่พูด?

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ที่ประกาศคัดค้านร่างพ.ร.บ.ปรองดอง โดยเฉพาะ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งคนเสื้อแดงและประชาคมโลกถือเป็น “ผู้นำมือเปื้อนเลือด” ไม่ต่างกับ “โมฆะบุรุษ” แต่ยังใช้วาทกรรมที่ถนัดโจมตี ร่างพ.ร.บ.ปรองดองของพล.อ.สนธิว่าเหมือน “เขียนด้วยมือ ลบด้วยเท้า” และยืนยันว่า ถ้ากฎหมายนี้ออกมาจริงก็ยุ่งวุ่นวายแน่ เพราะการนิรโทษกรรมความผิดทั้งหมดเสมือนไม่เคยมีการกระทำผิดเลย ใครที่ถูกตัดสินคดีไปแล้วก็ให้พ้นจากความผิด แม้แต่คนเอาเอ็ม 79 ไปยิง ฆ่าคน หมิ่นประมาท เผาและขโมย แทนจะจำกัดแค่เรื่องการเมืองจริงๆ ถือเป็นบรรทัดฐานที่อันตรายมาก เพราะทำลายหลักนิติรัฐและหลักนิติธรรม ซึ่งประชาชนที่สูญเสียก็ไม่ได้ต้องการเช่นกัน แต่ต้องการให้ค้นหาความเป็นจริงก่อนแล้วค่อยใช้หลักการให้อภัย ซึ่งตนและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ก็ไม่ประสงค์ให้นิรโทษกรรมเช่นนี้เช่นกัน

นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงร่างพ.ร.บ.ปรองดองของส.ส.เสื้อแดงว่า เพียงต้องการลดกระแสต่อต้านจากคนเสื้อแดงที่ไม่พอใจ และหากมีชื่อนายณัฐวุฒิลงนามด้วย ก็ถือว่ามีส่วนได้ส่วนเสีย เนื่องจากยังมีคดีความต่างๆ อยู่ โดยส่วนตัวจึงเห็นว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวน่าจะขัดกับรัฐธรรมนูญแทบทุกมาตรา แต่การยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต้องรอให้ผ่านออกมาบังคับใช้ก่อน

อย่างไรก็ตาม นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ตอบโต้นายอภิสิทธิ์ว่า พ.ร.บ.ปรองดองเป็นการปลดล็อกความขัดแย้งและนำประเทศไปสู่การปรองดองอย่างแท้จริง ไม่ใช่ “เขียนด้วยมือ ลบด้วยเท้า” อย่างนายอภิสิทธิ์พูด เพราะพ.ร.บ.ปรองดองเป็นการเยียวยาการละเมิดหลักนิติรัฐและนิติธรรมที่เกิดจากการรัฐประหาร จึงเป็นการ “เขียนด้วยเท้า ลบด้วยมือ” มากกว่า

Bad Romance?

อย่างไรก็ต้องยอมรับว่า ไม่ว่าร่าง พ.ร.บ.ปรองดองฉบับใดก็ตามก็มีทั้งผู้สนับสนุนและต่อต้าน เพราะการนิรโทษกรรมมีทั้งผู้ได้ประโยชน์และผู้เสียประโยชน์ โดยเฉพาะพ.ต.ท.ทักษิณ ขณะที่คนเสื้อแดงก็ต้องการจะดำเนินคดีกับนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพให้ได้

พ.ร.บ.ปรองดองจึงเหมือนการเปิดพื้นที่ความขัดแย้งรอบใหม่ ซึ่งไม่ใช่แค่การต่อสู้ของคนเสื้อแดงและพันธมิตรเสื้อเหลือง แต่ยังเป็นการต่อสู้ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์อีกด้วย โดยฝ่ายอำมาตย์นั่งตีขิมสบายใจอยู่บนกำแพง ไม่ว่าฝ่ายไหนจะชนะหรือแพ้ก็ไม่ส่งผลกระทบ เพราะวันนี้ทั้ง 2 พรรคก็ต้องการเป็นมิตรกับฝ่ายอำมาตย์ โดยเฉพาะพ.ต.ท.ทักษิณและพรรคเพื่อไทยที่ถูกคนเสื้อแดงและนักวิชาการหัวก้าวหน้าถือว่าวันนี้มีพฤติกรรรมเป็น “อำมาตย์ใหม่” ไม่ใช่ไพร่เสื้อแดงที่ต้องการต่อสู้เพื่อให้ได้ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

อย่างที่ นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักกฎหมายอิสระ ตั้งคำถามว่า พ.ร.บ.ปรองดองจะเป็นร่าง พ.ร.บ.จูบปากที่ในที่สุดจะมีจุดจบ “รักขม” แบบเพลงยอดนิยม “Bad Romance” ของ“เลดี้ กาก้า” มาเปิดการแสดงดนตรีที่เมืองไทยหรือไม่ ?

