ภาพที่ปรากฎ ณ โบนันซ่า เขาใหญ่เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มันเป็นสิ่งที่น่าประหวั่นพรั่นพรึงสำหรับคนที่เป็นปรปักษณ์กับกลุ่มคนเสื้อแดง
เพราะบนเนื้อที่ประมาณ 300 ไร่ที่อยู่ท่ามกลางขุนเขาในวันนั้น มองไปทางไหนก็เห็นแต่สีแดงที่แน่นขนัดไปหมดทุกทิศทุกทาง
พื้นที่ 300 ไร่ เท่ากับ 120,000 ตารางวา หรือ 480,000 ตารางเมตร
ดังนั้น หากประเมินอย่างหยาบๆ ที่สุดแล้ว กลุ่มคนเสื้อแดงไปชุมนุมกันในวันนั้นจะไม่น้อยกว่า 240,000 คน ในขณะที่ฝ่ายตำรวจประเมินว่า มีคนไปร่วมชุมนุมประมาณ 50,000 คน
คนเสื้อแดงหรือแนวร่วมต่อต้านเผด็จการแห่งชาติจัดชุมนุมในวันนั้น เพื่อ “ต้านรัฐประหาร สานต่อรัฐธรรมนูญ” เป็นการชุมนุมใหญ่ที่สุดครั้งแรกนับตั้งแต่พวกเขาถูกรัฐบาลของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ พรรคประชาธิปัตย์ ใช้กำลังทหารเข้าปราบปรามในการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย ณ บริเวณสี่แยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553
ซึ่งยังผลให้มีผู้เสียชีวิต 92 ศพ บาดเจ็บประมาณ 2,000 คน และมีคนถูกจับกุมคุมขังหลายร้อยคน
แต่ภายหลังจากที่ถูกปราบปรามเข่นฆ่ากลางเมืองหลวง...จนคนที่มีใจรักความเป็นธรรมไม่สามารถจะยอมรับได้และก่นด่าประนามกันทั้งโลก...คนเสื้อแดงก็ไม่ได้หลบลี้หนีหายไปไหน
พวกเขายังคงยืนหยัดต่อสู้เรียกร้องสิทธิประชาธิปไตยที่แท้จริงของประชาชนต่อไป
พวกเขายังคงยืนหยัดชุมนุมและต่อสู้ด้วยรูปแบบต่างๆ โดยไม่หวาดหวั่นต่อการข่มขู่คุกคามจากอำนาจรัฐ ทำให้คำกล่าวที่ว่า “ตายสิบเกิดแสน” เป็นความจริง
ขณะเดียวกัน พวกเขาก็ได้พัฒนาจากการมี “ตาสว่าง” ไปเป็นการ “ก้าวข้ามความตาย”และการก้าวข้ามสิ่งอื่นๆ
รวมทั้ง “การก้าวข้ามทักษิณ” ไปเป็นการมุ่งมั่นต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริงของประชาชน
ได้เป็นที่ยอมรับว่า...ชัยชนะแบบถล่มทะลายของพรรคเพื่อไทยและคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตรในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมนั้น เกิดจากพลังของคนเสื้อแดง
ซึ่งมันพิสูจน์ว่า...ขณะนี้คนเสื้อแดงมีอยู่ไม่น้อยกว่า 15 ล้านคน
พวกเขาไม่เพียงแต่เติบใหญ่ในด้านปริมาณ แต่นักวิชาการจำนวนมากได้ยอมรับว่า บัดนี้พลังเสื้อแดงในชนบทได้พัฒนาเป็นชนชั้นกลางแล้ว อันเป็นการพัฒนาทางด้านคุณภาพ
และพวกเขาก็ยังมีปัญญาชนชั้นสูงและชั้นกลางมาร่วมสามัคคีในเส้นทางการต่อสู้มากยิ่งขึ้นตามลำดับ มิพักจะต้องพูดถึงปัญญาชนชั้นล่างอันเป็นพลังพื้นฐานที่หล่อหลอมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับคนรากหญ้าทั้งหลายในสังคมชนบทอยู่แล้ว
ความเป็นจริงดังกล่าวนี้ มันจึงทำให้เกิดปรากฎการณ์ “แดงทั้งแผ่นดิน” แน่นขนัดเขาใหญ่ เพียงแค่มีการนัดหมายกันว่า...คนเสื้อแดงจะแสดงพลัง “ต้านรัฐประหาร สานต่อรัฐธรรมนูญ” เท่านั้น
การแสดงพลังดังกล่าวเป็นไปอย่างที่อำนาจใดๆ ไม่ว่าอำนาจรัฐหรืออำนาจเงินไม่สามารถจะดลบรรดาลให้เกิดขึ้นได้ เว้นเสียแต่การมีอุดมการณ์ร่วมกันอย่างแน่นแฟ้น เป็นอุดมการณ์ที่เรียกร้องต้องการในสิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตย
ภาพที่ปรากฎให้เห็นจึงน่าประหวั่นพรั่นพรึงสำหรับคนที่ฝักใฝ่อำนาจเผด็จการและการกดขี่ ยิ่ง อาจารย์ธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช.ประกาศว่า...
วันนี้คนเสื้อแดงขอท้าทายว่าใครที่จะทำรัฐประหาร โปรดดูภาพของคนเสื้อแดงที่โบนันซ่านี้ แล้วลองคิดดูว่าท่านจะกล้าทำรัฐประหารในประเทศไทยอีกหรือไม่?
จะยอมรับหรือไม่ก็ตามที สิ่งที่เห็นที่โบนันซ่าวันนั้น เป็นพลังท้าทายที่แท้จริง ซึ่งผู้มีอำนาจจะต้องเตือนตัวเองว่าอย่าได้คิดทดสอบพลังนี้เป็นอันขาด
เว้นเสียแต่อยากจะทำลายตัวเอง
โดย:คนชายขอบ (ศรี อินทปันตี)
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น