--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันพุธที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ยิงถึง10นัด ผลชันสูตรน้องเกด: 6 ศพวัดปทุมฯถูกเอ็ม16-ทาโวร์


เผยผลชันสูตร 6 ศพเหยื่อฆาต กรรมหมู่เขตอภัยทานวัดปทุมวนา ราม ล้วนถูกปืนที่ใช้ในสงครามทั้งทาโวร์-เอ็ม 16 สลดศพ “น้องเกด”พยาบาลอาสาถูกรัวยิงอย่างเหี้ยมโหด 10 นัดทั้งลำตัว-หัวสมองเละ ขณะเจ้าตัวหมอบหลบกระสุน ส่วนอีก 5 ศพ ก็ล้วนตายด้วยอาวุธสงครามทั้งสิ้น มูลนิธิกระจกเงาเปิดรายชื่อ 43 เสื้อแดงที่ยังสูญหาย ระบุยอดแจ้งคนหายทะลุเกิน 100 ราย ยังตามหาอีก 3 หญิงสาวที่หายไปในวันสลายม็อบ

-พี่พ.อ.อ.เศร้า-สูญเสียน้องชาย

จากกรณี “ข่าวสด” นำเสนอความเป็นมาและเบื้องหลังของผู้เสียชีวิตจากการชุมนุมของคนเสื้อแดงตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค.-20 พ.ค. จากการสัมภาษณ์ญาติพี่น้องผู้สูญเสียพบว่าส่วนใหญ่เป็นคนหาเช้ากินค่ำ เป็นคนขับแท็กซี่ อาสาสมัครกู้ภัย และพยาบาลอาสา นอกจากนี้ ยังพบว่า ผู้เสียชีวิตหลายรายไม่ใช่ผู้ชุมนุม แต่เป็นผู้เข้าและผ่านสถานที่ชุมนุม ตามที่เสนอไปโดยลำดับนั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 171/782 ถ.พหลโยธิน แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม. ซึ่งเป็นบ้านพักของ พ.อ.อ.พงษ์ชลิต พิทยานนทกาญจน์ ทหารอากาศ สังกัดกรมอากาศโยธิน กองทัพอากาศ ถูกยิงเสียชีวิตย่านสีลม เมื่อคืนวันที่ 17 พ.ค.

นางสุคนธ์ พาสุวรรณ อายุ 44 ปี พี่สาวกล่าวว่าจนถึงขณะนี้ญาติๆ ยังรู้สึกเสียใจที่ต้องสูญเสียน้องชายไปอย่างไม่มีวันกลับ ปกติจะพักอาศัยอยู่ด้วยกันตลอด ส่วนน้องชายก็จะไปทำ งานตามปกติ ส่วนใหญ่ก็จะโทรศัพท์พูดคุยติด ต่อกันอยู่ตลอดเวลา ยิ่งมาช่วงที่มีการชุมนุมที่ย่านศาลาแดงและราชประสงค์ ทราบเพียงแค่ว่าน้องชายไปปฏิบัติราชการเท่านั้น โดยไม่ได้บอกว่าไปราชการอะไร รู้แค่ว่าอยู่สีลมแถวอาคารซีพีเท่านั้น

นางสุคนธ์ กล่าวต่อว่า ต่อมาเมื่อช่วงเช้าวันที่ 17 พ.ค. ญาติๆ ที่อยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งติดตามข่าวการชุมนุมในประเทศไทยตลอด ได้ตรวจสอบรายชื่อผู้เสียชีวิตทางอินเตอร์เน็ตแล้วพบว่ามีชื่อน้องชายตนด้วย จึงโทรศัพท์มาสอบถาม ตนจึงรีบติดต่อกับทางหน่วยงานต้นสังกัดของน้องชายและยืนยันว่าเสียชีวิตจากการไปปฏิบัติหน้าที่จริง ทำให้รู้สึกเสียใจมาก แต่ก็ไม่ทราบว่าน้องชายเสียชีวิตจากสาเหตุใด รู้แค่เพียงว่าน้องถูกยิงเสียชีวิตแค่นั้น

เมื่อกล่าวมาถึงช่วงนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่านางสุคนธ์และน้องสาว ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ร้องไห้ออกมาอย่างสะอึกสะอื้นทันที

