สมราคา “ไข่มุกดำวีระกานต์ มุสิกพงศ์” เปิดอกเปิดใจเป็นครั้งแรกผ่านสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม “สปริงนิวส์” ถึงเบื้องหน้าเบื้องหลังก่อนวันเกิดเหตุ “ขอคืนพื้นที่แดงราชประสงค์” ไว้ได้อย่างมีนัยยิ่ง
ทั้งกรณีแกนแดงสายเหยี่ยวหวังใจที่จะยึดอำนาจแกนแดงสายพิราบ “นายหัว วีระ” ก็ยอมรับเต็มปากเต็มคำว่า “มันมีจริง” หรือแม้กระทั่ง วาระกัดจิก“สายเกิน เจรจา” ที่อดีตประธาน นปช. ระบุว่า “ชีวิตประชาชนมีคำว่าสายด้วยหรือ” มันก็ล้วน กินยาวบาดใจไปถึงเครดิตของผู้สั่งการ อย่างล้ำลึกนัก
แต่ประเด็นที่น่าสนใจไปกว่านั้น คือเรื่องลับๆ ของคนระดับแกนนำมุ่งหวังทาง การเมือง ที่แอบไปเจรจาต้าอ้วย เพื่อหาทางออกให้กับตัวเอง โดยอ้างชีวิตประชาชนที่เหล่าแกนนำปลุกเร้าขึ้นมาเป็นผนัง ทองแดงกำแพงเหล็ก
มันก็ได้สร้างความงงงวยให้กับเหล่า แกนตามผู้จงรักภักดี ที่ฟังแล้วต้องถึงกับอุทานว่า...มันด่ากันแทบตาย แล้วสุดท้าย พวกมันแอบไปคุยกันตอนไหน???
นั่นมันก็ไม่ต่างกับสิ่งที่แกนนำเหลืองแดง หน้ากระดานเรียงหนึ่งขึ้นเวที เปิดปฏิบัติการสาวไส้ให้กากิน แฉเบื้องลึกเบื้อง หลัง แฉโน่นแฉนี่ แต่ไม่เคยเหลียวมองดูเบื้องหลังของตนเองและเบื้องหน้าของประชาชน
แกนแดงลงรายละเอียดเป็นฉากๆ จากวงประชุมลับแห่งการปฏิวัติ 19 กันยาฯ กินยาวไปถึงปมยุบไทยรักไทย ยุบพลังประ ชาชน และไม่ยุบประชาธิปัตย์
แกนเหลืองก็เดินหน้าแฉแหลกตั้งแต่เหตุซุกหุ้น ขายหุ้น เลี่ยงภาษี ขายชาติ ขายแผ่นดิน ว่ากันไปถึงวาระประธานาธิบดี เชื่อมโยงไปสู่ อาการตีตนเสมอเจ้า และไม่ จงรักภักดี..
ว่ากันง่ายๆ คือพยายามชี้นำให้ประ ชาชน ลุยถั่วฝ่ายตรงกันข้าม แบบเอาให้ตายกันไปข้าง แต่ “ความจริงวันนี้ผ่านโฟกัสเมือง ไอ้ที่นั่งด่าๆ กัน มันก็ดันเซย์ฮัลโหลเจรจาในทางลับกัน อย่างต่อเนื่อง แล้วตกลงสุดท้ายประโยชน์ มรรคผลมันบังเกิดกับใครกันแน่ระหว่างแกนนำหรือแกนตามที่เผอิญเป็นประชาชน
สั้นๆ และกระชับ ถอดสมการให้เห็น เป็นรูปธรรม “ประชาธิปัตย์” และ “พันธ มิตรฯ” หรือ “พันธมิตรฯ” กับ “พรรค การเมืองใหม่” เกิดอาการแตกคอกันนั้น เหล่าแกนนำเหลืองและแกนนำพรรคสะตอ จะมีเหตุผลใดมาอธิบายให้ประชาชนผู้เป็น แฟนคลับฟังได้ชัดอย่างรื่นหูและไม่สะดุด.. มันก็ยังไม่ผ่านเข้าสู่โสตประสาทแม้แต่เดซิเบลเดียว
หรือแม้กระทั่ง สิ่งที่ “ไข่มุกดำ” ออกมายอมรับในข้อสงสัยเรื่องปฏิบัติการแดง ยึดอำนาจแดง แต่ใช้ลีลาการพูดสไตล์นักการเมืองในการเลี่ยงบาลี แก้เกี้ยว แต่ในที่สุดก็หนีไม่ออกเพราะเงื่อนงำ ในเหตุการณ์เหล่านั้น มันก็ล้วนมีอยู่จริง
สุดท้ายเรื่องราวแห่งคืนวันสังหารใน หลายเหตุการณ์ แม้จะล่วงเลยมาเนิ่นนาน แต่ประชาชนทั้งเหลืองทั้งแดง ก็ยังไม่สามารถ พิสูจน์ทราบว่า ใครกันแน่ที่ฆ่าประชาชน???
