ทบ.เตือนสถานการณ์ความรุนแรง กระทบความมั่นคงประเทศ จี้ฝ่ายความมั่นคงเร่งคลี่คลายสถานการณ์ ปาบึ้ม"ขบวนสุเทพ"เจ็บ36 ค้นตึกร้างอาวุธสงครามอื้อ
สถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ซึ่งกำลังปฏิบัติการปิดกรุงเทพฯ ตึงเครียดมากขึ้น เมื่อถูกคนร้ายปาระเบิดใส่ขบวนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ขณะออกเดินรณรงค์ชักชวนประชาชนให้เข้าร่วมชุมนุมในย่านเศรษฐกิจของกทม.
การปิดกรุงเทพฯของกปปส.เป็นไปตามที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะนำไปสู่ความรุนแรงมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากมีการใช้อาวุธและระเบิดต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค. ซึ่งเป็นวัน "ปิดกรุงเทพฯ"
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตือนกลุ่มผู้ชุมนุม เพราะเกรงว่าจะมีมือที่สามสร้างความปั่นป่วน ขณะที่ทหารออกแถลงหลังเหตุการณ์ ว่าขณะนี้สถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น กำลังเป็นอันตรายต่อความมั่นคง โดยกล่าวเตือนให้ผู้ก่อสถานการณ์ยุติความรุนแรง
สำหรับ การเดินขบวนของกลุ่มกปปส. วานนี้ (17 ม.ค.) ก่อนเกิดเหตุปาระเบิด นายสุเทพ ตั้งขบวนตั้งแต่ช่วงเช้าที่เวทีสวนลุมพินี จากนั้นเดินบนถนนพระรามที่ 4 เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสุรวงศ์ เลี้ยวขวาเข้าถนนนเรศ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสี่พระยา ก่อนเลี้ยวขวาเข้าถนนมหานคร และเลี้ยวขวาอีกครั้งเพื่อกลับมายังถนนพระรามที่ 4 จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนบรรทัดทอง มุ่งหน้าแยกเจริญผล
ทั้งนี้ เมื่อหัวขบวนซึ่งมีรถติดตั้งเครื่องขยายเสียงนำหน้า เคลื่อนไปใกล้แยกเจริญผล ห่างอีกไม่กี่สิบเมตร ได้มีเสียงคล้ายระเบิดดังขึ้นข้างกำแพงสังกะสีของอาคารร้างริมถนน มีสะเก็ดระเบิดกระจายทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายสิบคน บรรยากาศเป็นไปอย่างโกลาหล โดยขณะนั้นนายสุเทพเดินตามมาห่างๆ ประมาณ 100 เมตร
จากการตรวจสอบพบว่าเป็นเสียงดังที่เกิดจากระเบิดซึ่งคาดว่าปาลงมาจากอาคารร้าง แรงระเบิดทำให้รถกระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็กซ์ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ตฉ 3679 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถติดตั้งเครื่องขยายเสียงนำขบวน ได้รับความเสียหาย ถัดจากนั้นไม่นาน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และหน่วยกู้ภัยได้รุดเข้าไปลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล
จังหวะที่เพิ่งเกิดเหตุระเบิดนั้น นายสุเทพได้เดินผ่านอาคารร้างไปอย่างรวดเร็ว และการ์ดได้นำตัวนายสุเทพออกจากพื้นที่ชุมนุมทันที
ทุบรั้วสังกะสีค้นตึกร้างล่ามือบึ้ม
