
โดย คุณลูกชาวนาไทย
ที่มา เวบไซต์ thaifreenews
9 สิงหาคม 2552
ก่อนหน้านี้ ผมคิดว่าการที่พรรคเพื่อไทยไม่มีหัวหน้าพรรคอย่างเป็นทางการ และการที่กลุ่มคนเสื้อแดงไม่มีองค์กรนำในการต่อสู้อย่างเป็นทางการนั้น เป็นจุดอ่อนทางการเมืองอย่างยิ่ง เพราะไม่มีการนำทางความคิด
ขบวนการต่อสู้ดูเหมือนว่าจะขาดทิศทางที่ชัดเจนแม้จะมีสามเกลอและความจริงวันนี้ แต่ก็ไม่ได้เป็นองค์กรนำคนเสื้อแดงอย่างเป็นทางการพรรคเพื่อไทยไม่มีหัวหน้าพรรค ทำให้การทำงานในรัฐสภามีปัญหาพอสมควร ไม่มีผู้นำฝ่ายค้าน เป็นต้นตอนนี้ผมเพิ่งตระหนักว่า นี่เป็นจุดแข็ง ไม่ได้เป็นจุดอ่อนแต่อย่างใด
เพราะหากมีองค์กรนำที่ชัดเจน อำมาตย์ก็คงหาทางทำลายได้อย่างง่ายดาย หากพรรคเพื่อไทยมีหัวหน้าที่เป็นทางการ คงไม่พ้นที่จะถูกทำลายล้างทุกวิธี เพราะเป็นเป้าหมายที่พวกอำมาตย์ สามารถทำลายได้อย่างชัดเจนหากคนเสื้อแดงมี "สถาบันคนเสื้อแดง" อย่างที่คุณวีระเคยคิด หรือเคยเสนอ องค์กรนี้ก็จะกลายเป็น
"เป้าหมายที่สำคัญ ที่อำมาตย์ต้องหาทางทำลายทุกวิธี"ดังนั้น ทักษิณจึงไม่ได้จัดตั้งองค์กรพวกนี้อย่างเป็นทางการแต่มุ่งขยายเครือข่ายเสื้อแดงที่เป็นภาคประชาชนแทน มีการออกปราศรัยต่างจังหวัด เกิดองค์กรเสื้อแดงย่อยๆ ที่เป็นอิสระในการดำเนินงานขึ้นอย่างมากมาย แต่มีทิศทางร่วมกันคือ การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย การต่อสู้กับระบบสองมาตรฐานอย่างเต็มที่เราจะเห็นองค์กรย่อยของคนเสื้อแดง
ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น กลุ่มเชียงใหม่ 51 กลุ่มคนรักอุดรเป็นต้น หรือแม้แต่ในกรุงเทพฯ ก็มีองค์กรย่อยของคนเสื้อแดงตามเขตต่างๆ เช่น แดงห้วยขวาง-ดินแดง หรือที่ใกล้ๆ เช่น แดงนนท์ หรือแม้แต่แดงจันทบุรี เป็นต้นองค์กรคนเสื้อแดงเหล่านี้ เกิดจากประชาชนเสื้อแดงเอง ที่จัดตั้งกันขึ้นเอง มีการประชุมกัน แล้วเลือกแกนนำกันขึ้นเอง
โดยที่ไม่ได้มีการดำเนินการผ่านแกนนำใดๆ ทั้งสิ้น ในวันประชุมอาจมีการเชิญแกนนำระดับชาติ เช่น นพ.เหวง โตจิระการ คุณวีระ มุกสิกพงษ์ หรือคุณณัฐวุฒิ ไสยเกลือ หรือแม้แต่คุณวิภูแถลง เป็นต้น แกนนำมีหน้าที่เพียงแต่เดินสายไปตามคำเชิญของคนเสื้อแดงกลุ่มต่าง ๆ เท่านั้น แต่ไม่ได้เป็นคนไปรณรงค์จัดตั้งกลุ่มเสื้อแดงต่าง ๆ ขึ้นมาองค์กรของคนเสื้อแดงที่เกิดขึ้นนับร้อยแห่งเหล่านี้ เป็นองค์กรที่เกิดจากประชาชนอย่างแท้จริง
เป็นองค์กรจาก ล่างขึ้นบน ไม่เหมือนลูกเสือชาวบ้าน ที่จัดตั้งขึ้นโดยทางราชการในสมัย 20-30 ปีที่แล้ว ที่เป็นองค์กรจากบนลงล่าง จึงไม่ได้มีการมีส่วนร่วมจากประชาชนมากนัก แม้ตอนนี้พยายามจะปลุกผีลูกเสือชาวบ้าน แต่ก็ไม่สามารถจะปลุกได้แต่อย่างใดสภาพการนำของคนเสื้อแดง กระจัดกระจาย ไม่มีการรวมศูนย์แต่อย่างใด เช่น สื่อของคนเสื้อแดงทั้งหลาย เช่น เว็บไซต์ต่างๆ ก็เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ ไม่มีท่อน้ำเลี้ยงใดๆ ทั้งสิ้น แม้แต่หนังสือพิมพ์