นางสุคนธ์ กล่าวอีกว่า ที่น่าสงสารมากที่สุดคือ นางชยาภัทร ภรรยาของน้อง ซึ่งขณะนี้ตั้งท้องได้ 4 เดือน ที่ต้องมาสูญเสียคนรักไปและต้องมาเสียพ่อของลูกไปด้วย แต่ก็ต้องขอขอบ คุณทางกองทัพอากาศที่ได้ให้การดูแลครอบครัวทุกอย่าง โดยได้รับภรรยาของน้องบรรจุเข้ารับราชการยศเรืออากาศตรี ในกองทัพอากาศด้วย

- เผยถูกยิงตายที่สีลม-คืน 16 พ.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการตายของ พ.อ.อ.พงษ์ชลิตนั้น เกิดเมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 17 พ.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า มีทหารถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 2 นาย และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน จึงรุดไปตรวจสอบก็พบว่า ทหารที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บนั้นเสียชีวิตแล้ว 1 นาย ทราบชื่อต่อมาคือ พ.อ.อ.พงษ์ ชลิต พิทยานนทกาญจน์ สภาพศพสวมชุดเสื้อยืด สีน้ำตาล นุ่งกางเกงขาสั้น สีน้ำตาล มีบาด แผลถูกยิงเข้าที่ศีรษะ 1 นัด ส่วนทหารที่ได้รับบาดเจ็บอีกนาย คือ ร.ต.อภิชาติ ซ้งย้ง อายุ 26 ปี ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลที่ใบหน้าเล็กน้อย ทั้งสองนายสังกัดหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน กอง ทัพอากาศ

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหารทั้งสองนายขับรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีดำ ผ่านหน้าอาคารซีพีทาวเวอร์ มุ่งหน้าเข้าไปในถนนสีลม จากนั้นก็มีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด และเกิดการยิงต่อสู้กันขึ้นระหว่างผู้ที่อยู่ในรถกับทหารที่คุมพื้นที่อยู่ริมถนน จนรถกระบะเสียหลักพุ่งชนรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จอดอยู่บริเวณข้างทาง หลังเสียงปืนสงบลงทหารได้เข้าไปตรวจสอบรถคันดังกล่าว ก็พบผู้บาดเจ็บทั้งสองรายอยู่ในรถ จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน แต่พ.อ.อ.พงษ์ชลิต ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา

- เผย 6 ศพวัดปทุม-เหยื่อทาโวร์

สำหรับผลตรวจ 6 ศพวัดปทุมวนาราม ถูกระดมยิงด้วยกระสุนขนาด 5.56 ม.ม. ที่ใช้กับปืนเอ็ม 16 หรือทาโวร์ เผยน้องเกดโดนเข้าไป 10 นัด รายงานข่าวเปิดเผยว่า สถาบันนิติเวชวิทยา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พ.ต.อ.น.พ.พรชัย สุธีรคุณ รอง.ผบก.นต. ได้ส่งรายงานผลการชันสูตรพลิกศพของผู้เสียชีวิตภายในวัดปทุมวนาราม จำนวน 6 ศพ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ให้พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน

โดยระบุผลการชันสูตรว่า ศพที่ 1 ผู้ตายชื่อ นายวิชัย มั่นแพ อายุ 61 ปี โดยระบุผู้ตายมีบาดแผลบริเวณผิวหนังทะลุบริเวณต้นแขนขวาด้านนอก บาดแผลผิวหนังทะลุต้นแขนขวา และบาดแผลบริเวณทรวงอกด้านขวา สันนิษฐานว่ากระสุนทะลุปอดขวา กะบังลม ตับ ไตขวา ขั้วยึด ลำไส้ พบเศษทองแดง 2 ชิ้น บริเวณขั้นยึดลำไส้ ทิศทางจากขวาไปซ้าย หน้าไปหลัง และบนลงล่าง ความเห็นเพิ่มเติม ถูกยิง 1 นัด ระยะเกินมือเอื้อม สาเหตุการตาย กระสุนทำลายปอดตับ

