เสื้อแดงรอวัดใจแกนนำที่เป็น ส.ส. และ ส.ส.พรรคเพื่อไทย หากร่างแก้ไขมาตรา 112 เข้าสภาไม่ได้รับการสนับสนุนอาจตัดสินใจแยกตัวออกไปขับเคลื่อนทางการเมืองเอง เพื่อนำประเทศไปสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง โฆษกประชาธิปัตย์จวกนิติราษฎร์พวกเศษสวะสังคม บิดเบือนข้อมูล ทำเรื่องกระทบจิตใจคนไทย
+++++++++++
ดร.เกษม เพ็ญภินันท์ อาจารย์ประจำภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แกนนำกลุ่มสันติประชาธรรม กล่าวถึงการขับเคลื่อนของกลุ่มนักวิชาการและภาคประชาชนเพื่อผลักดันร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หรือกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาว่า การรวบรวมรายชื่อประชาชนสนับสนุน 10,000 ชื่อ ไม่น่ามีปัญหา และน่าจะได้เกินแน่นอน เมื่อยื่นเรื่องต่อสภาแล้วก็ถือว่าพ้นจากมือของคณะกรรมการรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 (ครก.112) และจะเป็นเรื่องของสภา จะแก้ได้หรือไม่ได้ก็ขึ้นอยู่กับเสียงในสภา
ส่วนกรณีที่พรรคการเมืองทุกพรรคทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านไม่กล้าแตะต้องมาตรา 112 นั้น ดร.เกษมกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับกระแสแรงกดดันจากสังคมว่าจะเอาอย่างไร เพราะปัญหาไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่หมายถึงหลายๆอย่างที่รวมกันอยู่ภายใต้กรอบและวิธีคิด รวมถึงอนาคตของประชาธิปไตยและสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วย เพราะที่ผ่านมามีการใช้สถาบันเป็นเครื่องมือทางการเมืองตลอดเวลา
แหล่งข่าวระดับนำของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แดงทั้งแผ่นดิน ระบุว่า ไม่แปลกใจกับท่าทีของพรรคเพื่อไทยที่ประกาศไม่แตะต้องมาตรา 112 แต่เมื่อภาคประชาชนขับเคลื่อนเรื่องนี้ถึงสภาแล้วก็จะเป็นการวัดใจแกนนำเสื้อแดงที่เป็น ส.ส. ว่าจะดำเนินการอย่างไร หากไม่ช่วยผลักดันในสภาจะเกิดปัญหาระหว่างคนเสื้อแดงกับพรรคเพื่อไทยแน่นอน
“อาจมีผลกระทบถึงขั้นที่คนเสื้อแดงจะแยกตัวออกมาตั้งพรรคการเมืองเอง เพื่อขับเคลื่อนบ้านเมืองไปสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง”
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวโจมตีคณะนิติราษฎร์ : นิติศาสตร์เพื่อราษฎร ว่าขาดจิตสำนึกในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
“ที่เสนอให้เอาเรื่องหมิ่นสถาบันออกจากเรื่องความมั่นคง ผมไม่รู้ว่าเขาเกิดและเติบโตมาจากประเทศไหน เพราะถ้าเป็นคนไทยแท้ๆจะรู้ว่าความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติคือความมั่นคงของประเทศ ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ และที่อ้างว่าการไม่ปล่อยให้มีการวิจารณ์อย่างเสรีจะทำให้สถาบันเป็นปฏิปักษ์กับระบอบประชาธิปไตย ผมก็อยากรู้ว่านักวิชาการคณะนี้ไปศึกษาหาความรู้มาจากไหน เพราะสถาบันไม่เคยเป็นปฏิปักษ์กับระบอบประชาธิปไตย”
นายชวนนท์ยังตั้งคำถามว่า การเคลื่อนไหวให้แก้กฎหมายเพื่อวิจารณ์สถาบันได้ต้องการสั่นคลอนความมั่นคงใช่หรือไม่ ทำไมไม่เรียกร้องให้แก้มาตรา 133-134 เรื่องหมิ่นประมุขและผู้แทนรัฐต่างประเทศที่มีโทษจำคุก 1-7 ปี แต่กลับมาเรียกร้องให้แก้ไขเพื่อให้หมิ่นประมุขของตัวเองได้ และพยายามจะแยกคดีหมิ่นประมาทพระราชินี รัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ออกไปต่างหากอีก
“คณะนิติราษฎร์กำลังบิดเบือนเพื่อหลอกลวงสังคมให้เชื่อว่ามาตรา 112 มีปัญหา ทั้งที่ความจริงกฎหมายไม่มีปัญหาเลย ที่อ้างว่าในปี 2553 มีการกล่าวโทษถึง 478 คดี แสดงให้เห็นชัดเจนว่าจิตใจของคนเริ่มมีปัญหาจากการถูกปลุกปั่นให้ข้อมูลที่บิดเบือนเพื่อให้เกิดความแตกแยก จึงอยากให้รัฐบาลออกมาแสดงท่าทีให้ชัดเจน เพราะนักวิชาการกลุ่มนี้เป็นพวกเสื้อแดงที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทย เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่กระทบต่อจิตใจคนไทยส่วนใหญ่ ยกเว้นพวกนักวิชาการกำมะลอหรือพวกเศษสวะสังคมกลุ่มนี้ ถ้ารัฐบาลไม่ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด แปลว่าสนับสนุนใช่หรือไม่”
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเข้าชื่อเสนอให้แก้กฎหมายเป็นสิทธิ แต่รัฐบาลต้องแสดงความชัดเจนว่าจะเอาอย่างไร
“ที่บอกว่ามาตรา 112 มีปัญหาเกี่ยวกับการบังคับใช้ ก็ไปแก้ที่การบังคับใช้ ไม่ใช่แก้ที่ตัวกฎหมาย”
ที่มา:หนังสือพิมพ์ โลกวันนี้
**********************************************************************
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น