--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันพฤหัสบดีที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ตำรวจแจง กมธ.รอผลสอบใครจ้างให้ถูกจับ บอมบ์ชุมนุม !!??

"อัศวิน"ส่งคนแจงกมธ.ทหาร ปัดจัดฉากจับจะระเบิดที่ชุมนุม รับคนร้ายยิงปืนไม่เป็น พูดเป็นนัยรอผลใครจ้างมาให้โดนจับ แต่ไม่เข้าข่ายก่อการร้าย

มีการประชุมคณะกรรมาธิการ การทหาร สภาผู้แทนราษฎร พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย เป็นประธานการประชุม พิจารณาข้อเท็จจริงกรณีตำรวจตรวจพบวัตถุระเบิดใกล้ที่ชุมนุมทำเนียบและสะพานมัฆวานรังสรรค์ และขยายผลไปจับกุมได้อีก 4 คน และพบอาวุธสงคราม ปืน เครื่องกระสุน และวัตถุระเบิดจำนวนมาก เมื่อวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา ก่อน 1 วันที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) จะจัดชุมนุม

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สบ.10 ) ซึ่งถูกเชิญ ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 พ.ต.อ.ทินกร สมวันดี รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลดุสิต พ.ต.อ.เศรษศักดิ์ ยิ้มเจริญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลบางมด และ พ.ต.ท.พิพัฒน์ บุญเพชร์ รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน สน.บางมด ร่วมชี้แจงด้วย

เมื่อประธาน กมธ.ทหาร ถามถึงสาเหตุความเป็นมาอย่างไร จริงหรือไม่มีการ์ดผู้ชุมนุมไปพบผู้ต้องสงสัยก่อน พล.ต.ต สุวัฒน์ ชี้แจงว่า ไม่ใช่การ์ดกลุ่มพันธมิตรฯพบ แต่อาจจะมีการ์ดพันธมิตรฯ มามุงดู ซึ่งการจับกุมวันดังกล่าว แบ่งเป็น 2 คดี ส่ง สน.ดุสิต และ สน.บางมด โดยที่ สน.ดุสิต ผู้ต้องหาชื่อนายธวัชชัย หรือดำ เอี่ยมนาค จับกุมได้บริเวณสวนมิสกวัน พบระเบิดแสวงเครื่อง 2 ลูก ระเบิดแสง(Flashbang) ต่อวงจรด้วยโทรศัพท์ และยึดรถมอเตอร์ไซค์ไว้

ส่วนของสน.บางมด เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลจากการจับกุมนายธวัชชัย เข้าจับกุม นายดร มาตา และพวกอีก 3 คน นำวัตถุระเบิดจำนวนมากไปซุกซ่อนในห้องเก็บของในตลาดนัด อาทิ เครื่องยิงอาร์พีจี 1 เครื่องยิงอาร์พีจี 3 ลูก และเครื่องยิงดินขับชนวน 4 ชุด กระสุนซ้อมยิง 2 นัด ลูกระเบิดยิงขนาด 40 ม.ม. ใช้กับเครื่องยิงเอ็ม 79 จำนวน 34 นัด เป็นแบบลูกปราย 3 นัด แบบเจาะเกราะ 4 นัด และแบบสังหาร 27 นัด เครื่องกระสุนขนาด 7.62 ม.ม. จำนวน 23 นัด เครื่องกระสุนขนาด 5.56 ม.ม. จำนวน 115 นัด เครื่องกระสุนแบบเอ็ม 60 จำนวน 65 นัด เครื่องกระสุนปืนคาร์บิน 117 นัด

พล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าวต่อไปว่า ทราบว่านายธวัชชัยเคยทำกิจกรรมทางการเมืองกับคนบางกลุ่ม ซึ่งไม่สามารถบอกได้ว่ากลุ่มไหน ส่วนนายดอนปฏิเสธเป็นเจ้าของวัตถุระเบิด แต่ยอมรับเป็นผู้ครอบครองโดยเพื่อนนำมาฝากไว้ ส่วนอีก 3 คนที่เหลือยอมรับเคยไปชุมนุมกับคนบางกลุ่ม โดยอ้าวว่า นายธวัชชัย และนายดอน เป็นผู้ชวนมาดูของและ นายนพคุณ ศรีวงศ์มงคล เป็นผู้ดูแลตลาดสินทวี นายดอนจึงบอกว่าเอาของไปเก็บไว้ได้หรือไม่ นอกจากนี้ พบประวัตินายธวัชชัยเคยถูกจับข้อหาปล้นรถแท็กซี่ และถูกปล่อยมาเมื่อปี 2548 และเกี่ยวพันกับหลายๆ เหตุการณ์ไม่สงบ โดยวัตถุระเบิดที่ยึดได้ก็มีข้อมูลเชื่อมโยงหลายเหตุการณ์ ส่วนคนอื่นๆ ไม่มีประวัติการถูกจับกุม