ศพที่ 2 นายอัฐชัย ชุมจันทร์ อายุ 28 ปี มีบาดแผลผิวหนังทะลุบริเวณหลังด้านซ้าย บาด แผลผิวหนังทะลุบริเวณทรวงอกด้านซ้ายส่วนบน กระสุนตัดกระดูกซี่โครงด้านซ้ายซี่ที่ 3 ทะลุปอดซ้าย ทิศทางจากหลังไปหน้าแนวตรง ความเห็นเพิ่มเติม ถูกยิง 1 นัด ระยะเกินมือเอื้อม สาเหตุการตาย กระสุนทำลายปอด

ศพที่ 3 นายมงคล เข็มทอง อายุ 36 ปี พบบาดแผลฉีกขาดตื้นๆ รูวงกลมบริเวณต้นแขนซ้าย 2 แห่ง พบบาดแผลผิวหนังทะลุบริเวณทรวงอกด้านซ้าย กระสุนตัดกระดูกซี่โครงด้านหน้าซี่ที่ 2-3 กระดูกกลางอก ทะลุปอดซ้าย หัว ใจ ปอดขวา กะบังลม ตับ พบเศษทองแดงในเสื้อ เศษตะกั่วเล็กๆ ในหัวใจและปอด ทิศทางจากซ้ายไปขวา หน้าไปหลัง และบนลงล่าง สาเหตุการตาย กระสุนทำลายหัวใจ ปอด ตับ

- ถูกยิงที่หัว-หน้าทะลุหัวใจ

ศพที่ 4 นายสุกัน ศรีรักษา อายุ 31 ปี มีบาด แผลทะลุผิวหนังถึง 9 แห่ง โดยบาดแผลที่ 1 กระสุนทะลุซี่โครงซี่ที่ 2 ด้านซ้าย ทะลุปอดซ้าย ทะลุเยื่อหุ้มหัวใจ และกล้ามเนื้อหัวใจฉีกขาด พบโลหะคล้ายหัวกระสุนปืนหุ้มทองแดง 1 ชิ้น ค้างอยู่ที่เนื้อชายโครงด้านขวา ไม่ทะลุออกทิศ ทางจากซ้ายไปขวา บนลงล่าง หลังไปหน้าเล็กน้อย สาเหตุการตาย ปอดคั่งเลือดทั่วไป กล้ามเนื้อหัวใจฉีกขาด ตับคั่งเลือด เสียโลหิตเป็นจำนวนมาก

ศพที่ 5 นายอัครเดช ขันแก้ว อายุ 22 ปี ตรวจพบบาดแผลทะลุผิวหนังจำนวน 7 แห่ง พบรอยช้ำใต้หนังศีรษะบริเวณท้ายทอยด้านซ้าย สมองพบเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นนอก กระ สุนทะลุกระดูกกรามด้านขวาหัก กระดูกโหนกแก้มขวาแตก พบเศษตะกั่วในช่องปากและฐานกะโหลกศีรษะ และพบเศษตะกั่วบริเวณกระดูกก้นกบ สาเหตุการตายถูกยิง 2 นัด ระยะเกินมือเอื้อม เลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นนอก เนื้อสมองช้ำ จากการถูกแรงกระแทก (กระสุนทะลุช่องปาก)

- “น้องเกด”ถูกรุมยิงโหด 10 นัด

ส่วนศพที่ 6 เป็นหญิงชื่อ น.ส.กมนเกด อัคฮาด อายุ 25 ปี พบว่ามีบาดแผลถูกยิงทะลุผิวหนังมากถึง 10 แห่ง โดยบาดแผลที่ 1 กระ สุนถูกเข้าที่หลังผ่านขึ้นด้านบนผ่านแนวลำคอหลังทะลุผ่านกะโหลกศีรษะซีกซ้าย ทะลุสมองน้อยและสมองใหญ่ พบชิ้นส่วนโลหะคล้ายหัวกระสุนหุ้มทองแดง 1 ชิ้น ค้างที่กะโหลกด้านขวา ทิศทางจากล่างขึ้นบน หลังไปหน้า ขวาไปซ้ายเล็กน้อย ลักษณะหมอบลงกับพื้น หน้าหันลงพื้นดิน บาดแผลที่ 2-4 ถูกยิงเข้าบริเวณอก บาดแผลที่ 5-10 ถูกยิงบริเวณแขนและขา ลักษณะถูกระดมยิง สาเหตุการตายกระสุนทะลุหลังเข้าไปทำลายสมอง ซึ่งแพทย์ผู้ตรวจยังไม่สามารถระบุได้ว่าถูกยิงจากบนลงล่างหรือไม่ แต่จากการสันนิษฐานเชื่อว่า น.ส.กมนเกดหมอบหน้าแนบพื้น ถูกระดมยิง จากด้านหลัง ซึ่งการตรวจสอบที่แน่ชัดต้องมีพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุมาประกอบด้วย เพราะการจำลองใช้เลเซอร์มาวางแนววิถีกระสุนก็ทำไม่ได้ในกรณีนี้ เนื่องจากหัวกระสุนไปถูกกระดูกและกระดอนไปมาทำให้ร่างกายเสียหายมากจนไม่สามารถจำลองแนวการยิงได้อย่างแน่ชัด

