--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันพุธที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ความมั่นคงแห่งชาติระหว่างการปลุกระดมและข้อเท็จจริง

จากหนังสือพิมพ์ โลกวันนี้
โดย เรืองยศ จันทรคีรี

ถ้ามองในทรรศนะเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ ความเคลื่อนไหวในการปลุกระดมก็ถือเป็นสิ่งที่สำคัญซึ่งทางฝ่ายรัฐจะต้องจับตาเฝ้ามอง มีหลายคนในคณะรัฐบาลหรือที่เกี่ยวข้องกับ ศอฉ. ได้เอาเหตุผลดังกล่าวเข้ามาอ้างอิงถึงสำหรับการจะยกเลิกหรือคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ร้ายแรงเอาไว้ต่อไป...เหตุผลนั้นก็คือ เมื่อยังมีการเคลื่อนไหวในทำนองปลุกระดมมวลชน รัฐก็ไม่สามารถที่จะผ่อนคลายสถานการณ์ ซึ่งเป็นไปได้มากที่ภายหลังวันที่ 7 กรกฎาคมมีโอกาสสูงและเป็นไปได้สำหรับคนไทยที่จะต้องอาศัยอยู่กับความคุ้นเคยภายใต้บรรยากาศของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ร้ายแรง?

ในที่นี้เราคงไม่ถกกันว่า “ความมั่นคงของรัฐมันคืออะไรกันแน่?” เพราะมีบางแนวคิดเคยเสนอให้เห็นข้อแตกต่างระหว่างความมั่นคงของรัฐกับความมั่นคงของรัฐบาล ปัจจุบันนี้เข้าใจว่าทั้งสองความมั่นคงได้ถูกควบแน่นจนกลายเป็นเนื้อเดียวกันที่แยกออกจากกันได้ยาก...กรณีการปลุกระดมยังมีข้อสงสัยอีกมากนัก น่าสงสัยถึงเป้าหมายของการปลุกระดม ปลุกระดมเพื่ออะไรกัน? เป็นการปลุกระดมเพื่อสั่นคลอนความมั่นคงของรัฐหรือผู้ปลุกระดมนั้นมีความชิงชัง ไม่ชอบต่อการบริหารจัดการของคณะรัฐบาล พูดง่ายๆคือปรารถนาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคณะรัฐบาลเสียใหม่โดยทางหนึ่งทางใด ซึ่งเป็นไปโดยหนทางสันติ?

แต่อย่างไรก็ตามภายใต้สภาวการณ์เช่นนี้มันเป็นเรื่องพูดยาก เพราะที่ผ่านมาบรรดาผู้ชุมนุมได้อ้างตัวเองว่า “ปลุกระดมเพื่อหวังให้ประชาชนเข้าร่วมในการชุมนุม เรียกร้องรัฐบาลให้ดำเนินการยุบสภา” แต่ในฝ่ายรัฐไม่ได้เห็นอย่างนั้น จะเป็นวาทกรรมหรือไม่วาทกรรมก็ช่างหัวเถอะ เพราะผลสุดท้ายมันออกมาเป็นความรุนแรง รัฐบาลกับหน่วยงานความมั่นคงอ้างข้อมูลหลักฐานระบุว่า “การปลุกระดมดังกล่าวไม่ใช่เป็นการเรียกร้องประชาธิปไตยตามปรกติ แต่เป็นวิธีวางแผนเพื่อโค่นล้มทำลายระบอบ” รัฐกับหน่วยงานความมั่นคงยังชี้ให้เห็นการชุมนุมและปลุกระดมทั้งหมดถูกแฝงเอาไว้ด้วยกลุ่มก่อการร้าย ซึ่งยังรวมพวกมีทรรศนะส่อล้มเจ้าเป็นหุ้นส่วนอยู่ในความเคลื่อนไหวนั้นด้วย?

