ต้องนับว่าเป็นความพยายามอย่างยิ่งของ..ฟากฝ่ายที่อยากจะให้การ..กำเนิดเกิดใหม่ของรัฐธรรมนูญต้องชะงักงันหรือสะดุดหยุดลง
แน่นอนว่า..ฝ่ายที่สร้างรัฐธรรมนูญปี 2550 ขึ้นมา..ย่อมจะรู้สึกเสียหน้าเสียตา..หากว่ารัฐธรรมนูญปี 2550 จะมีอายุแค่ 6 ปี..
ใครบ้างที่เป็นครอบครัวของรัฐธรรมนูญ 2550 ก็คือตัวตนที่ออกมา..สนับสนุนศาลรัฐธรรมนูญ และคำสั่งให้ชะลอการลงมติวาระ 3
ก็คนหน้าเดิมทั้งนั้น
แต่นักกฎหมายที่ไม่ใช่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมืองนักวิชาการอิสระทั้งหลาย ต่างเห็นพ้องเป็นเสียงเดียวกันว่า..ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องรับเรื่องจากอัยการสูงสุดเท่านั้นมาวินิจฉัย..จะลงไปรับเองเออเองไม่ได้
แต่โดยสามัญสำนึกแล้ว..สามัญสำนึกเป็นเช่นไร ถูกผิดในเรื่องนี้ก็เป็นเช่นนั้น
ไม่มีประเทศประชาธิปไตยประเทศใด..จะให้อำนาจขนาดนี้กับ..คนไม่กี่คน..และองค์กรองค์กรเดียว..มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดขนาดนี้
เพราะหากท่านรับเรื่องจากใครก็ได้ และสั่งรัฐสภาให้ทำอย่างไรก็ได้แล้ว..และมีผลผูกพันให้ทุกส่วนการบริหารการปกครองต้องปฏิบัติตามแล้ว
ชื่อของท่านต้องเปลี่ยนใหม่..เป็น..องค์กรปกครองสูงสุดแห่งชาติ
และโดยสามัญสำนึกแล้ว..รัฐธรรมนูญให้ใช้คน 5 พันคน ตั้งพรรคการเมือง..ใช้ 2 หมื่นคน ในการถอดถอนรัฐมนตรีและข้าราชการระดับสูง..แล้วจะให้คนๆ เดียว มีอำนาจเยี่ยงนี้เลยหรือ
และหากว่าคนๆ เดียวสามารถทำได้เช่นว่า..คน 10 ล้านคนของพรรคเพื่อไทย..จะทำเรื่องราวเป็นล้านฉบับ..ให้ศาลรับไปวินิจฉัย
ศาลรัฐธรรมนูญจะรับไหวหรือ..อธิบายได้ว่า..ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นเช่นนี้
ยิ่งมองกลับเข้าไปในอดีต 14 ปีที่ศาลนี้เกิดขึ้นมา..เรายังมีเรื่องที่..ริดรอนศรัทธา..ของประชาชนเกิดขึ้นมามากมายหลายครั้ง..แม้ประธานศาลเองยังต้องลาออกก่อนกำหนด..
แน่นอนว่า..ศาลคงหมดทางเลี่ยงที่จะสู้ต่อไป..หากทางถอยที่เตรียมไว้..ถูกปิดกั้น..นั่นอาจจะกลายเป็นนำผึ้งหยดเดียว..ที่จะให้อวสานที่ขมขื่นและคาดไม่ถึง
โดย:พญาไม้,บางกอกทูเดย์
///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น