ต่อมามีการระดมการ์ดนับร้อยคนเข้าทุบทำลายรั้วสังกะสี เพื่อเข้าไปค้นในอาคารร้างและหาตัวผู้ก่อเหตุ แต่ไม่พบ ระหว่างนั้นมีเสียงคล้ายเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะๆ ช่วงนั้นมี พ.อ.นพสิทธิ์ สิทธิพงศ์โสภณ รองผู้บังคับการกรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ นำกำลังสารวัตรทหารเข้าไปตรวจที่เกิดเหตุ เช่นเดียวกับ พล.ต.ต.วัลลภ ประทุมเมือง ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 (ผบก.น.6) ก็ได้รุดไปยังจุดเกิดเหตุด้วย
ต่อมา การ์ดที่เข้าไปตรวจสอบบนอาคารร้าง พบเหล็กลักษณะคล้ายกระเดื่องระเบิด มีตัวเลขสลักว่า "48 -88 Y3Pr m-2" จึงได้มอบให้ฝ่ายทหารนำไปตรวจสอบ โดยอ้างว่าไม่ไว้วางใจตำรวจ ทั้งนี้มีเจ้าหน้าที่หน่วยสรรพาวุธทหารบก ชุดทำลายวัตถุระเบิด (อีโอดี) เข้าเก็บหลักฐานด้วย
พบอาวุธอื้อในตึกร้างไม่ไกลจุดบึ้ม
ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง วินหน้าปากซอยจุฬาลงกรณ์ 4 ที่อยู่ใกล้ตึกร้าง กล่าวว่า ขณะนั่งอยู่ที่วิน ได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิด 1 ครั้ง พร้อมกับเสียงฝีเท้าคนวิ่งอยู่ในตึกร้าง โดยวิ่งไปทางซอยจุฬาลงกรณ์ 6 พอหันไปดูอีกทางก็เห็นกลุ่มผู้ชุมนุมพากันแตกฮือ
เวลา 15.00 น. เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบอาคารร้างใกล้เคียงซอยจุฬาลงกรณ์ 6 พบอาวุธสงครามและกระสุนปืนจำนวนหนึ่งซุกอยู่ในถุงคล้ายย่าม มีทั้งปืนเอ็ม 16 เครื่องกระสุน วิทยุสื่อสาร 4 เครื่อง หมวกแก๊ปสีแดง ปักตัวอักษรว่า "ชุดปฏิบัติการจู่โจม" ทั้งนี้ห้องในอาคารร้างดังกล่าวลักษณะมีผู้อยู่อาศัย มีการแขวนเสื้อผ้า มีอุปกรณ์ไฟฟ้า ตู้เย็น หม้อหุงข้าว และสภาพห้องน้ำยังสามารถใช้การได้
ยอดเจ็บพุ่ง 36 ราย-สาหัส 1
ข้อมูลจากศูนย์เอราวัณ รายงานยอดผู้บาดเจ็บจากเหตุระเบิดบนถนนบรรทัดทอง ณ เวลา 16.30 น.วานนี้ รวม 36 คน เป็นชาย 26 คน หญิง 10 คน ส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลรามาธิบดี 12 คน โรงพยาบาลหัวเฉียว 12 คน โรงพยาบาลกลาง 3 คน โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 9 คน ในจำนวนนี้อาการสาหัส 1 คน คือ นายประคอง ชูจันทร์ รักษาตัวที่โรงพยาบาลรามาฯ
นางจำเนียร ทองช่วย อายุ 60 ปี ชาว อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง ซึ่งเข้าร่วมชุมนุมกับ กปปส. กล่าวว่า มาร่วมกิจกรรมชัตดาวน์กรุงเทพฯกับสามี คือ นายจินตรัตน์ ทองช่วย อายุ 45 ปี แต่เมื่อเช้ารู้สึกไม่สบาย จึงไม่ได้ร่วมเดินไปกับขบวน ปล่อยให้สามีไปกับกลุ่มผู้ชุมนุม และหลังเกิดเหตุกระเบิด ปรากฏว่าสามีถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บด้วย ตอนนี้อยู่ในห้องไอ.ซี.ยู
"สาทิตย์"เชื่อเหตุป่วนรอบม็อบจะถี่ขึ้น
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส. อดีต สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นปราศรัยที่เวทีสี่แยกปทุมวันว่า ขอตั้งคำถามไปยังตำรวจ สน.ปทุมวัน ว่าทำไมจึงปล่อยให้มีคนร้ายนำระเบิดไปขว้างใส่ผู้ชุมนุมได้ เพราะมีการตั้งด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ จึงขอเรียกร้องให้ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอรส.) รวมไปถึงรัฐบาล แสดงความรับผิดชอบต่อการบาดเจ็บของประชาชนด้วย