แต่สิ่งที่ประชาชนได้พิสูจน์ทราบและเห็นเป็นกระจ่างคือ..
วันนี้ “รัฐบาลผ้าขาว” แปดเปื้อนไปด้วยกลิ่นทุจริตยิ่งกว่า “รัฐบาลโคตรโกง”
วันนี้ “กำนัน สปก. 4-01” เป็นเพื่อนเลิฟกับ “พ่อมดเขมรจอมหักเหลี่ยม”
วันนี้ “ครูใหญ่” กับ “หลงจู๊” ผนึกกำลังพร้อมเสียบซีกไหนก็ได้แค่ขอให้พรรค ตัวแปรก๊วนนี้ได้เป็นรัฐบาล
วันนี้ “ผู้เฒ่าวังน้ำเย็น” สำรอกเลือด กลืนน้ำลาย กลับลำไปขัดตาทัพให้กองกำลังผู้ทรงเกียรติของ “นายใหญ่”
วันนี้ แม้แต่ “ไม้บรรทัด” ผู้เคยเอ่ย ปากว่าเหม็นเบื่อการเมือง ยังคิดใหม่ ทำใหม่ด้วยการเอาตัวลงไปคลุกกับกลิ่นสาบการเมืองอีกคำรบ
วันนี้ “กองทัพ” อันเป็นคีย์แมนแห่ง “วาระปฏิวัติ” ยังตบเท้าออกมาการันตี ประเทศนี้ไม่มียึดอำนาจแน่นอน
วันนี้ “แอ็กติวิสต์นักประชาธิปไตย เสื้อเหลือง” กลับออกมาเรียกร้องให้ประ ชาชนเฮโลไปกาในช่อง “โหวตโน” ประหนึ่ง ไม่อยากให้มีการเลือกตั้ง
วันนี้ “แก๊งเข้าป่าสายคอมมิวนิสต์” ได้ปรากฏกายอย่างดาษดื่น และนั่นก็มีแนว คิดทั้งล้มและปกป้องเจ้า
แต่ที่น่าสลดหดหู่หัวใจไปมากกว่านั้นคือ..
การเมืองไทยไม่ต่างจากลิเกแห่งอำนาจ โรงใหญ่ วาระ “เหลือง-แดง” ยังคงดำเนิน และเคลื่อนต่อไป สุดท้ายคนที่เดินตามก้น วาทะ “ไพร่-อำมาตย์” ที่ผู้เสพติดอำนาจ ปั้นแต่งขึ้นมา
ไม่ว่า “มิตร” หรือ “ศัตรู” สภาพมันก็ไม่ต่างกัน นั่นคือเอวังให้กับ..แก๊งศรีธนญชัยใส่สูท!!!
ที่มา.สยามธุรกิจ
///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
ทั้งกรณีแกนแดงสายเหยี่ยวหวังใจที่จะยึดอำนาจแกนแดงสายพิราบ “นายหัว วีระ” ก็ยอมรับเต็มปากเต็มคำว่า “มันมีจริง” หรือแม้กระทั่ง วาระกัดจิก“สายเกิน เจรจา” ที่อดีตประธาน นปช. ระบุว่า “ชีวิตประชาชนมีคำว่าสายด้วยหรือ” มันก็ล้วน กินยาวบาดใจไปถึงเครดิตของผู้สั่งการ อย่างล้ำลึกนัก
แต่ประเด็นที่น่าสนใจไปกว่านั้น คือเรื่องลับๆ ของคนระดับแกนนำมุ่งหวังทาง การเมือง ที่แอบไปเจรจาต้าอ้วย เพื่อหาทางออกให้กับตัวเอง โดยอ้างชีวิตประชาชนที่เหล่าแกนนำปลุกเร้าขึ้นมาเป็นผนัง ทองแดงกำแพงเหล็ก
มันก็ได้สร้างความงงงวยให้กับเหล่า แกนตามผู้จงรักภักดี ที่ฟังแล้วต้องถึงกับอุทานว่า...มันด่ากันแทบตาย แล้วสุดท้าย พวกมันแอบไปคุยกันตอนไหน???