ประธาน กมธ.ทหาร ซักย้ำว่า วัตถุระเบิดจับได้มาจากกองทัพหรือไม่ และผู้ต้องหาเชื่อมโยงกับคนกลุ่มใด โดยพล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าวว่า เรื่องการเมืองไม่ขอก้าวล่วง แต่ไม่อยากให้มีผู้คนบาดเจ็บ ล้มตาย และพยายามใช้ทุกวิธีทุกมาตรการจับกุม แม้จะเป็นกลุ่มย่อยแต่มีจำนวนมาก ที่มีความเชื่อทางการเมือง ซึ่งมีอันตรายต่อประเทศมาก คนลักษณะนี้บางกลุ่มเชื่อมโยงกันทางแนวคิด บางกลุ่มประสานงาน บางกลุ่มช่วยเหลือวางแผนร่วมกัน ซึ่งมีจำนวนมาก ส่วนอาวุธที่จับได้นี้ ไม่น่าจะมาจากกองทัพ โดยระเบิดแสวงเครื่องก็ผลิตในประเทศคอมมิวนิสต์ ไม่มีใช้ในกองทัพไทย คงจะมาจากชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน

"ผู้ต้องหาที่จับได้ชุดหลัง เขายิงอะไรไม่เป็นสักคน จึงเป็นภาพส่วนหนึ่งของจิ๊กซอว์ขนาดใหญ่ ความคิดจะไปเปลี่ยนแปลงทางการเมือง พวกเขาคงได้รับการบอก การปลูกฝังมาจากหัวหน้าขบวนของเขา และผู้ต้องหามีวุฒิภาวะไม่มาก สมมติมีคนกลุ่มหนึ่งบอกว่ามีความคิดเหมือนเขาแล้วบอกให้เขาไปทำ ซึ่งคนนั้นอาจจะไม่คิดเหมือนเขาก็ได้ มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน กระทบหลายฝ่ายจึงพูดได้เท่าที่พูด เราเป็นตำรวจริง ๆ ไม่มีการเมือง ไม่หวังผลอะไร ผู้บังคับบัญชาให้ทำอะไรก็ทำ ลูกน้องผมทำคดีนี้ไม่มีใครทำแล้วได้ดิบได้ดี ไปดูคำสั่งได้มีแต่ทรงตัวกับแย่ลง” พล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรรมาธิการยังคงซักถามตั้งข้อสงสัย เช่น ตั้งข้อหาจับกุมอย่างไร เป็นการจัดฉากหรือไม่ โดย พ.ต.ท.สมชาย กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นมีบางคนมองว่า คนถูกจับเป็นคนเสื้อแดง แต่ถ้าคนที่ทำไม่ใช่คนเสื้อแดง เจ้าหน้าที่ก็ต้องให้ความเป็นธรรม และต้องให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ต้องจับคนผิดมาลงโทษ และต้องบอกสังคมอย่างตรงไปตรงมาว่าเกิดอะไรขึ้น

ขณะที่ พลเอก พิชาญเมธ ม่วงมณี ที่ปรึกษา กมธ.ทหาร ถามว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหรือไม่ เพราะถ้าหากซุ่มยิงขณะแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ขึ้นเวทีก็จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองขึ้น

พล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าวว่า ขอชี้แจงแทน พล.ต.อ.อัศวิน ไม่ได้จัดฉาก ทุกอย่างคือของจริง อยู่ระหว่างการสอบสวนว่ามีใครจ้างมาเพื่อให้ถูกจับหรือไม่ เพราะไม่สามารถฟันธงได้ แต่ข้อมูลมีอยู่ในใจแล้ว กำลังแยกแยะเพื่อให้เกิดความกระจ่าง และตอบไม่ได้ว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ ส่วนการตั้งข้อหาคือมีอาวุธไม่อาจอนุญาตให้ครอบครอง ซึ่งมีโทษจำคุกตลอดชีวิต แต่ไม่ได้ตั้งข้อหาก่อการร้าย ขณะนี้ทุกคนอยู่ในเรือนจำ สามารถประกันตัวได้ แต่ไม่ทราบว่าทั้งหมดได้ขอประกันตัวหรือไม่

ด้าน พ.ต.ท.ทินกร ชี้แจงเพิ่มเติมว่า การจะตั้งข้อหาก่อการร้ายได้ ต้องมีองค์ประกอบ อาทิ ต้องมีพยานหลักฐานควรเชื่อว่า พวกเขาก่อการร้ายโดยใช้กำลังทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรง ทำให้ระบบขนส่งสาธารณะเสียหาย หรือทำลายทรัพย์สิน เป็นอันตรายต่อประเทศชาติ หรือใช้วัตถุข่มขู่รัฐบาล ซึ่งตรงนี้ยังไม่ได้ทำถึงขั้นนั้น ยังไม่มีหลักฐานพิสูจน์ได้

ที่มา.กรุงเทพธุรกิจ
//////////////////////////////////////////////////////

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น