--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันเสาร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2554

เพื่อไทยแพแตก พลเอกไป-พลตรีมา ?

พรรคใหญ่ หลายก๊ก-หลายมุ้ง ประวัติศาสตร์กำลังซ้ำรอย

คล้ายกับพรรคไทยรักไทย เมื่อคราวฤดูกาลเลือกตั้ง

ที่มีการควบรวมพรรคเล็ก พรรคน้อย กลุ่มก๊วนส.ส.เข้าสังกัด

แต่ยังไม่ทันลงสนาม ก็ถึงคราวแพแตก หัวหน้ามุ้งต้องแยกวง

ซ้ำวนกับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่ทั้ง สุพล ฟองงาม เลขาธิการพรรค พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรค และพันธมิตรเก่าอย่าง เสนาะ เทียนทอง ต้องพิจารณาวาระ "แยกทาง"

เหตุผลทางการเมือง ไม่มีนักการเมืองขาใหญ่คนไหนบอกชัด แต่ทางไปของ "ก๊กบิ๊กจิ๋ว" มีเพียง 3 ทาง

ทางแรก ไปรวมกับเสนาะ ที่พรรคประชาราช

ทางที่สอง ไปร่วมสังกัดกับ บรรหาร ศิลปอาชา ที่พรรคชาติไทยพัฒนา

ทางที่สาม โก่งราคา ค่างวด แล้วอยู่ต่อร่วมทางเดินเดิมกับเพื่อไทย ในสนามเลือกตั้ง

ทั้งนี้ปรากฏการณ์เขย่าพรรค มีมา ตั้งแต่ต้นปี ด้วยเหตุการณ์ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ทำทีทำท่าจะลาออกไปตั้งพรรคใหม่ แต่ประกาศกลับใจในค่ำคืนถัดมากลางงานสมรสของลูกชาย

ตามมาด้วยปฏิกิริยาส่ออาการราคาตก ของอดีตดาวสภา เมื่อพรรคและ "ทักษิณ" เฉยเมยไม่แสดงอาการทัดทาน ต่อการลาออกจาก ส.ส. แต่ขอไปปราศรัยช่วยหาเสียง

สลับกับบรรยากาศขาขึ้นให้ชื่นมื่นก่อนสงกรานต์ เมื่อพรรคเสื้อแดงแห่ขบวนพี่น้องตระกูลชินวัตร ไปจัดตั้งเวทีวีดีโอลิงค์ อวยพรวันเกิด "ป๋าเหนาะ" จาก "นายใหญ่" ถึงบ้านพักในสนามกอล์ฟอัลไพน์ ขอให้เข้าร่วมงานพรรค รองรับอนาคตเลือกตั้งครั้งที่กำลังจะมาถึง

ยังไม่ทันเห็นวันยุบสภา เหตุผลการเมืองก็ปรากฏ เมื่อ "บิ๊กจิ๋ว" ส่งสัญญาณ ไม่พอใจคำปราศรัยของ จตุพร ที่พาดพิงสถาบัน ทั้งที่ พล.อ.ชวลิต เองมักปราศรัยทุกเวทีด้วยประเด็นเนื้อหาเหตุการณ์ 2475 เวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงการปกครอง

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. เป้าที่ถูกปล่อยข่าวโจมตี มองว่า พล.อ.ชวลิต เป็นผู้ใหญ่พอ ไม่ใช่คนฟังไม่ได้ศัพท์แล้วจับมากระเดียด เมื่อฟังเสียงตนเองปราศรัยครบถ้วนแล้ว ก็คงรู้ว่าตนตำหนิคนที่สั่งทหารสลายการชุมนุม ถ้าทำผิดจริง จะไม่อยู่เป็นภาระของเพื่อนและของพรรคเพื่อไทย

จตุพร เชื่อว่า พล.อ.ชวลิต เป็นผู้ใหญ่เป็นลูกผู้ชายพอ ท่านก็เคยโดนคดีอย่างนี้ ตนไม่เชื่อว่าพล.อ.ชวลิต จะ ลาออกด้วยเหตุคำปราศรัยของตน

แต่ความเชื่อของ "จตุพร" ก็ไม่เป็นจริง แต่การลาออก-ลาจากของ "บิ๊กจิ๋ว" มีน้ำหนักมากขึ้น ด้วยการ "ลาประชุม" คณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรค และยกเลิกการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค ทำให้เกิดความสั่นคลอนภายในพรรค

พร้อม ๆ กับช่วงเวลาที่มีรายชื่อ แคนดิเดทนายกรัฐมนตรี จากพรรคเพื่อไทยปรากฏขึ้นมาไม่ว่าจะเป็นคนในบ้าน อย่าง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร -มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ก็ยังมีชื่อคนไกล อยู่นอกพรรค ให้เป็นที่ระแวงของคนในไปอีกทาง โดยเฉพาะชื่อ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ที่แม้จะไม่ได้เข้ามาเป็นสมาชิกพรรค แต่ติดป้ายยี่ห้อแผนปรองดองเป็นเครื่องหมายการค้า

ขณะที่พรรคปั่นป่วนแพแตก-ไร้หัว- ไร้ทิศทาง หัวหน้าพรรค "ในนาม" ยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ ทำได้เพียงอ่านแถลงการณ์ ยืนยันพรรคเพื่อไทยยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขไม่เห็นด้วยกับการจาบจ้วงสถาบัน หรือการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ...

บนสถานการณ์อึมครึม ที่พรรคอันเป็นที่รวมกลุ่มมุ้งหลากหลาย ต้องตกอยู่ในที่นั่งลำบากเมื่อเดินร่วมกับแนวทางของ นปช.

ที่มา.ประชาชาติธุรกิจ
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น