"ผมเชื่อว่าจากนี้ไปจะมีเหตุป่วนเพิ่มมากขึ้น โดยอาจจะเน้นไปที่ด่านตรวจรอบพื้นที่การชุมนุมในลักษณะของการก่อกวนมากกว่าการบุกเข้าพื้นที่" นายสาทิตย์ กล่าว
จี้นายกฯ-ผบ.ตร.รับผิดชอบ
นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า เหตุรุนแรงเกิดขึ้นทุกวัน ฉะนั้น พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องแสดงความรับผิดชอบ
"ผมอาจจะต้องไปพบ ผบ.ตร. เพื่อสอบถามว่าพยานหลักฐานของตำรวจที่เก็บได้จากจุดเกิดเหตุรุนแรงต่างๆ นั้น สามารถขยายผลทำอะไรบ้าง เพราะหากไม่กระตือรือร้น หรือไม่ดำเนินการ ก็เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่" นายสาธิต ระบุ
แดงระดมรถตู้-จยย.ป่วน กปปส.แจ้งวัฒนะ
อีกจุดหนึ่งที่สถานการณ์ตึงเครียด คือ การชุมนุมของ กปปส.ที่เวทีถนนแจ้งวัฒนะ ใกล้กับศูนย์ราชการฯ โดยเมื่อเวลา 11.00 น.วานนี้ บริเวณคลองประปาถึงซอยแจ้งวัฒนะ14 มีกลุ่มคนเสื้อแดงขี่รถจักรยานยนต์และรถตู้ พร้อมรถขยายเสียง พยายามเข้าไปประท้วงกลุ่ม กปปส.เพื่อให้ยุติการชุมนุมปิดถนน เนื่องจากทำให้ประชาชนทั่วไป และผู้ประกอบการรถตู้เดือดร้อน จังหวะที่กำลังชุลมุนนั้น มีเสียงปืนดังขึ้นห่างจากแนวการ์ด กปปส.ประมาณ 100 เมตร ทำให้ทั้งฝ่ายคนเสื้อแดงและการ์ดกปปส.ฮือขึ้นทั้งสองฝ่าย
ต่อมากำลังทหารที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุได้นำกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ และตั้งบังเกอร์บนเกาะกลางถนนเพื่อป้องกันไม่ให้มีการปะทะจากทั้งสองฝ่าย
เวลาประมาณ 12.00 น.สถานการณ์กำลังคลี่คลาย กลับเกิดเสียงดังคล้ายประทัดมาจากฝั่งถนนที่มุ่งหน้าไปปากเกร็ด ทำให้การ์ดสั่งผู้ชุมนุมและนักข่าวหลบเข้าหลังบังเกอร์ ขณะที่ กปปส.กลุ่มสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ได้นำรถขยายเสียงพร้อมมวลชนจำนวนหนึ่งเข้าสมทบกับผู้ชุมนุมที่แจ้งวัฒนะซึ่งมีจำนวนบางตากว่าทุกวัน กระทั่งหลวงปู่พุทธะอิสระ ซึ่งรับผิดชอบดูแลผู้ชุมนุมที่เวทีแจ้งวัฒนะ ประกาศนำมวลชนกลับเวที ไม่ไปทำกิจกรรมร่วมกับแกนนำ กปปส.กลุ่มอื่น เพื่อความปลอดภัย พร้อมยืนยันว่า กปปส.ไม่ได้ปิดถนน แต่เปิดเส้นทางให้รถสัญจรผ่านได้ตลอดทั้งวัน
ผบ.ตร.รายงานนายกฯห่วงมือที่3
หลังเหตุการณ์ระเบิดกลุ่มกปปส. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้เดินทางเข้าพบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ที่สำนักปลัดกระทรวงกลาโหม ถนนแจ้งวัฒนะ โดยกล่าวว่า มารายงานเหตุระเบิดที่บริเวณถนนบรรทัดทอง
ผบ.ตร. ยืนยันว่าตำรวจไม่เกี่ยวข้องแน่นอน เพราะเจ้าหน้าที่ต้องทำหน้าที่ดูแลพี่น้องประชาชนเพื่อให้ปลอดภัยและต้องบังคับใช้กฎหมาย สิ่งที่ห่วงใยมากที่สุดคือมักมีมือที่สามเข้ามาเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์อยู่เสมอ ที่มาก่อเหตุจึงต้องมีมาตรการตั้งจุดตรวจค้นอาวุธ และเพิ่มความเข้มข้นมากขึ้นในช่วงหลังนี้ ที่มีการพบอาวุธ ระเบิดและปืน