โดยเฉพาะประเด็นว่าร่าง พ.ร.บ.ปรองดองขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญมาตรา 309 หรือไม่ เพราะเป็นการล้มล้างผลทางกฎหมายที่สืบทอดมาจากการรัฐประหารโดยตรง เช่น การใช้อำนาจโดยคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ (คตส.) ซึ่งมาตรา 309 รับรองสิ่งที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว (2549) ได้รับรองไว้ และมาตรา 36 หรือมาตรา 37 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวยังได้รับรองผลทางกฎหมายของการใช้อำนาจโดย คตส.เช่นกัน หากจะล้างผลดังกล่าวได้ก็ต้องกระทำโดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญเท่านั้น

คุมนักการเมืองเลวให้ได้?

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าพ.ร.บ.ปรองดองจะเป็นการต่อสู้ของไพร่เสื้อแดง หรือพันธมิตรเสื้อเหลืองที่วันนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับไพร่เช่นกันนั้น ไพร่เองก็ไม่ต่างกับนักกรเมืองที่มีหลายก๊ก หลายมุ้ง ทั้งคนดีและคนเลว ไพร่จึงมีสารพัดไพร่ ไม่ว่าไพร่ที่อยากเป็นอำมาตย์ หรือไพร่ที่ต้องการเป็นอิสระและต้องการประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

พ.ร.บ.ปรองดองจึงไม่ใช่สงครามระหว่างไพร่กับไพร่ หรือไพร่กับนักการเมืองเท่านั้น แต่ยังเป็นการทำสงครามระหว่างไพร่กับอำมาตย์อีกครั้ง ซึ่งนับวันจะยิ่งหมกเม็ดมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่ออำมาตย์เก่าและอำมาตย์ใหม่เกี๊ยะเซี๊ยกันลงตัว ไพร่เสื้อแดงและไพร่เสื้อเหลืองก็เท่ากับถูกหลอกใช้ทั้งคู่และในที่สุดก็ถูกแบ่งแยกและทำลาย ทั้งที่ไพร่เสื้อแดงและไพร่เสื้อเหลืองก็ไม่ต้องการให้ “นิรโทษกรรมเหมาเข่ง”

ปัญหาของไพร่ขณะนี้คือ จะจัดการกับนักการเมืองเลว รวมทั้งอำมาตย์เก่าและอำมาตย์ใหม่อย่างไร อย่างที่ นายนิธิ เอียวศรีวงศ์ นักวิชาการอิสระ ให้ความเห็นว่า “เราต้องคิดให้ดีว่าเราจะใช้การหย่อนบัตรเพื่อคุมนักการเมืองอย่างไร นักการเมืองส่วนใหญ่เลวทั้งนั้น แต่เราอย่าเกลียดคนเลว คนดีที่คุมไม่ได้อันตรายกว่าคนเลว ปัญหาของเราคือต้องช่วยกันคิด ช่วยกันทำสร้างองค์กรและขบวนการที่ประชาชนอย่างเราสามารถคุมคนชั่วได้ และหนึ่งในการคุมคนชั่วก็คือมีการเลือกตั้ง เราต้องกลับมาคิดเรื่องนี้ให้ดีว่าทำอย่างไรจะคุมนักการเมืองได้”

การต่อสู้ของไพร่จึงต้องทำให้เกิดประชาธิปไตยอย่างแท้จริงเพื่อเลือกส.ส.หรือส.ว.ที่มีหัวใจเป็นไพร่อย่างแท้จริง ไม่ใช่นักการเมืองที่หลอกใช้ หรือแอบอิงไพร่เพื่อไต่เต้าไปเป็นอำมาตย์ เพราะประชาธิปไตยอย่างแท้จริงนั้นอำนาจอยู่ที่ประชาชน

ใครหลอกใช้?