ส่วนการตรวจที่เกิดเหตุ กลุ่มงานตรวจอาวุธ และเครื่องกระสุนกองพิสูจน์หลักฐานกลาง ได้รับของกลางจากผู้เสียชีวิตทั้ง 6 ศพ ภายในวัดปทุมวนาราม พบเศษของลูกกระสุนปืนเล็ก (ทองแดง) ขนาด 5.56 ม.ม. จำนวน 5 ชิ้น เศษรองลูกกระสุนปืน (ทองแดง) ไม่สามารถระบุขนาดได้จำนวน 3 ชิ้น พบเศษตะกั่วทรงกลมไม่สามารถระบุได้จำนวน 3 ชิ้น ความเห็นผู้เชี่ยว ชาญ ของกลางที่พบเป็นเครื่องกระสุนปืนเล็กกล ขนาด 5.56 ม.ม.และเป็นเครื่องกระสุนแบบที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้และเป็นกระสุนปืนที่สามารถยิงทำอันตรายแก่ชีวิตและวัตถุได้

สำหรับผลการชันสูตรทั้ง 6 ศพที่ถูกยิงในวัดปทุมวนาราม ลงชื่อ พ.ต.อ.พิภพ ไกรวัฒนพงศ์ นักวิทยาศาสตร์ (สบ 4) กลุ่มงานผู้เชี่ยวชาญ กองพิสูจน์หลักฐานกลาง

- เผยรายชื่อ 43 เสื้อแดงสูญหาย

นอกจากนี้ ศูนย์ข้อมูลคนหายมูลนิธิกระจก เงา รายงานสถานการณ์คนหายที่อาจเกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมว่า ตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค. จนถึงเวลา 11.00 น. วันเดียวกันนี้ว่ามีรายชื่อผู้สูญหายทั้งสิ้น 47 ราย เป็นชาย 43 ราย หญิง 1 ราย พบตัวแล้ว 3 ราย ถอนการแจ้ง 1 ราย เนื่องจากญาติไม่ติดใจตามหา คือ นายวัชราวุฒน์ หรือ ขู่ สุทธิพันธ์ อายุ 36 ปี เหลือรายชื่อที่ต้องติดตามอีก 43 ราย ขณะนี้กำลังรอเอกสารยืนยันสถานะบุคคลจากครอบครัว ได้แก่ 1.นายสนธิชัย หรือ ต้อย เรืองชัย อายุ 40 ปี 2.นายอนีลักษณ์ หรือ หนุ่ม อินสันเที๊ยะ อายุ 24 ปี 3.นายวันชนะ หรือ ไก่ จันทร์มณี อายุ 53 ปี 4.นายสมโภช หรือ เม่น ปันเนตร ชาว จ.นครพนม 5.นายพันศักดิ์ วงทวาโชติกุล อายุ 30 ปี 6.นายเดชพสิษฐ์ หรือ แดง หรือ ไพรีวัลย์ ธัณศรี 7.นายแมน สันเทียะ อายุ 38 ปี 8.นายสำเภา เทาอ่อน ชาว จ.กาฬสินธุ์ 9.นายสุรชาติ หรือ โต้ ปะหุปะมา อายุ 20 ปี

