
ที่มา:บางกอกทูเดย์
ทบ.ขึงขังกับการแต่งการเลียนแบบทหารอีกแล้วครับทั่น!แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่ รองโฆษกกองทัพบก พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง ออกมาแถลงข่าวเมื่อวันก่อนเพื่อดัดหลังผู้ที่ชอบแต่งกายเลียนแบบทหาร ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองเพราะเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหม สมัยที่ นายสมัครสุนทร
เวช เป็นเจ้ากระทรวง ก็เคยออกมาคุมเข้มกันรอบหนึ่งแล้วซึ่ง นายสมัคร เคยหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมากล่าวในรายการ“สนทนาประสาสมัคร” และขึงขังเอาจริงเอาจังกับบุคคลที่จะแต่งกายเลียนแบบทหารแต่สุดท้ายก็เข้าอีหรอบเดิม ทำอะไรไม่ได้มากนอกจาก“ขอความร่วมมือ”ครั้งนี้ รองโฆษกกองทัพบก แถลงว่า ในห้วงเวลาที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีกลุ่มบุคคลแต่งกายคล้ายทหารเข้าไปร่วมในกิจกรรมต่างๆจนทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจผิดว่า เป็นข้าราชการทหารสร้างความเสีย
หายต่อภาพลักษณ์ของกองทัพบกดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันการสับสนของประชาชน กองทัพบกจึงขอแจ้งว่า...การแต่งกายเครื่องแบบทหารบกนั้นยึดถือตามพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พ.ศ. 2477 กฎกระทรวง (2499)ออกตามความใน พ.ร.บ.เครื่องแบบทหาร พ.ศ. 2477 ว่าด้วยสิทธิและโอกาสในการแต่งเครื่องแบบทหารและกฎกระทรวงกลาโหม (พ.ศ. 2542) ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ 80รวมถึงระเบียบที่เกี่ยวข้องโดยผู้มีสิทธิแต่งกายเครื่องแบบได้จะ
ต้องเป็นคนที่กำหนดไว้เท่านั้น อันได้แก่ นายทหารสัญญาบัตร นายทหาร ประทวนพลอาสาสมัคร ทหารกองประจำการ อาสาสมัครทหารพรานและจะต้องแต่งเครื่องแบบเวลาทำงานในราชการ ทั้งนี้การแต่งเครื่องแบบประเภทใดๆ ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในแต่ละโอกาสครั้งหนึ่ง “นักรบศรีวิชัย” หรือ การ์ดพันธมิตรฯ ได้แต่งกายคล้ายทหารเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กลุ่มผู้ชุมนุมและมีกรณีที่ “นักรบพระเจ้าตาก” โดยการฝึกฝนจาก เสธ.แดงพล.ต.ขัตติยะ สวัส
ดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก เคยถูก ทบ.ตักเตือนมาแล้วตาม พ.ร.บ.เครื่องแบบทหาร พ.ศ. 2477 มาตรา 6 ระบุไว้ว่า“ผู้ใดแต่งเครื่องแบบทหารตามพระราชบัญญัตินี้ หรือแต่งเครื่องแบบทหารที่ทหารยังคงใช้ในราชการอยู่ โดยไม่มีสิทธิจะแต่งได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน - 5 ปีและถ้าการกระทำเช่นว่ามานี้ได้กระทำภายในเขตซึ่งประกาศใช้กฎอัยการศึกก็ดี ในเวลาสงครามก็ดี ในเวลาบ้านเมืองมีเหตุฉุกเฉินก็ดี หรือเพื่อ
กระทำผิดทางอาญาก็ดี ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี”นอกจากความผิดฐานจงใจแต่งเครื่องแบบทหารโดยพลการแล้วใน พ.ร.บ.ดังกล่าวยังระบุถึงความผิดของผู้ที่แต่งกายเลียนแบบทหาร จนสร้างความเสื่อมเสียและเกิดความเกลียดชังกับทหาร โดยระบุไว้ในมาตรา 6 ทวิ ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมในปี 2485 ระบุว่า“ผู้ใดแต่งกายโดยใช้เครื่องแต่งกายคล้ายเครื่องแบบทหารตามพระราชบัญญัตินี้ หรือคล้ายเครื่องแบบทหารที่ทหารยังคงใช้ใน
ราชการอยู่ อันอาจนำความดูหมิ่นเกลียดชัง หรือความเสื่อมเสียมาสู่ราชการทหารก็ดี อันอาจทำให้บุคคลอื่นหลงเชื่อว่าเป็นทหารก็ดีผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 200 บาท และถ้าการกระทำเช่นว่านี้ได้กระทำภายในเขตซึ่งได้ประกาศใช้กฎอัยการศึกก็ดี ในเวลาสงครามก็ดี ในเวลาบ้านเมืองมีเหตุฉุกเฉินก็ดี หรือเพื่อกระทำความผิดทางอาญาก็ดี ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี”นั่นคือ ความผิดที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ. เครื่องแบบทหาร เป็นตัว
หนังสือที่บัญญัติไว้หลังประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองเพียง 2 ปีเท่านั้นจะว่าไปแล้วการลงโทษตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว ยังไม่ค่อยปรากฏว่า กระทรวงกลาโหมจะลงโทษคนที่แต่งกายเลียนแบบทหารโดยเฉพาะในเขตเมืองยกเว้นที่จะเข้มงวดกันในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้นส่วนเรื่องบทลงโทษ
ตาม พ.ร.บ. ก็ไม่ได้รุนแรงมากนัก จนอดคิดไม่ได้ว่ากลาโหมมีกฎหมายขึ้นมาเพื่อให้รู้ว่ามีเท่านั้นใช่หรือไม่การออกมาขึงขังของกองทัพครั้งนี้ดูแล้วคล้ายจะออกมาปราบนายทหารที่ออกนอกลู่นอกทาง หรือดัดหลังให้เข็ดหลาบและอีกประการหนึ่ง อาจเป็นการเรียกศักดิ์ศรีความเป็นกองทัพที่ถูกนายทหารระดับนายพล ท้าทายมาตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น