--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เหลื่อเชื่อกับคำตอบของ"อภิสิทธิ์"


วันพฤหัส 20 สิงหาคม 2009 — chapter 11
The incredible Abhisit petition responseAugust 18, 2009
ที่มา – Political Prisoners in Thailand
แปลและเรียบเรียง – chapter 11

นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตกเป็นเหยื่อของการที่ปากไม่มีหูรูดของตัวเอง ในเรื่องเกี่ยวกับการยื่นถวายฎีกาเพื่อ “ขอพระราชทานอภัยโทษ” ให้กับทักษิณ ชินวัตร

จากหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ (วันที่ ๑๘ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๒: “นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การพิจารณาเรื่องการยื่นถวายฎีกาอาจใช้เวลาหลายเดือน”) ข่าวรายงานว่า อภิสิทธิ์กล่าวว่า “จะต้องใช้เวลาอย่างน้อยถึง ๒ เดือน ในการพิจารณาฎีกาเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษให้กับทักษิณ ชินวัตร ก่อนที่รัฐบาลจะตัดสินใจว่าจะปฎิบัติตามขั้้นตอนต่อไปอย่างไร…” เพียงหนึ่งวันก่อนมีการยื่นถวายฎีกา อภิสิทธิ์ได้แถลงการณ์ว่า ถ้าการยื่นถวายฎีกาอภัยโทษ ไม่เข้าข่ายตามกฎหมาย จะยุติการพิจารณาทันทีโดยไม่มีข้อแม้ใดๆทั้งสิ้น

อภิสิทธิ์กล่าวว่า การตรวจสอบการยื่นถวายฎีกาในครั้งนี้อาจต้องใช้เวลานานเนื่องจากเป็น “เรื่องที่ซับซ้อน และประชาชนจำนวนมากอ้างว่าได้ร่วมลงชื่อในการยื่นถวายฎีกา” ให้สังเกตุว่าอภิสิทธิ์ใช้คำ “อ้างว่า” แน่ละ ที ๑๐ ล้านรายชื่อที่รัฐบาลทำการล่ารายชื่อเพื่อต่อต้านการยื่นถวายฎีกากลับไม่มีปัญหาหรือ และเคยไปตรวจสอบข้อมูลในใบคัดค้านการยื่นถวายฎีกาที่เจ้าหน้าที่ทำการกรอกเองแทนเจ้าของชื่อจริงหรือไม่ แล้วประเด็นการปลอมแปลงเอกสาร และการใช้อำนาจในทางผิดของข้าราชการล่ะ

สำหรับในประเด็นนี้ ถือว่านายกรัฐมนตรีขาดความน่าเชื่อถือเป็นอย่างยิ่ง
แม้กระนั้นก็ตาม อภิสิทธิ์ได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นผู้ควบคุมดูแลในเรื่องนี้ ดูเหมือนว่า ไม่มีสมาชิกคนใดของพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะมีความสามารถในการชี้ให้รัฐบาลมองเห็นถึงความ “ยุ่งยาก” ใดๆ

ไม่น่าเชื่อเมื่ออภิสิทธิ์ยังอ้างต่อว่า “รัฐบาลจะไม่ขัดขวางขั้นตอนการถวายฎีกา” และเสริมว่า “ผมขอรับรองกับทุกคนว่า รัฐบาลจะปฎิบัติต่อการยื่นถวายฎีกาในครั้งนี้ ไม่ต่างจากกรณีอื่น” “ผมสัญญาว่ารัฐบาลจะไม่ขัดขวาง หรือหน่วงเหนี่ยวในการยื่นถวายฎีกา..” พีพีทียังคงสงสัยในเรื่องนี้ เนื่องจากในอดีตอภิสิทธิ์ได้เคยบิดเบือนความจริงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยิ่งประเด็นนี้ด้วยแล้ว อภิสิทธิ์นับว่าทำตัวได้น่าเหลือเชื่อ

นายสุเทพกล่าวว่า เขาสนับสนุนให้ตั้ง “กรรมการผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสอบการยื่นถวายฎีกา” ทำราวกับว่า นายสุเทพไม่เชื่อนักวิชาการทั้งหมดที่เคยดาหน้าออกมาโวยวายว่าการยื่นถวายฎีกานั้นผิดกฎหมาย หรืออาจจะไม่เป็นแบบนั้นก็ได้ เพราะขนาดรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค “ยังกล่าวว่า ถ้าพบว่าการยื่นถวายฎีกานั้นไม่เข้าข่ายตามกฎหมาย ทุกอย่างจะจบ จะไม่มีการดำเนินการใดๆต่อทั้งสิ้น”
ทั้งรัฐบาล ทั้งฝ่ายอนุรักษ์นิยม ต่างออกมาแสดงอาการโกรธแค้นอย่างเอาเป็นเอาตาย และข่มขู่การยื่นถวายฎีกา รัฐมนตรีกล่าวว่า “เวลานี้ผมยังไม่ทราบว่าการยื่นถวายฎีกา เป็นการขอพระราชทานอภัยโทษ หรือเพียงแค่เป็นการร้องเรียน…”

นายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำ นปช. ขู่ว่า “ถ้ารัฐบาลพยายามกระทำนอกเหนือหน้าที่ ย่อมเป็นเหตุผลให้เสื้อแดงทำการชุมนุมครั้งใหญ่….”

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น