--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันพุธที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2555

นาซ่า..ไม่มาไทยปีนี้ครม.ส่งเรื่องเข้าสภากลัวถูกยุบพรรค ..!!?

ครม. ฟ่อไม่กล้ามีมติให้นาซ่าใช้สนามบินอู่ตะเภาเป็นฐานปฏิบัติการบินสำรวจชั้นบรรยากาศ อ้างยังมีความสนับสนุนและเข้าใจคลาดเคลื่อนหลายด้านจำเป็นต้องส่งเรื่องเข้าสภา โดยขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามมาตรา 179 ในเดือน ส.ค. “สุรพงษ์” ยอมรับที่ประชุมกลัวถูกฟ้องยุบพรรคจึงไม่อยากเสี่ยง “อานนท์” เสียดายที่ชาติเสียโอกาส ระบุปีนี้มาสำรวจไม่ทันแล้ว และไม่แน่ว่าปีหน้าจะมาหรือไม่ เพราะนาซ่าต้องใช้อุปกรณ์สำรวจในส่วนอื่นของโลก

+++++++++++++

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าที่ประชุมพิจารณากรณีที่องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ (นาซ่า) ขอใช้สนามบินอู่ตะเภาเป็นฐานปฏิบัติการบินสำรวจชั้นบรรยากาศ ซึ่งมีการแสดงความเห็นกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะกรณีหนังสือสัญญาที่ไทยจะส่งไปให้สหรัฐที่เขียนไว้กว้างๆนั้นใช้ภาษีที่ยืดหยุ่น ทำให้มีความเป็นห่วงเรื่องการตีความของศาล หากมีผู้ไปฟ้องร้องอาจมีผลให้ยุบพรรคได้ จึงมีการยกตัวอย่างกรณีการทำกับข้าวของนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี มาเทียบเคียง

“ที่ประชุมห่วงเรื่องนี้มากเพราะกระบวนการบางอย่างยังไม่ยุติธรรมเท่าที่ควร จึงเห็นตรงกันว่าควรเอาเรื่องเข้าสู่สภา แต่เป็นการเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 179 เพื่อให้รัฐบาลมีเวทีชี้แจงข้อเท็จจริงลบล้างข้อมูลที่คลาดเคลื่อนของฝ่ายค้านโดยไม่มีการลงมติ ไม่ใช่การพิจารณาตามมาตรา 190 (2) อย่างไรก็ตาม การสำรวจการก่อตัวของเมฆฝนคงไม่ทัน เพราะกว่าสภาจะเปิดสมัยประชุมก็เดือน ส.ค. จึงทำให้เราเสียโอกาสเรื่องนี้ไป ใครที่เล่นการเมืองจนเกินงาม ไม่คิดถึงผลประโยชน์ของชาติก็ต้องรับผิดชอบ”

นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า กล่าวว่า โครงการนี้จะเติมช่องว่างทางวิชาการที่เราขาด คือการเก็บชั้นบรรยากาศที่สำคัญในการปรับปรุงแบบจำลอง พยากรณ์เมฆ ฝน หมอกควัน ที่มีผลต่อสุขภาพและอากาศยาน เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ ครม. ตัดสินใจเช่นนี้

“ปีนี้เราเสียโอกาส ส่วนปีหน้าจะมาหรือไม่ต้องไปหารือรายละเอียดกันใหม่ เพราะนาซ่าต้องเอาเครื่องมือไปใช้ในส่วนอื่นๆของโลก”

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการลงนามในข้อตกลงที่เป็นการผูกมัดใดๆ แม้เรื่องนี้คณะกรรมการกฤษฎีกายืนยันว่าไม่เข้ามาตรา 190 (2) และพยายามให้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนแล้ว แต่ยังมีความเห็นที่แตกต่างและข้อกังวลใจอีกหลายเรื่องจากฝ่ายต่างๆ รัฐบาลจึงตัดสินใจให้ไปอภิปรายกันในสภาตามมาตรา 197 เพื่อเอาข้อมูลของแต่ละฝ่ายมาถกเถียงกัน

นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน กล่าวว่า ครม. หมกเม็ดและหลีกเลี่ยงที่จะปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 เพราะการอภิปรายในมาตรา 179 ไม่มีการลงมติ ไม่มีผลผูกพันกับ ครม. ที่ไปตกลงกับสหรัฐไว้แล้ว

“การที่รัฐบาลหลบเลี่ยงมาตรา 190 มาใช้มาตรา 179 เพื่อหนีการเปิดเผยหนังสือสัญญา คำขอใช้สนามบิน และรายละเอียดที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งอาจมีความไม่ชอบมาพากลหรือวาระแอบแฝงอย่างที่หลายฝ่ายกังวลอยู่ ทั้งเรื่องผลประโยชน์จากทรัพยากรและการสอดแนมด้านความมั่นคง” นายสุริยะใสกล่าวอีกว่า หลังการอภิปรายเสร็จหาก ครม. อนุมัติให้นาซ่าใช้สนามบินอย่างเป็นทางการ กลุ่มกรีนจะยื่นฟ้องต่อศาลปกครองให้ระงับมติ และจะร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญรวมถึงผู้ตรวจการแผ่นดินด้วย

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ข้อมูลที่ฝ่ายค้านนำมาเปิดเผยล้วนเป็นจริงที่รัฐบาลปฏิเสธไม่ได้ จึงต้องเอาเรื่องเข้าสภา

น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เหตุใดนาซ่าไม่สามารถตอบคำถามของสภาความมั่นคงแห่งชาติได้ว่าการสำรวจสภาพอากาศต้องมีบริษัทที่ดำเนินธุรกิจน้ำมันเข้าร่วมด้วย

ที่มา.หนังสือพิมพ์โลกวันนี้
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น