ปรากฏการณ์ “แดงมากันพรึ่บ” ในวันอาทิตย์ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา...ชนิดที่ “จำนวน” นั้นแตกต่างราว “ฟ้ากับเหว” เมื่อเทียบกับ “ม็อบเหลือง” ที่มีทั้งกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ ซึ่งทำได้แค่ “ม็อบสีสัน-รำคาญตา” เท่านั้น
แต่เป็นการสะท้อนชัด “พลังแดง” นั้น “ไม่ธรรมดา” และ “ประมาทไม่ได้” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือนเม.ย.-พ.ค.ที่จะ ถึงนี้ ซึ่งจะครบรอบปีที่โดน “กระชับวงล้อมขอคืนพื้นที่” ซึ่งหาก “รัฐบาล” ไม่สามารถเตรียมการรับมือและแก้เกมให้ดีๆ มีหวัง “เหนื่อยหนัก” อีกแน่ๆ และบทสรุปอาจไม่เหมือนเดิม...ก็ได้
จึงไม่แปลกที่จะพบความเคลื่อนไหวของ “ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล” ที่ต่างตีฆ้องร้าวป่าว... เตรียมรับมือกับศึกเลือกตั้งครั้งใหม่ ถึงขนาด ลือกันหึ่งว่า ไม่สิ้นเดือนก.พ.นี้ก็อาจเป็นต้น เดือนเม.ย. ที่จะมีการยุบสภา เปิดทางให้มีการ เลือกตั้งใหม่ เพื่อเป็นการลดกระแส “พลังแดง” ในการจัดงานรำลึกครบรอบปี
โดยมีการปล่อยข่าวออกมาว่า ผลการ ทำโพลของพรรคประชาธิปัตย์ อยู่ในระดับที่น่า พอใจ เชื่อกันว่า คะแนนเสียงจะมีมากพอใน การชนะเลือกตั้งมาเป็นพรรคอันดับ 1 เพื่อจัดตั้งรัฐบาลครั้งต่อไป รวมถึงการเมาธ์กระจาย ว่า “โหร” ทำนายทายทักว่า “ดวงพรรคประชาธิปัตย์” กำลังดีวันดีคืน...จึงควรรีบชิงความ ได้เปรียบนี้เร็วๆ
อย่าลืมว่า “ที่มา” ของ “รัฐบาลเทพประทาน” นี้...ถูกออกแบบเอาไว้แล้ว และมี “แรงผลัก” จากหลายๆ ฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จนทำให้ “ศัตรู” ก็มองเห็นว่า มีกำแพงหนาพิงหลังขนาดไหน???
ดังนั้น “ความกังวล” ที่หลายฝ่ายเป็น ห่วงกันในเรื่องจะพ่ายแพ้กับ “พรรคเพื่อไทย” ที่เป็นคู่แข่งนั้น...น่าจะไม่ใช่เรื่องใหญ่...เพราะแว่วมาว่า ถ้าผลเลือกตั้งเกิดพลิกผันจริงๆ “ยุบพรรครอบ 3” จะกลับมาตามหลอกหลอน แน่ๆ และ “ข้อกังวลนี้” ก็เป็นเรื่องที่ทำให้ “ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย” ก็ต้องคิดให้หนักคิดให้ถี่ถ้วน ว่าจะคุ้มเสี่ยงที่จะเผชิญชะตากรรม... แบบอยู่ไปก็ไม่มีอนาคต...อย่างนั้นหรือ???
ที่สำคัญและไม่ควรมองข้ามคือ “ปรากฏการณ์ปฏิวัติด้วยประชาชน” ที่เกิดขึ้นใน หลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะที่ “อียิปต์” และที่กำลังตามมาคือ “เยเมน” นั้น...กำลังกลายเป็น “ความหวัง” ให้กับ “มวลชนแดง” ที่หวังว่า “สักวันหนึ่ง” จะเป็นวันของเขาบ้าง ซึ่งเรื่องแบบนี้ “ถือว่า...ประมาทไม่ได้”
เพราะ “อารมณ์-ความรู้สึก” ของ “มวลชน” นั้น...มักทำให้ “ผู้มีอำนาจ” (ทั่วโลก) มองข้าม และไม่ให้ความสำคัญ...จนท้ายสุดก็ “แพ้ทาง-แพ้ภัย” ในที่สุดอยากย้ำว่า “กลุ่มคนที่เสียประโยชน์” จากการที่รัฐบาลเทพประทานมาบริหารประเทศนั้น...มีอยู่มาก กระจายในทุกวงการ เพียงแต่ “คนเหล่านั้น”...ในเวลานี้ “ยังไม่กล้าแสดงออก” ในขณะที่ “กลุ่มคนที่ได้ประโยชน์” จากรัฐบาลนี้...มีน้อย และกระจุกตัว เฉพาะคนเฉพาะกลุ่ม ซึ่งเมื่อเทียบกันแล้ว “แตกต่าง” กันมากๆ
จึงเป็นเรื่องที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกรัฐมนตรี ต้องตระหนักและคิดทางเลือกไว้ให้มากๆ แม้จะมีทางเลือกน้อยก็ ตาม แต่มี “ทางเลือกน้อย” ก็ยังดีกว่า “ไม่มีทางเลือก” เลย...ไม่ใช่หรือ???
ที่มา.สยามธุรกิจ
/////////////////////////////////////////////////////////
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น