10.นายธำรงศักดิ์ โสภา อายุ 22 ปี 11.นายปัญญา เบิกบาน อายุ 22 ปี 12.นายรามาพล หรือเอก กิตติกุล อายุ 39 ปี 13.นายวิทยา หรือ ต้น อาจสด อายุ 39 ปี 14.นายบุญเพ็ญ หาสุข อายุ 67 ปี 15.นายแสวง หรือ แหวง คำเสมอ อายุ 55 ปี 16.นายมนต์ชัย หรือเก่ง ภูหมื่น อายุ 38 ปี 17.นายวิษณุ สีขาว ชาวจ.อุดรธานี 18.นาย สิทธิชัย เบนมะหะหมัด อายุ 20 ปี 19.นายสัมฤทธิ์ วินทะไชย อายุ 40 ปี 20.นายทรงยศ มหานธีธรรมะ อายุ 56 ปี 21.นายกฤษณะ ธัญชัยพงศ์ อายุ 35 ปี 22.นายประพต เกตมณี อายุ 35 ปี 23.นายวภัทร ชโยทัยวิสุทธิ์ อายุ 47 ปี

24.นายจำรูญ ประดิษฐ์ อายุ 46 ปี 25.นายสวัสดิ์ โพดมาตย์ อายุ 56 ปี 26.นายพรทรัพย์ อนันทวัน อายุ 29 ปี 27.นายอำนาจ หรือโอ๋ โตฉ่ำ อายุ 35 ปี 28.นายกฤษณะ หรือ อ้น วิชาดี อายุ 24 ปี 29.นายสุรศักดิ์ แววดงบัง อายุ 33 ปี 30.นายสมพร ดวงพร 31.นายวิจิตร ตรีกุล จาก จ.อำนาจเจริญ 32.นายจำรูญ ประดิษฐ์ อายุ 40 ปี 33.นายชัชวาล ต้อนรับ อายุ 39 ปี 34.นายสุทิน ศรีเทพอุบล อายุ 42 ปี 35.นายกิตติพงษ์ วงศ์ปินะ 36.นายวงจันทร์ เพชรดี 37.นายธีรชัย ธงเงิน 38.นายสมจิตร บรบุตร อายุ 48 ปี 39. นายนภา แพทย์เพียร อายุ 34 ปี 40.นายถนอมศักดิ์ พรหมเพชร อายุ 18 ปี 41.นายณัฐพล ถือมั่น อายุ 42 ปี 42.นายสุรศักดิ์ เรืองสุวรรณ อายุ 34 ปี และ 43.น.ส.ศิริวรรณ แก้วไทรจีน อายุ 44 ปี

- หายถึง 100-ตามหาอีก 3 หญิง

วันเดียวกัน นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ประ ธานมูลนิธิกระจกเงา กล่าวว่าแม้น.ส.ผุสดี งามขำ อายุ 54 ปี หญิงเสื้อแดงคนสุดท้ายที่นั่งถือธงอยู่บริเวณหน้าเวทีราชประสงค์ ในวันที่ทหารบุกกระชับพื้นที่เมื่อในช่วงบ่ายของวันที่ 19 พ.ค.ยังมีชีวิตอยู่ แต่ทางมูลนิธิก็ยังคงต้องตามหาหญิงอีก 2 ราย ที่นั่งสมาธิอยู่หน้าเวทีใกล้กับน.ส.ผุสดีในวันเดียวกัน ที่หายตัวไปด้วย จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีใครพบว่าปลอดภัยหรือไม่

นายสมบัติ กล่าวต่อว่า นอกจากหญิง 2 รายนี้แล้ว ยังคงต้องสืบหาหญิงอีก 1 ราย ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบชะตากรรมเช่นกัน เป็นหญิงที่ปรากฏในอินเตอร์เน็ตไปทั่วว่าถูกควบคุมตัว และถูกปิดตานอนอยู่บนพื้นถนนราชประสงค์ เนื่องจากเกรงว่าหญิงรายนี้จะถูกฆาตกรรม เพราะคนที่ถูกปิดตานั้นในประเทศไทยไม่เคยปรากฏว่ามีการจับกุมผู้ต้องหาแล้วพันธนาการแบบนี้ จึงขอเรียกร้องให้ศอฉ.เปิดเผยรายชื่อคนที่อยู่ในการควบคุมออกมา เพื่อให้ญาติที่ตามหาได้ตรวจสอบ ขณะเดียวกันยังได้รับทราบจากข้อมูลผู้สูญหายว่า ล่าสุดยังมีการรับแจ้งอยู่อีกกว่า 100 ราย

- รณรงค์สวมเสื้อแดงเลือกตั้งส.ข.