รองโฆษกทบ.เตือน"โกตี๋"หยุดป่วน
พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ชี้แจงถึงสถานการณ์การชุมนุมว่า ขณะนี้มีการกระทำรุนแรงทั้งกลางวันและกลางคืนบ่อยครั้ง สร้างความสูญเสียให้กับทั้งประชาชน ผู้ชุมนุม และเจ้าหน้าที่รัฐ ส่อให้เห็นถึงการกระทำที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงอย่างมาก ดังนั้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทุกหน่วยงานจะต้องให้ความสนใจ ทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน ตำรวจ และทหาร จะต้องคลี่คลายสถานการณ์ให้ได้โดยเร็ว และสืบหาให้ชัดแจ้งว่าเป็นการกระทำของใคร ฝ่ายใด เพราะเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้มีผลกระทบในวงกว้างต่อทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ
พ.อ.วินชัย กล่าวว่า กรณีพฤติกรรมของแกนนำฝ่ายตรงข้ามผู้ชุมนุม กปปส.บางราย ที่ข่มขู่เจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนให้เกิดความหวาดกลัว ทหารคงรับไม่ได้ ขอเตือนว่าทุกฝ่ายควรเคารพกฎหมาย โดยเฉพาะกรณีมีกลุ่มคนบางกลุ่มได้รวมตัวกันกดดันผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ด้วยการยื่นหนังสือพร้อมประกาศว่า หากการชุมนุมของ กปปส.ไม่ยุติภายใน 3 วัน จะนำพรรคพวกมาดำเนินการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและกองทัพบกคงต้องตั้งคำถามถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำผิดกฎหมายในข้อใดบ้าง และเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ รวมทั้งคนไทยทุกคนคงไม่เห็นด้วยกับการกระทำลักษณะนี้
กปปส.ปิดหน่วยราชการอีกหลายแห่ง
วันเดียวกัน ผู้ชุมนุม กปปส.ยังเดินทางไปปิดส่วนราชการอีกหลายแห่ง เช่น กระทรวงวัฒนธรรม อาคารธนาลงกรณ์ ย่านปิ่นเกล้า, องค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) หรือองค์การค้าคุรุสภาเดิม ถนนลาดพร้าว เนื่องจากเห็นว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดที่แล้วได้ว่าจ้างให้พิมพ์บัตรเลือกตั้งทั้งๆ ที่ไม่มีประสบการณ์ และมีปัญหาเรื่องพิมพ์บัตรเกินจำนวน
ส่วนเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดย นายอุทัย ยอดมณี และ นายนิติธร ล้ำเหลือ สองแกนนำนั้น ได้นำมวลชนไปปิดล้อมธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) เพื่อให้เจ้าหน้าที่ด้านในหยุดทำงานและเดินออกมาร่วมชัตดาวน์กรุงเทพฯ เป็นเวลา 1 ชั่วโมง
ที่มา.กรุงเทพธุรกิจ
---------------------------------------
สถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ซึ่งกำลังปฏิบัติการปิดกรุงเทพฯ ตึงเครียดมากขึ้น เมื่อถูกคนร้ายปาระเบิดใส่ขบวนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ขณะออกเดินรณรงค์ชักชวนประชาชนให้เข้าร่วมชุมนุมในย่านเศรษฐกิจของกทม.