ก็เกิดขึ้นหลายฉบับสภาพเช่นนี้ ยากแก่การทำลายโดยอำนาจรัฐ เพราะไม่ว่าอย่างไร รัฐอำมาตย์ก็ยากที่จะเข้าไปแทรกแซงองค์กรเหล่านี้ได้ ไม่ว่าจะส่งสายไปแทรกซึม ส่งสายลับไป เพราะคนในองค์กรที่รวมตัวกันเหล่านี้ หากใครผิดปกติ เขาจะรู้กันทันทีว่า พวกนี้ปลอมตัวมา และองค์กรย่อยๆ ก็มักจะรู้จักกันอย่างไม่เป็นทางการ รู้ว่าใครคิดอย่างไรอีกอย่าง แม้รัฐอำมาตย์จะส่งสายเข้าแทรกซึม
ก็ไม่รู้ว่าจะแทรกซึมองค์กรใดกันแน่ กลุ่มสามเกลอก็ไม่ได้เป็นองค์กรนำอย่างแท้จริง มีหน้าที่หลักเพียงกำหนดยุทธวิธีกว้างๆ เท่านั้นการล่ารายชื่อฎีกา เผยให้เห็นถึง เครือข่ายเสื้อแดงที่ใหญ่โต และมีประสิทธิภาพสูง
มีระบบสื่อสารที่ไม่เป็นทางการของตัวเอง หลุดไปจากสื่อกระแสหลักอย่างสิ้นเชิง แม้รัฐอำมาตย์จะระดมพลเข้าต่อต้านการถวายฎีกาอย่างเต็มที่ แต่ก็ไม่ได้ผลอะไรมากนัก เพราะรัฐอำมาตย์ ไม่ได้มีเครือข่ายองค์กรที่มีประสิทธิภาพเช่นนี้ การใช้สื่อกระแสหลักโหมกระแส ก็ไม่ได้ผลแต่อย่างใด เพราะคนเสื้อแดงส่วนใหญ่เลิกติดตามหรือเลิกเชื่อสื่อกระแสหลักไปหมดแล้ว ดังนั้นการทำลายคนเสื้อแดงของอำมาตย์ จึงยากที่จะทำได้ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่า
ทำไมจึงไม่มีการจัดตั้งองค์กรนำของคนเสื้อแดงอย่างเป็นทางการ เป็นจุดแข็งไม่ได้เป็นจุดอ่อนที่จริง “ทักษิณ” ที่อยู่ต่างประเทศ คือ ผู้นำอย่างเป็นทางการของคนเสื้อแดงที่ไม่ได้มีการจัดตั้ง การเคลื่อนไหวของทักษิณ คือการเสริมความเข้มแข็งให้คนเสื้อแดง ไม่ว่าแนวทางการจัดตั้ง ทีวี 100 ช่อง ที่จะเสริมด้านข่าวสารของคนเสื้อแดงอย่างสมบูรณ์
เป็นการเติมเต็มสื่อของคนเสื้อแดง เพิ่มขึ้นจากสื่อที่ไม่เป็นทางการ หรือ สื่อกระแสรอง เช่นเว็บไซต์ คลิป วิทยุออนไลน์ ทีวีออนไลน์เป็นต้นการที่ทักษิณอยู่ต่างประเทศ ทำให้การทำลายล้างของอำมาตย์นั้น เป็นไปไม่ได้อย่างสิ้นเชิง แม้จะมีการเดินเกมไล่ล่าในระดับโลก แต่ก็เป็นไปอย่างน่าสมเพช มากกว่าน่ากลัว
เพราะไม่มีประเทศไหนให้ความร่วมมือและพูดกันตรงๆ แล้ว ทักษิณมีประโยชน์กับผู้นำประเทศต่างๆ มากกว่าอำมาตย์มากนัก และประเทศต่างๆ คงประเมินได้แล้วว่า อำนาจของอำมาตย์นั้น ไม่มั่นคง และประเทศไทยก็เล็กเกินไป ที่จะมีใครไปสนใจ ฝ่าฝืนกฎหมายและจารีตประเพณีระหว่างประเทศ เรื่องการส่งผู้ต้องหาคดีการเมืองกลับให้รัฐบาลแต่ละประเทศแต่อย่างใด
การดิ้นของอำมาตย์จึงกลายเป็นตัวตลกที่น่ารำคาญของแต่ละประเทศมากกว่าสถานะของขบวนการเสื้อแดงตอนนี้อยู่ในระดับ Invincible คือทำลายไม่ได้การต่อสู้ทางการเมืองนั้น สำคัญที่อุดมการณ์ ไม่ใช่การใช้กำลังเข้าจัดการ เพราะหากแนวคิดต่อต้านขยายตัวไปเต็มประเทศ การกำจัดนั้นเป็นไปได้ยาก สภาพการ
ขยายมวลชนของคนเสื้อแดงนั้น “เต็มประเทศ” ไปแล้วประเทศไทยเป็นพื้นที่สีแดง ค่อนประเทศไปแล้ว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น