ประธานมูลนิธิกระจกเงา กล่าวอีกว่า ก่อนการสลายการชุมนุมตนเคยคุยกับน.พ.เหวง โตจิ ราการ แกนนำนปช.ว่า หากเกิดอะไรขึ้นก็อยากให้ตนช่วยเดินหน้าต่อ ดังนั้นในวันที่ 6 มิ.ย. นี้ซึ่งจะมีการเลือกตั้งส.ข. ในเขตกทม. ทางกลุ่มจึงจะจัดรณรงค์ให้ใส่เสื้อสีแดงเข้าคูหาเลือกตั้ง ถือเป็นการใส่เสื้อแดงแบบสันติวิธีเป็นครั้งแรก และถือเป็นวิธีที่จะให้คนเสื้อแดงยังมีบทบาท และเนื้อที่ทางการเมืองซึ่งแม้แต่นายกรัฐมนตรีเองยังเคยบอกว่าประชาชนที่เรียกร้องด้วยความบริสุทธิ์ใจนั้นมีอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมจริง ตนจึงคิดว่าการแสดงออกแบบนี้เป็นสิทธิ์พื้นฐานตามรัฐธรรม นูญด้วยการใส่เสื้อแดงนั้นเป็นการแสดงความคิดเห็นที่บริสุทธิ์ ไม่มีผลกระทบต่อสังคม แต่กลับเป็นเรื่องดีกว่าที่จะไม่มีพื้นที่ให้คนเสื้อแดงเคลื่อนไหวแบบสันติวิธี การกลับมาต่อสู้ด้วยแนวทางสันติเชิงสัญลักษณ์ที่ชัดเจนนั้นจะทำให้สังคมยอมรับในคนเสื้อแดง

นายสมบัติกล่าวว่า ส่วนหมายเรียกของศอฉ. ที่จะให้ตนไปรายงานตัวนั้น ล่าสุดมีการส่งตำ รวจไปค้นบ้านตนด้วย ทั้งที่ผ่านมาไม่ได้ทำผิดอะไร การไปร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงที่คลอง เตย และดินแดงนั้น เป็นเพียงแค่ทำให้คนรวมตัวกัน ไม่ให้เดินออกไปตาย เพราะกระสุนของทหาร หลังจากการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยืนยันว่าจะไปรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ทันที

- จี้ดีเอสไอส่งรายชื่อผู้ถูกคุมขัง

ด้านนายเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าโครงการศูนย์ข้อมูลคนหาย เพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา กล่าวถึงความคืบหน้าในการติดตามคนหายจากเหตุการณ์กระชับพื้นที่วันที่ 19 พ.ค. ว่า ขณะนี้ได้ทำหนังสือขอรายชื่อผู้ถูกจับกุมคุมขังไปยังอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เนื่องจากก่อนหน้านี้ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถาน การณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ได้ให้สัม ภาษณ์ผ่านสื่อว่า รายชื่อส่วนนี้ไม่ได้อยู่ที่ศอฉ. แต่อยู่ที่รักษาการผบ.ตร. และอธิบดีกรมสอบ สวนคดีพิเศษ เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมามูลนิธิ ทำหนังสือขอรายชื่อจากรักษาการผบ.ตร.แล้ว แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับมา วันนี้จึงยื่นขอจากอธิบดีกรมสอบ สวนคดีพิเศษอีกทางหนึ่ง แต่ไม่เข้าใจว่าทั้งๆ ที่สองหน่วยงานนี้ เป็นหนึ่งในคณะกรรมการศอฉ. ทำไมข้อมูลส่วนนี้จึงไม่มีเอกภาพ

นายเอกลักษณ์ กล่าวต่อว่าวันเดียวกันนี้ องค์กรกาชาดสากลได้เข้ามาพูดคุย และสอบถามทางมูลนิธิว่าจะสามารถให้การช่วยเหลือได้อย่าง ไร และมีอาสาสมัครเยาวชนกลุ่มต้นกล้าจำนวน 16 คน มาช่วยงานหลังจากที่ก่อนหน้านี้มีเจ้าหน้าที่มูลนิธิทำงานอยู่เพียง 2 คนเท่านั้น
โดย. Niwat Puttaprasart
.................................................

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น