--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันศุกร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2555

รอยโค รอยเกวียน !!?

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2514 จอมพลถนอม กิตติขจร ได้ก่อการรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลของตัวเอง โดยอ้างเหตุผลต่อสาธารณชนว่า...พวกส.ส.สร้างความวุ่นวายจนบริหารประเทศต่อไปไม่ไหว

แต่เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2514 ก่อนการยึดอำนาจหนึ่งวัน อเมริกาได้ส่งปลัดกระทรวงการต่างประเทศ บินด่วนมาพบ จอมพลถนอม กับ นายพจน์ สารสิน ในฐานะนายกรัฐมนตรีกับรองนายกรัฐมนตรี

เพราะอเมริกันได้ข่าวว่า...ไทยจะมีการยึดอำนาจและจะเปลี่ยนแปลงนโยบายต่างประเทศ

ต่อคำถามของปลัดกระทรวงการต่างประเทศอเมริกันว่าจะมีการยึดอำนาจหรือไม่ จอมพลถนอมตอบว่า...ไม่มี

แต่เมื่อมีการยึดอำนาจวันรุ่งขึ้น ฝ่ายอเมริกันก็พยายามอย่างเต็มที่ที่จะรู้ว่า ประเทศไทยจะเปลี่ยนนโยบายจากการรับรองไต้หวันไปเป็นการรับรอง “จีนแดง” หรือไม่ และ คุณถนัด คอมันตร์ จะได้เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศหรือไม่

วันที่มีการยึดอำนาจนั้น ประเทศไทยไม่มีสัมพันธไมตรีกับจีน พรรคการเมืองบางพรรคบอกว่า การเปิดความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนจะไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ต่อประเทศไทยเลย เพราะสินค้าออกของจีนมีแค่เม็ดก๋วยจี๊

ขณะเดียวกันเวลานั้น เราก็เป็นเสาหลักของสนธิสัญญาร่วมป้องกันแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใดหรือซีโต้ มีฐานทัพของเมริกันอยู่ในเมืองเรา 14แห่ง รวมทั้งฐานบิน บี.52 ที่อู่ตะเภา

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2514 หัวหน้าคณะปฏิวัติ ได้มีคำสั่งลับสุดยอดถึงอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ห้ามสถานีวิทยุทุกแห่งของทางราชการ “ด่าและวิจารณ์จีน”

เพื่อปูทางไปสู่การเจรจารื้อฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศทั้งสอง ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2518

การตระเตรียมการต่างๆ เพื่อเปิดสัมพันธไมตรีกับจีน มันยังรวมถึงการจัดการให้ มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้เป็นนายกรัฐมนตรีภายหลังการเลือกตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2517

การรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับจีนเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายต่างประเทศครั้งสำคัญ คือเปลี่ยนจากการเดินตามก้นอเมริกัน ร่วมมือปิดล้อมจีน ไปสู่การดำเนินนโยบายไม่ฝักไฝ่ฝ่ายใด และมีความสัมพันธ์กับมหาอำนาจทั้งหลายแบบเสมอเหมือนกัน

ไม่เอนเอียงเข้ากับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

จากปี 2518 มาจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 37 ปี สถานการณ์ต่างๆได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย

อเมริกาซึ่งเคยเป็นพี่เบิ้มใหญ่ กำลังมีภาวะเศรษฐกิจทรุดโทรม จีนมีความยิ่งใหญ่ทางเศรษฐกิจเป็นอันดับสองของโลกและมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัสเซีย โดยทั้งจีนและรัสเซียต่างมีแสนยานุภาพทางการทหารที่ไม่ต้องหวั่นเกรงใคร

แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ได้มีรายงานข่าวชิ้นหนึ่งจากกรุงวอชิงตันว่า...อเมริกาได้หวนกลับมาให้ความสำคัญต่อยุทธศาสตร์ในเอเชียอีกครั้งหนึ่ง

ขณะนี้อเมริกามีทหารอยู่ในญี่ปุ่น 47,300 นาย เกาหลีใต้ 29,000 นาย ฮาวาย 42,360 นาย

ตามแผนการนั้น อเมริกาจะส่งนาวิกโยธิน 2,500 นายพร้อมเครื่องบินและเรือรบไปประจำในออสเตรเลีย และจะส่งเรือรบไปประจำที่สิงคโปร์กับฟิลิปปินส์

โดยบอกพร้อมกันว่า...จะส่งเรือรบกับเครื่องบินมาประจำในประเทศไทยด้วย

ไม่รู้ว่าความตกลงให้อเมริกันกลับมาตั้งฐานทัพใหม่ทำขึ้นเมื่อใด?

ใครรู้ช่วยบอกที

คนชายขอบ (ศรี อินทปันตี),บางกอกทูเดย์

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น