--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันพฤหัสบดีที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ทวิภาคี

ผลการชี้แจงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) กรณีข้อพิพาทชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา โดยมีนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ของไทย และนายฮอร์ นัม ฮง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา พร้อมด้วยรัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย ในฐานะประธานอาเซียนเข้าร่วมด้วยนั้น

นางมาเรีย ริเบริโอ วิออตติ ประธานยูเอ็นเอสซี แถลงเรียกร้องให้ไทยและกัมพูชาทำสัญญาหยุดยิงอย่างถาวร และขอให้ทั้ง 2 ฝ่ายใช้ความอดกลั้นถึงที่สุด หลีกเลี่ยงการกระทำใดๆที่อาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง ทั้งไม่เห็นด้วยกับคำร้องของฝ่ายกัมพูชาที่จะให้ส่งกองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติเข้าประจำการบริเวณปราสาทพระวิหาร

นอกจากนี้ยูเอ็นเอสซียังแถลงการณ์ยืนยันสนับสนุนสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่จะไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้วยการเจรจาภายใต้การดำเนินการในระดับภูมิภาค เพื่อการแก้ไขปัญหาอย่างสันติ ซึ่งสอดคล้องกับท่าทีของรัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ยืนยันว่าการแก้ปัญหาความขัดแย้งเรื่องเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาต้องใช้การเจรจาทวิภาคีเท่านั้น

แต่มีคำถามว่า หากฝ่ายกัมพูชาไม่ยอมเจรจาทวิภาคี และปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อ ฝ่ายไทยจะดำเนินการอย่างไร เหมือนสถานการณ์เมื่อหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งฝ่ายกัมพูชาต้องการแสดงให้เห็นว่ากลไกทวิภาคีเดินหน้าไม่ได้ ขณะที่ฝ่ายไทยที่วันนี้ใช้แถลงการณ์ของยูเอ็นเอสซีบีบให้กัมพูชากลับมาเจรจาทวิภาคีนั้น ฝ่ายไทยก็ต้องไม่หลงกลใช้ความรุนแรงใดๆตอบโต้กัมพูชาที่อาจใช้วิธีการต่างๆยั่วยุด้วย เพราะมิฉะนั้นยูเอ็นเอสซีหรืออาเซียนก็อาจเข้ามาแทรกแซงให้ใช้กลไกพหุภาคีแก้ปัญหาทันที

ที่สำคัญการเจรจาทวิภาคีได้หยุดชะงักมาเกือบ 2 ปีแล้ว นับแต่มีการประชุมครั้งล่าสุดที่กรุงพนมเปญเมื่อวันที่ 6-7 เมษายน 2552 ซึ่งอุปสรรคสำคัญไม่ใช่เรื่องเอ็มโอยู 43 แต่เพราะฝ่ายกัมพูชาไม่พอใจที่ไทยพยายามกีดกันไม่ให้คณะกรรมการมรดกโลกของยูเนสโกรับรองให้ปราสาทพระวิหารขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

ดังนั้น ปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชาจึงจะยืดเยื้อต่อไป แม้จะไม่ได้ปิดตายการเจรจาแบบทวิภาคี แต่การเจรจาอาจไม่คืบหน้าใดๆอย่างที่นายวา กิมฮอง ประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมของกัมพูชา ประกาศไม่รับข้อเสนอใดๆของฝ่ายไทยที่จะให้มีการประชุมเจบีซี

เช่นเดียวกับนายฮอร์ นัม ฮง ที่จะต้องใช้นโยบายทางการทูตเพื่อฟ้องประชาคมโลกต่อไปเรื่อยๆในฐานะประเทศเล็กที่ถูกรังแกจนกว่าปราสาทพระวิหารจะได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก การเจรจาทวิภาคีจึงจะกลับมาอีกครั้ง ซึ่งต้องถามนายอภิสิทธิ์กับนายกษิตว่าจะแก้เกมนี้อย่างไร ขณะที่คนไทยจำนวนหนึ่งก็ประณามว่ารัฐบาลนี้กำลังขายชาติและอ่อนแอเกินไป

ที่มา.หนังสือพิมพ์โลกวันนี้รายวัน

*********************************************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น