การปิดกรุงเทพฯของกปปส.เป็นไปตามที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะนำไปสู่ความรุนแรงมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากมีการใช้อาวุธและระเบิดต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค. ซึ่งเป็นวัน "ปิดกรุงเทพฯ"
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตือนกลุ่มผู้ชุมนุม เพราะเกรงว่าจะมีมือที่สามสร้างความปั่นป่วน ขณะที่ทหารออกแถลงหลังเหตุการณ์ ว่าขณะนี้สถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น กำลังเป็นอันตรายต่อความมั่นคง โดยกล่าวเตือนให้ผู้ก่อสถานการณ์ยุติความรุนแรง
สำหรับ การเดินขบวนของกลุ่มกปปส. วานนี้ (17 ม.ค.) ก่อนเกิดเหตุปาระเบิด นายสุเทพ ตั้งขบวนตั้งแต่ช่วงเช้าที่เวทีสวนลุมพินี จากนั้นเดินบนถนนพระรามที่ 4 เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสุรวงศ์ เลี้ยวขวาเข้าถนนนเรศ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสี่พระยา ก่อนเลี้ยวขวาเข้าถนนมหานคร และเลี้ยวขวาอีกครั้งเพื่อกลับมายังถนนพระรามที่ 4 จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนบรรทัดทอง มุ่งหน้าแยกเจริญผล
ทั้งนี้ เมื่อหัวขบวนซึ่งมีรถติดตั้งเครื่องขยายเสียงนำหน้า เคลื่อนไปใกล้แยกเจริญผล ห่างอีกไม่กี่สิบเมตร ได้มีเสียงคล้ายระเบิดดังขึ้นข้างกำแพงสังกะสีของอาคารร้างริมถนน มีสะเก็ดระเบิดกระจายทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายสิบคน บรรยากาศเป็นไปอย่างโกลาหล โดยขณะนั้นนายสุเทพเดินตามมาห่างๆ ประมาณ 100 เมตร
จากการตรวจสอบพบว่าเป็นเสียงดังที่เกิดจากระเบิดซึ่งคาดว่าปาลงมาจากอาคารร้าง แรงระเบิดทำให้รถกระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็กซ์ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ตฉ 3679 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถติดตั้งเครื่องขยายเสียงนำขบวน ได้รับความเสียหาย ถัดจากนั้นไม่นาน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และหน่วยกู้ภัยได้รุดเข้าไปลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล
จังหวะที่เพิ่งเกิดเหตุระเบิดนั้น นายสุเทพได้เดินผ่านอาคารร้างไปอย่างรวดเร็ว และการ์ดได้นำตัวนายสุเทพออกจากพื้นที่ชุมนุมทันที
ทุบรั้วสังกะสีค้นตึกร้างล่ามือบึ้ม
ต่อมามีการระดมการ์ดนับร้อยคนเข้าทุบทำลายรั้วสังกะสี เพื่อเข้าไปค้นในอาคารร้างและหาตัวผู้ก่อเหตุ แต่ไม่พบ ระหว่างนั้นมีเสียงคล้ายเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะๆ ช่วงนั้นมี พ.อ.นพสิทธิ์ สิทธิพงศ์โสภณ รองผู้บังคับการกรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ นำกำลังสารวัตรทหารเข้าไปตรวจที่เกิดเหตุ เช่นเดียวกับ พล.ต.ต.วัลลภ ประทุมเมือง ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 (ผบก.น.6) ก็ได้รุดไปยังจุดเกิดเหตุด้วย
