--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2554

คนละเรื่องเดียวกัน !!?

น้ำท่วม..น้ำใจ..ถุงยังชีพ..นักฉกฉวยโอกาส..และ..ศปภ. (รัฐบาล)..กทม...เกมการเมือง..หรือ..คนชานเมืองรื้อคันกั้นน้ำ..ชาวกรุงจัดบิ๊กคลีนนิ่งเดย์..

ล้วนเป็นคนละเรื่องเดียวกัน ที่เวียนมาบรรจบโดยไม่ได้นัดหมาย ตั้งแต่วันน้ำทะลักภาคกลาง จนขณะนี้ “น้องน้ำ” เริ่มคิดถึงบ้านและทยอยไหลสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ท่าจีน ก่อนมุ่งหน้าลงใต้สู่ท้องทะเลอ่าวไทย!!!

พระราชกฤษฎีกาขอพระราชทานพระอภัยโทษ..พระราชบัญญัตินิรโทษกรรม..วาระแก้ไขรัฐธรรมนูญ..พาสปอร์ตเล่มแดง “อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร”..คดีแดง 91 ศพปริศนาถูกรื้อขึ้นมาเป็นกรณีเร่งด่วน

มวลชนคนเสื้อแดงชูธงสนับสนุน..มวลชนคนเสื้อเหลือง เสื้อหลากสี พรรคประชาธิปัตย์ตีธงคัดค้านแต่ก็ไม่ได้ออกตัวแรง..

“นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” บอกปัดไม่รู้ไม่ชี้..คนข้างตัว “นายใหญ่” ระบุ ไม่มีรีโมตจาก “คนไกล” สั่งการ แต่ไม่ได้ค้าน.. เสนาบดีเจ้าไอเดียการันตีเป็นการกระทำตามอำนาจหน้าที่รัฐมนตรี..

เรื่องราวชุลมุนทางการเมืองหลังน้ำลดทั้งหมดทั้งมวล ก็ล้วนเป็นคนละเรื่องเดียวกัน ที่ยังดำเนินไปผ่าน “อดีตนายกฯ ทักษิณ” ผู้ไม่ต่างจากแกนกลางในการเคลื่อนแห่งจักรวาลการเมืองไทย

ซีกฝ่ายค้าน ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในความล้มเหลวในการ บริหารจัดการน้ำล้มเหลวของ “อินทรีอีสาน-พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก” แต่กระบี่มือหนึ่งอย่าง “นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ไม่ลงบัญชาการเอง..คะแนนเสียงฝักถั่วผ่านฉลุยแต่แนวโน้มการปรับ ครม.ยังกระหึ่มดังอย่างต่อเนื่อง..

เสนาบดีหลายกระทรวงงัวเงียตื่นขึ้นมาเทกแอ็กชั่นโชว์ผลงานตามนโยบายประชานิยม..รัฐมนตรีหลายคนก็โชว์ผลงานอันเกี่ยวเนื่องกับความดีความชอบส่วนตัวในการเอาใจ “นายใหญ่”..

นั่นมันก็กอปรกับข่าวลือการปรับคณะรัฐมนตรีล็อตเล็กในเดือนมกราคมปีหน้า และปรับรัฐมนตรีคณะใหญ่ในช่วงเดือนพฤษภาคมปีหน้า ที่เผอิญเป็นเดือนเดียวกันกับที่เหล่าเซียนการ เมืองสมาชิกบ้าน 111 ได้รับอิสรภาพทางการเมือง ซึ่งมันก็เป็นคนละเรื่องเดียวกันกับวาระการจัดสรรอำนาจ

หรือแม้กระทั่งกรณี..

“สุพจน์ ทรัพย์ล้อม” อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ถูกโจรขึ้นบ้าน โดยใน ทีแรกมีกระแสข่าวว่าการปล้นครั้งนี้ สามารถหอบเงินไปได้ 200 ล้านบาท..

“ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง” รองนายกรัฐมนตรี หยิบขึ้นเป็นประเด็นแฉฝ่ายค้านกลางสภา ประหนึ่งเป็นเงินที่เกี่ยวเนื่องมาจาก เมกะโปรเจกต์รถไฟฟ้า ที่มีการพาดพิงในเชิงพฤตินัยไปถึง “โสภณ ซารัมย์” อดีต รมว.คมนาคม..

ร้อนถึงอดีต รมว.คมนาคม ต้องออกมาชี้แจงผ่านสื่อว่าไม่ เกี่ยวกับตนเอง พร้อมทั้งขู่ฟ้องกลับ “สารวัตรเหลิม” จนกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต

วันนี้ “อดีตปลัดฯ สุพจน์” ถูกเด้งเข้ากรุ ถูกสารพัดหน่วยงานสอบสวน..

วันนี้ เจ้าพนักงานจับผู้ต้องหาได้มากหน้าหลายตา พร้อมทั้งยึดเงินของกลางได้จำนวนเฉียดๆ 20 ล้านบาท จากเดิมที่เป็นข่าวในทีแรกว่ามีการขนเงินออกจากบ้านอดีตปลัดฯ 200 ล้านบาท..

วันนี้ ด้วยความบังเอิญหรือเผอิญอะไรไม่ทราบ หนึ่งในทีมงานบ้าน 111 แทนที่จะเริ่มเคลื่อนไหววางแผนรีเทิร์นการเมือง กลับเลือกทำตัวโลว์โปรไฟล์ไปเสียดื้อๆ ประหนึ่ง มีคันกั้นน้ำทางการเมืองอะไรบังทางกลับเอาไว้..

และก็เป็นวันนี้อีกเช่นกัน คดีใหญ่ที่เกี่ยวเนื่องกับคนระดับบิ๊กในบ้าน 111 เริ่มถูกขุดคุ้ยขึ้นมาเคียงข่าว หรือเป็นข่าวเล็กๆ ออกมาตามหน้าหนังสือพิมพ์..

มันก็ไม่ทราบว่าเป็นด้วยเหตุผลใด ในยามน้ำลด นิรโทษเริ่มเบ่งบาน ถึงได้มีคดีความที่มิต่างจาก “ตอ” ผุดขึ้นมา บนปริมณฑลการเมืองไทยอย่างมากมาย

หรือว่ามันจะเป็น..คนละเรื่องเดียวกัน???

ถึงบรรทัดนี้ หากศึกษาประวัติศาสตร์ทางการเมืองไทยตั้งแต่ประเทศไทยบังคับใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 จนทอดยอดเป็นไฮไลต์ทางการเมืองต่างๆ มากมาย

จะพบว่า บรรยากาศที่ได้เคยลำดับความมาตั้งแต่ต้น หาก ไม่รวมเหตุสุดวิสัยแห่ง “มหาอุทกภัย”..การเคลื่อนแห่งเมืองไทยมันไม่ได้ลี้หายไปจากพิกัดเดิมๆ

หลังอภิวัฒน์ประเทศ 2475 ยังมีการปฏิวัติ รัฐประหาร

หลังยกระดับการเมืองผ่านรัฐธรรมนูญ 2540 อันแข็งแกร่ง ทั่วแผ่น มันก็ได้เกิดเกมการเมืองรูปแบบใหม่ แต่สุดท้ายประเทศ ไทยก็ยังไม่ไปไหน

อนาคตต่อไป ชาติบ้านเมืองจะเป็นเช่นไร จะก้าวผ่านวังวนอันเป็นคนละเรื่องเดียวกันได้หรือไม่???

ปลายทางคงมีคำตอบ เมื่อประชาธิปไตยสุกงอมเต็มที่!!!

ที่มา.สยามธุรกิจ
///////////////////////////////////////////////////

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น