แต่วันนี้ไม่มีใครรู้ว่า พ.ร.บ.ปรองดองจะลงท้ายอย่างไร จะนิรโทษกรรมเหมาเข่ง หรือเว้นวรรคทั้งฆาตรกรและนักโษเพื่อตอบแทนบุญคุณ ไม่เหมือนกับบทบาทของ “2 สนธิ” ที่เห็นชัดเจน

“สนธิ” หนึ่งคือหัวหน้าม็อบเสื้อสีเหลือง ผ้าพันคอสีฟ้า ใหญ่คับนภา ชนิดที่เทวดายังต้องกลัว “สนธิ” ผู้เดินหน้าไปส่งเทียบเชิญให้อีก “สนธิ” หนึ่งซึ่งขณะนั้นเป็นผู้บัญชาการทหารบก ทำการรัฐประหารยึดอำนาจ ฉีกรัฐธรรมนูญปี 2540 เมื่อ 19 กันยายน 2549

“สนธิ” ผู้กล้าประกาศว่า จะรบครั้งสุดท้าย (แล้วสุดท้ายอีก) “จะไม่ยอมให้ใครมาหลอกใช้อีก” และจะขอไปใช้ชีวิตอยู่เงียบๆ โดยเขาแทบไม่ได้เอ่ยถึงคดีความที่ค้างคา ไม่ว่า ล้อมสภา ยึดทำเนียบ ปิดสนามบิน หรือกรณีศาลชั้นต้นสั่งจำคุกถึง 80 ปีจากกรณีเล่นแร่แปรธาตุธุรกิจส่วนตัวที่ล้มละลายไป หรือ “สนธิ” นี้เขารู้ผลล่วงหน้าว่า สุดท้ายก็ไม่มีอะไรในก่อไผ่ เตรียมไปใช้ชีวิตอยู่เงียบๆได้ดังใจปรารถนา?

อีก “สนธิ” หนึ่งเคยเป็นถึงหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครอง บลา บลา บลา...(ชื่อยาว ยาวมาก ยาวที่สุด จนน่าบันทึกไว้ในกินเนสบุ๊ก) แต่ต้องผิดคิวถึงกับจุก เมื่อเจอมุข “เสธ.หนั่น” ไม่ทันได้เตี๊ยม ถามว่า “ใคร(หลอก)ใช้ให้ปฏิวัติ” โดยสวนกลับทันควัน (แต่ไม่ทันคิด) ว่า “ตายไปแล้วก็บอกไม่ได้ (ว่าใครใช้ให้รัฐประหาร 19 กันยา)”

จาก “สนธิชุดเขียว” จึงแปลงกายมาใส่สูท สวม “ชฎาเลดี้ กาก้า” ในสภาผู้ทรงเกียรติ เสมือนสำนึกผิด แล้วคิดจะไถ่บาป ยอมเล่นบทหัวคณะปรองดองแห่งชาติ ยื่นร่างพ.ร.บ. “เขียนด้วยมือ ลบด้วยเท้า” (วลีนี้ถูกเปรียบเปรยโดยอดีตนายกฯ หมาดๆ ที่ได้ตำแหน่งอันเนื่องมาจากการปฏิสนธิในค่ายทหาร แต่ก็โดนทั้ง “มือตบ” และ “ตีนถีบ” จึงอาจสับสนว่า อะไรเรียกว่า “มือ” อะไรคือ “เท้า”) เมื่อ “สนธิ” หนึ่งเอ่ยคำว่า “จะไม่ให้ใครหลอกใช้อีก” เขาต้องได้อะไรตอบแทน แล้วไม่ได้กระนั้นหรือ? จึงต้องเผยความในใจว่าถูก “หลอกใช้” ในขณะที่อีก “สนธิ” หนึ่งก็เคยถึงผิดคิวหลุดปาก.. “ตายไปแล้ว ก็บอกไม่ได้” !!

ใครหลอกใช้? ใครถูกหลอก? หรือ ใครหลอกใช้ใคร? คงไม่มีคำตอบจากปากชนชั้น “อำมาตย์เก่า” , “อำมาตย์ใหม่” หรือ “ชนชั้นไพร่ที่ใคร่จะเป็นอำมาตย์” เมื่อ “อำมาตย์” ตอบไม่ได้ ก็ถึงคราข้าไพร่ แลราษฎรทั้งหลายช่วยตอบที !!

ที่มา : นิตยสารโลกวันนี้วันสุข

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น