ต่อมา การ์ดที่เข้าไปตรวจสอบบนอาคารร้าง พบเหล็กลักษณะคล้ายกระเดื่องระเบิด มีตัวเลขสลักว่า "48 -88 Y3Pr m-2" จึงได้มอบให้ฝ่ายทหารนำไปตรวจสอบ โดยอ้างว่าไม่ไว้วางใจตำรวจ ทั้งนี้มีเจ้าหน้าที่หน่วยสรรพาวุธทหารบก ชุดทำลายวัตถุระเบิด (อีโอดี) เข้าเก็บหลักฐานด้วย
พบอาวุธอื้อในตึกร้างไม่ไกลจุดบึ้ม
ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง วินหน้าปากซอยจุฬาลงกรณ์ 4 ที่อยู่ใกล้ตึกร้าง กล่าวว่า ขณะนั่งอยู่ที่วิน ได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิด 1 ครั้ง พร้อมกับเสียงฝีเท้าคนวิ่งอยู่ในตึกร้าง โดยวิ่งไปทางซอยจุฬาลงกรณ์ 6 พอหันไปดูอีกทางก็เห็นกลุ่มผู้ชุมนุมพากันแตกฮือ
เวลา 15.00 น. เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบอาคารร้างใกล้เคียงซอยจุฬาลงกรณ์ 6 พบอาวุธสงครามและกระสุนปืนจำนวนหนึ่งซุกอยู่ในถุงคล้ายย่าม มีทั้งปืนเอ็ม 16 เครื่องกระสุน วิทยุสื่อสาร 4 เครื่อง หมวกแก๊ปสีแดง ปักตัวอักษรว่า "ชุดปฏิบัติการจู่โจม" ทั้งนี้ห้องในอาคารร้างดังกล่าวลักษณะมีผู้อยู่อาศัย มีการแขวนเสื้อผ้า มีอุปกรณ์ไฟฟ้า ตู้เย็น หม้อหุงข้าว และสภาพห้องน้ำยังสามารถใช้การได้
ยอดเจ็บพุ่ง 36 ราย-สาหัส 1
ข้อมูลจากศูนย์เอราวัณ รายงานยอดผู้บาดเจ็บจากเหตุระเบิดบนถนนบรรทัดทอง ณ เวลา 16.30 น.วานนี้ รวม 36 คน เป็นชาย 26 คน หญิง 10 คน ส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลรามาธิบดี 12 คน โรงพยาบาลหัวเฉียว 12 คน โรงพยาบาลกลาง 3 คน โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 9 คน ในจำนวนนี้อาการสาหัส 1 คน คือ นายประคอง ชูจันทร์ รักษาตัวที่โรงพยาบาลรามาฯ
นางจำเนียร ทองช่วย อายุ 60 ปี ชาว อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง ซึ่งเข้าร่วมชุมนุมกับ กปปส. กล่าวว่า มาร่วมกิจกรรมชัตดาวน์กรุงเทพฯกับสามี คือ นายจินตรัตน์ ทองช่วย อายุ 45 ปี แต่เมื่อเช้ารู้สึกไม่สบาย จึงไม่ได้ร่วมเดินไปกับขบวน ปล่อยให้สามีไปกับกลุ่มผู้ชุมนุม และหลังเกิดเหตุกระเบิด ปรากฏว่าสามีถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บด้วย ตอนนี้อยู่ในห้องไอ.ซี.ยู
"สาทิตย์"เชื่อเหตุป่วนรอบม็อบจะถี่ขึ้น
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส. อดีต สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นปราศรัยที่เวทีสี่แยกปทุมวันว่า ขอตั้งคำถามไปยังตำรวจ สน.ปทุมวัน ว่าทำไมจึงปล่อยให้มีคนร้ายนำระเบิดไปขว้างใส่ผู้ชุมนุมได้ เพราะมีการตั้งด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ จึงขอเรียกร้องให้ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอรส.) รวมไปถึงรัฐบาล แสดงความรับผิดชอบต่อการบาดเจ็บของประชาชนด้วย
