--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2554

วรเจตน์ มีเจตนาอะไร !!?

ปรากฏการณ์ “นิติราษฎร์” เริ่มเขย่าวงการ “นักกฎหมายมหาชน” อย่างหนักหน่วง โดยทางกลุ่มคณาจารย์ด้านกฎหมายแห่งรั้วแม่โดมกลุ่มนี้ จงใจเลือกวันก่อตั้ง “คณะนิติราษฎร์” ในวันที่ 19 กันยายน 2553 ซึ่งเป็น วันเดียวกัน เดือนเดียวกันกับการทำรัฐประหารครั้งล่าสุดของสยามประเทศ คือ รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 หรือเลือกที่จะก่อตั้งกลุ่มขึ้นมาหลังจากมีการยึดอำนาจผ่านไปได้เพียง 4 ปี

คณะนิติราษฎร์จงใจเลือกวันก่อตั้งในวันที่ 19 กันยา ก็เพียงเพื่อจะสื่อสารไปยังประชาชนคนไทย ทั้งประเทศว่า.. ปัญญาชนด้านกฎหมายนั้นเอือมระอากับการยึดอำนาจรัฐด้วยปากกระบอกปืนเต็ม ทนแล้ว..การพร้อมใจกันของกลุ่มอาจารย์นิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ทั้ง 7 ท่านในนาม “คณะนิติราษฎร์” ที่กล้าลุกขึ้นมาท้าทาย “อำนาจกองทัพ” ในครั้งนี้..จะเป็นคุณต่อประเทศหรือไม่?? สังคมควรพินิจพิเคราะห์ให้ละเอียดถี่ถ้วนและเป็นกลาง...ปฏิกิริยาของแถลงการณ์ “คณะนิติราษฎร์” เนื่องในโอกาสเว็บไซต์ครบรอบ 1 ปี เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2554 นับได้ว่าสั่นคลอนระบบอำนาจของประเทศอย่างชนิดที่ไม่เคยมีผู้ใดหาญกล้าเคย ทำมาก่อน..

การเสนอให้มีการลบล้างผลพวงของรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ซึ่งเป็นต้นเหตุ ของปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนไม่เพียงเฉพาะนักกฎหมายต้องกลับมาทบทวนกันอีกครั้งว่า..เมื่อมีการทำรัฐประหารยึดอำนาจรัฐไว้ในมือคนเพียงไม่มีกี่คน.. มันคุ้มหรือไม่กับผลกระทบที่จะตามมา?!?! เราคนไทยสมควรก้มหัวให้การ ยอมรับ “การทำรัฐประหาร” ของคณะบุคคลใดๆ ก็ได้อย่างนั้นหรือ??? และที่ผ่านๆ มาทำไมสังคมไทยต้องให้การยอมรับการทำ “รัฐประหาร” หรือเพราะความหวาดกลัว “คนถือปืน”...
คนไม่มีปืน..ไม่มีรถถัง.. ยึดอำนาจได้หรือไม่??? สำหรับประเทศไทยนั้นคงจะยาก.. แต่ในต่างประเทศที่ “ประชาธิปไตยเสื่อม” มีความเหลื่อมล้ำสูง ประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม..การ เกิด “ปฏิวัติจากประชาชน” ก็มีให้เห็นอย่างที่เป็นข่าวไปแล้วเกือบครึ่งโลกเมื่อไม่นานมานี้..สำหรับ “นิติราษฎร์” ที่เดินหน้าชูธงว่าการทำรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เป็นทำลายนิติรัฐ ที่สำคัญมันเป็นการทำลายประชาธิปไตยของประเทศ เราคนไทยมีสิทธิ์คิดเห็นต่างไปจากคณาจารย์กลุ่มนี้ได้มิใช่หรือ???