จนถึงบัดนี้เมื่อรัฐและหน่วยงานความมั่นคงยังติดตามความเคลื่อนไหว ประกบติดตัวบุคคลซึ่งสงสัยว่าเป็นแกนนำ เฝ้ามองว่าบุคคลต้องสงสัยเหล่านั้นยังปลุกระดมอยู่หรือไม่? ตรงนี้จึงเป็นคำถามถึงความหมายของการปลุกระดม อาจถามแบบผู้ใหญ่ลีสมัยก่อนได้ว่าการปลุกระดมนั้นคืออะไร? ส่วนใหญ่นั้นเป็นที่เข้าใจกันว่าในการปลุกระดมมักจะเป็นการพูดหรือสื่อสารในสิ่งซึ่งไม่ใช่ความจริงหรือข้อเท็จจริง เป็นการบิดเบือน สร้างความเข้าใจผิด ทั้งนี้ เพื่อชักจูงบุคคลให้เข้าสนับสนุนหรือร่วมเคลื่อนไหวสู่เป้าหมายอย่างหนึ่งอย่างใด? การปลุกระดมในความหมายส่วนใหญ่จึงหนีไม่พ้น “การสื่อความโดยวิธีต่างๆ ซึ่งไปกระทบความมั่นคงของรัฐ”

ในแง่ความหมายของความมั่นคงเราพอเข้าใจกันได้ เป็นต้นว่ายุยงส่งเสริมให้เปลี่ยนระบอบการปกครอง เป็นการพูดจาที่โจมตีจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง สร้างความเข้าใจผิดหรือความเสียหายไปในด้านต่างๆที่ไม่ดี...คืออะไรต่างๆเหล่านี้ถือเป็นเรื่องพอเข้าใจกันได้ แต่ก็น่าสงสัยว่าถ้าจะมีการวิพากษ์วิจารณ์เปิดเผยตีแผ่เกี่ยวกับเบื้องหลังต่างๆของคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ, คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือใครต่อใครในคณะรัฐบาล...มีคำถามว่าพฤติกรรมลักษณะนี้มันจะเข้าข่ายเป็นการปลุกระดมหรือโจมตีใส่ร้ายทำลายความมั่นคงของชาติหรือเปล่า?

อาจยกตัวอย่างการตีแผ่และเปิดเผยเรื่องที่ดินปริศนาบนเกาะสมุย ซึ่งดูพรรคเพื่อไทยก็รุกเข้าไปใกล้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ซ้ำเรื่องมันยังฟังขึ้นเสียด้วย หนังสือพิมพ์บางฉบับช่วยกันชี้พิรุธ 10 ประการ เกี่ยวกับที่ดินแปลงนั้นที่มีต้นตออย่างไม่ชอบมาพากล...ประเด็นตรงนี้ไม่ว่าจะเป็นสื่อมวลชน นักการเมือง หรือนักเคลื่อนไหวได้หยิบเอากรณีนี้ไปกล่าวโจมตีคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ เราต้องถามว่านี้เป็นการปลุกระดมด้วยหรือไม่?

กรณีข้อสงสัยอีกมากมายเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชันของรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลชุดนี้ แม้กระทั่งการตั้งคำถามต่อรัฐบาลที่มีแนวคิดอยากซื้อดาวเทียมไทยคมเป็นของรัฐ ซึ่งก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปถึงรายการปั่นหุ้น เป็นการสร้างข่าวให้ราคาหุ้นมีความเคลื่อนไหวหลังจากหยุดนิ่งมานาน แล้วสื่อมวลชนอีกไม่น้อยได้ตรวจสอบ ให้สัมภาษณ์ถึงนอมินีที่อยู่เบื้องหลังนักการเมืองถือโอกาสฟันผลกำไรไปได้หลายร้อยล้านบาท บางข่าวแฉข้อมูลถึงการเตรียมตัวเพื่อหาเม็ดเงินเตรียมการเลือกตั้งที่อาจเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้...

การขุดแฉและเปิดเผยข้อเท็จจริงในลักษณะนี้ถามว่ามันเป็นการปลุกระดมหรือไม่? เข้าข่ายพยายามทำลายความมั่นคงของรัฐหรือเปล่า? โดยเฉพาะถ้าความมั่นคงของรัฐบาลถูกทำให้เชื่อเป็นความมั่นคงของรัฐก็แสดงว่ารัฐนี้ชักจะไม่มั่นคงเสียแล้ว?

**********************************************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น