"ผมเชื่อว่าจากนี้ไปจะมีเหตุป่วนเพิ่มมากขึ้น โดยอาจจะเน้นไปที่ด่านตรวจรอบพื้นที่การชุมนุมในลักษณะของการก่อกวนมากกว่าการบุกเข้าพื้นที่" นายสาทิตย์ กล่าว
จี้นายกฯ-ผบ.ตร.รับผิดชอบ
นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า เหตุรุนแรงเกิดขึ้นทุกวัน ฉะนั้น พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องแสดงความรับผิดชอบ
"ผมอาจจะต้องไปพบ ผบ.ตร. เพื่อสอบถามว่าพยานหลักฐานของตำรวจที่เก็บได้จากจุดเกิดเหตุรุนแรงต่างๆ นั้น สามารถขยายผลทำอะไรบ้าง เพราะหากไม่กระตือรือร้น หรือไม่ดำเนินการ ก็เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่" นายสาธิต ระบุ
แดงระดมรถตู้-จยย.ป่วน กปปส.แจ้งวัฒนะ
อีกจุดหนึ่งที่สถานการณ์ตึงเครียด คือ การชุมนุมของ กปปส.ที่เวทีถนนแจ้งวัฒนะ ใกล้กับศูนย์ราชการฯ โดยเมื่อเวลา 11.00 น.วานนี้ บริเวณคลองประปาถึงซอยแจ้งวัฒนะ14 มีกลุ่มคนเสื้อแดงขี่รถจักรยานยนต์และรถตู้ พร้อมรถขยายเสียง พยายามเข้าไปประท้วงกลุ่ม กปปส.เพื่อให้ยุติการชุมนุมปิดถนน เนื่องจากทำให้ประชาชนทั่วไป และผู้ประกอบการรถตู้เดือดร้อน จังหวะที่กำลังชุลมุนนั้น มีเสียงปืนดังขึ้นห่างจากแนวการ์ด กปปส.ประมาณ 100 เมตร ทำให้ทั้งฝ่ายคนเสื้อแดงและการ์ดกปปส.ฮือขึ้นทั้งสองฝ่าย
ต่อมากำลังทหารที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุได้นำกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ และตั้งบังเกอร์บนเกาะกลางถนนเพื่อป้องกันไม่ให้มีการปะทะจากทั้งสองฝ่าย
เวลาประมาณ 12.00 น.สถานการณ์กำลังคลี่คลาย กลับเกิดเสียงดังคล้ายประทัดมาจากฝั่งถนนที่มุ่งหน้าไปปากเกร็ด ทำให้การ์ดสั่งผู้ชุมนุมและนักข่าวหลบเข้าหลังบังเกอร์ ขณะที่ กปปส.กลุ่มสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ได้นำรถขยายเสียงพร้อมมวลชนจำนวนหนึ่งเข้าสมทบกับผู้ชุมนุมที่แจ้งวัฒนะซึ่งมีจำนวนบางตากว่าทุกวัน กระทั่งหลวงปู่พุทธะอิสระ ซึ่งรับผิดชอบดูแลผู้ชุมนุมที่เวทีแจ้งวัฒนะ ประกาศนำมวลชนกลับเวที ไม่ไปทำกิจกรรมร่วมกับแกนนำ กปปส.กลุ่มอื่น เพื่อความปลอดภัย พร้อมยืนยันว่า กปปส.ไม่ได้ปิดถนน แต่เปิดเส้นทางให้รถสัญจรผ่านได้ตลอดทั้งวัน
ผบ.ตร.รายงานนายกฯห่วงมือที่3
หลังเหตุการณ์ระเบิดกลุ่มกปปส. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้เดินทางเข้าพบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ที่สำนักปลัดกระทรวงกลาโหม ถนนแจ้งวัฒนะ โดยกล่าวว่า มารายงานเหตุระเบิดที่บริเวณถนนบรรทัดทอง
ผบ.ตร. ยืนยันว่าตำรวจไม่เกี่ยวข้องแน่นอน เพราะเจ้าหน้าที่ต้องทำหน้าที่ดูแลพี่น้องประชาชนเพื่อให้ปลอดภัยและต้องบังคับใช้กฎหมาย สิ่งที่ห่วงใยมากที่สุดคือมักมีมือที่สามเข้ามาเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์อยู่เสมอ ที่มาก่อเหตุจึงต้องมีมาตรการตั้งจุดตรวจค้นอาวุธ และเพิ่มความเข้มข้นมากขึ้นในช่วงหลังนี้ ที่มีการพบอาวุธ ระเบิดและปืน