เพราะเพียงแค่หยิบประเด็น “การยึดอำนาจ” ขึ้นมาถกกัน..ยังวุ่นกันไม่เลิก..เพราะมีสื่อบางจำพวกตีความเลยเถิดเกินขอบเขต..ในทำนองที่ว่า..หากใครไม่เห็นด้วยหรือต่อต้าน “คณะนิติราษฎร์” จะถูกผลักให้ไปอยู่กลุ่มผู้สนับสนุนการทำรัฐประหารไปซะอย่างนั้น!!! แต่ที่ “นิติราษฎร์” แทงตรงโดนใจผู้มีอำนาจนอกระบบ..ก็ตรงที่เสนอให้คำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่อาศัยอำนาจตามประกาศของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ที่เป็นผลต่อเนื่องจากรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาคำวินิจฉัยและคำพิพากษาที่เกิดจากการเริ่มกระบวนการโดยคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) นั้นเสีย เปล่าและถือว่าไม่เคยเกิดขึ้นและไม่เคยมีผลในทางกฎหมาย..ไม่รู้ว่า “กลุ่มนิติราษฎร์” ไปกินดีหมีมาจากไหน??? เพราะข้อเสนอการลบล้าง ผลพวงของรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 มันเหมือนกับวันที่ 18 กันยายน 2549 ก่อนวันยึดอำนาจ 1 วัน คือเสมือนไม่มีการทำรัฐประหาร!!! คล้ายกับว่าคนไทยยังคงใช้รัฐธรรมนูญ ปี 2540 อยู่เช่นเดิม..

แม้ว่าทาง “นิติราษฎร์” จะออกมานั่งยันนอนยันว่าข้อเสนอเรื่องการลบล้างผลพวงของรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ไม่ใช่ นิรโทษกรรม-อภัยโทษ หรือการล้างมลทินแก่บุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด เพียงแต่อยากให้ดำเนินคดีไปตามกระบวนการทางกฎหมายปกติ.. แต่สังคมก็มีสิทธิ์ตั้งข้อสังเกตในประเด็น “การล้างผิด” ให้กับผู้มีอำนาจมิใช่หรือ??? คงต้องจับตา “ปรากฏการณ์นิติราษฎร์” ว่าจะทำให้รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เป็นความว่างเปล่าเหมือนอากาศธาตุได้จริงหรือไม่ ??? แต่อย่างน้อย “การต่อต้านรัฐประหาร” ก็สร้างแรงสะท้อนในระบอบประชาธิปไตยไทยได้เป็นวงกว้าง..ส่วนการสร้างความชอบธรรมให้กับทางกลุ่มนิติราษฎร์..โดยการเสนอให้มีการยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ซึ่งเป็นดอกผลจาก “ต้นไม้พิษ” รัฐประหาร 19 กันยายน ซึ่งมีปัญหาด้านความชอบธรรมทางประชาธิปไตย สมควรให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ขึ้นมาแทน “ผลไม้พิษเผด็จการ 2550” ก็เห็นหลายฝ่ายขานรับอยู่มิใช่น้อย...

ด้านข้อเสนอให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 112 นั้นก็คงเป็นเพียงการ “แหย่รังแตน” เพื่อทำการเปิดหน้ากลุ่มอนุรักษ์ให้ออกมาโชว์ตัวต่อสาธารณชน.. คาดว่าทางกลุ่มนิติราษฎร์คงไม่คาดหวังผลการเปลี่ยนแปลงประเด็นดังกล่าวในห้วงเวลานี้..แต่สุดท้ายก็มีผู้ออกมา “งับเหยื่อ” ในมาตรา 112 อยู่หลายราย... แต่ไม่รู้ว่า “จริงใจ” หรือ... “เล่นละคร” ?!?! ไม่ว่าความเห็นทางวิชาการของกลุ่มใดก็ตาม.. จะมีธงในใจหรือไม่ก็ตามที.. แต่หาก “แก่นแท้” ในเนื้อหาที่นำเสนอสู่สาธารณะนั้น “เป็นความจริง”.. และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อคนไทยโดยส่วนรวม..
เราคนไทยพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับ “ความจริง” และยอมรับมันได้มากน้อยเพียงใด??? หลังจากนี้ต่อไปหากสังคมขานรับกับแนวทางของกลุ่มนิติราษฎร์.. “อำนาจนอกระบบ” ที่ฝังรากลึกกับประเทศแห่งนี้คงต้องมีการเปลี่ยนแปลง.. หรือไม่อย่างน้อย “กองทัพ” ผู้ทรงอิทธิพล ในวันนี้ คงจะลดบทบาทตัวเองลงเป็นแค่ “ส่วนประกอบของอำนาจ” มิใช่เป็นฝ่ายกุมอำนาจของประเทศแต่เพียงผู้เดียวอีกต่อไป..


ที่มา:สยามธุรกิจ
//////////////////////////////////////////////

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น