รองโฆษกทบ.เตือน"โกตี๋"หยุดป่วน
พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ชี้แจงถึงสถานการณ์การชุมนุมว่า ขณะนี้มีการกระทำรุนแรงทั้งกลางวันและกลางคืนบ่อยครั้ง สร้างความสูญเสียให้กับทั้งประชาชน ผู้ชุมนุม และเจ้าหน้าที่รัฐ ส่อให้เห็นถึงการกระทำที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงอย่างมาก ดังนั้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทุกหน่วยงานจะต้องให้ความสนใจ ทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน ตำรวจ และทหาร จะต้องคลี่คลายสถานการณ์ให้ได้โดยเร็ว และสืบหาให้ชัดแจ้งว่าเป็นการกระทำของใคร ฝ่ายใด เพราะเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้มีผลกระทบในวงกว้างต่อทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ
พ.อ.วินชัย กล่าวว่า กรณีพฤติกรรมของแกนนำฝ่ายตรงข้ามผู้ชุมนุม กปปส.บางราย ที่ข่มขู่เจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนให้เกิดความหวาดกลัว ทหารคงรับไม่ได้ ขอเตือนว่าทุกฝ่ายควรเคารพกฎหมาย โดยเฉพาะกรณีมีกลุ่มคนบางกลุ่มได้รวมตัวกันกดดันผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ด้วยการยื่นหนังสือพร้อมประกาศว่า หากการชุมนุมของ กปปส.ไม่ยุติภายใน 3 วัน จะนำพรรคพวกมาดำเนินการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและกองทัพบกคงต้องตั้งคำถามถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำผิดกฎหมายในข้อใดบ้าง และเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ รวมทั้งคนไทยทุกคนคงไม่เห็นด้วยกับการกระทำลักษณะนี้
กปปส.ปิดหน่วยราชการอีกหลายแห่ง
วันเดียวกัน ผู้ชุมนุม กปปส.ยังเดินทางไปปิดส่วนราชการอีกหลายแห่ง เช่น กระทรวงวัฒนธรรม อาคารธนาลงกรณ์ ย่านปิ่นเกล้า, องค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) หรือองค์การค้าคุรุสภาเดิม ถนนลาดพร้าว เนื่องจากเห็นว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดที่แล้วได้ว่าจ้างให้พิมพ์บัตรเลือกตั้งทั้งๆ ที่ไม่มีประสบการณ์ และมีปัญหาเรื่องพิมพ์บัตรเกินจำนวน
ส่วนเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดย นายอุทัย ยอดมณี และ นายนิติธร ล้ำเหลือ สองแกนนำนั้น ได้นำมวลชนไปปิดล้อมธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) เพื่อให้เจ้าหน้าที่ด้านในหยุดทำงานและเดินออกมาร่วมชัตดาวน์กรุงเทพฯ เป็นเวลา 1 ชั่วโมง
ที่มา.กรุงเทพธุรกิจ
---------------------------------------
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น