นั่นมันก็ไม่ต่างกับสิ่งที่แกนนำเหลืองแดง หน้ากระดานเรียงหนึ่งขึ้นเวที เปิดปฏิบัติการสาวไส้ให้กากิน แฉเบื้องลึกเบื้อง หลัง แฉโน่นแฉนี่ แต่ไม่เคยเหลียวมองดูเบื้องหลังของตนเองและเบื้องหน้าของประชาชน
แกนแดงลงรายละเอียดเป็นฉากๆ จากวงประชุมลับแห่งการปฏิวัติ 19 กันยาฯ กินยาวไปถึงปมยุบไทยรักไทย ยุบพลังประ ชาชน และไม่ยุบประชาธิปัตย์
แกนเหลืองก็เดินหน้าแฉแหลกตั้งแต่เหตุซุกหุ้น ขายหุ้น เลี่ยงภาษี ขายชาติ ขายแผ่นดิน ว่ากันไปถึงวาระประธานาธิบดี เชื่อมโยงไปสู่ อาการตีตนเสมอเจ้า และไม่ จงรักภักดี..
ว่ากันง่ายๆ คือพยายามชี้นำให้ประ ชาชน ลุยถั่วฝ่ายตรงกันข้าม แบบเอาให้ตายกันไปข้าง แต่ “ความจริงวันนี้ผ่านโฟกัสเมือง ไอ้ที่นั่งด่าๆ กัน มันก็ดันเซย์ฮัลโหลเจรจาในทางลับกัน อย่างต่อเนื่อง แล้วตกลงสุดท้ายประโยชน์ มรรคผลมันบังเกิดกับใครกันแน่ระหว่างแกนนำหรือแกนตามที่เผอิญเป็นประชาชน
สั้นๆ และกระชับ ถอดสมการให้เห็น เป็นรูปธรรม “ประชาธิปัตย์” และ “พันธ มิตรฯ” หรือ “พันธมิตรฯ” กับ “พรรค การเมืองใหม่” เกิดอาการแตกคอกันนั้น เหล่าแกนนำเหลืองและแกนนำพรรคสะตอ จะมีเหตุผลใดมาอธิบายให้ประชาชนผู้เป็น แฟนคลับฟังได้ชัดอย่างรื่นหูและไม่สะดุด.. มันก็ยังไม่ผ่านเข้าสู่โสตประสาทแม้แต่เดซิเบลเดียว
หรือแม้กระทั่ง สิ่งที่ “ไข่มุกดำ” ออกมายอมรับในข้อสงสัยเรื่องปฏิบัติการแดง ยึดอำนาจแดง แต่ใช้ลีลาการพูดสไตล์นักการเมืองในการเลี่ยงบาลี แก้เกี้ยว แต่ในที่สุดก็หนีไม่ออกเพราะเงื่อนงำ ในเหตุการณ์เหล่านั้น มันก็ล้วนมีอยู่จริง
สุดท้ายเรื่องราวแห่งคืนวันสังหารใน หลายเหตุการณ์ แม้จะล่วงเลยมาเนิ่นนาน แต่ประชาชนทั้งเหลืองทั้งแดง ก็ยังไม่สามารถ พิสูจน์ทราบว่า ใครกันแน่ที่ฆ่าประชาชน???
แต่สิ่งที่ประชาชนได้พิสูจน์ทราบและเห็นเป็นกระจ่างคือ..
วันนี้ “รัฐบาลผ้าขาว” แปดเปื้อนไปด้วยกลิ่นทุจริตยิ่งกว่า “รัฐบาลโคตรโกง”
วันนี้ “กำนัน สปก. 4-01” เป็นเพื่อนเลิฟกับ “พ่อมดเขมรจอมหักเหลี่ยม”
วันนี้ “ครูใหญ่” กับ “หลงจู๊” ผนึกกำลังพร้อมเสียบซีกไหนก็ได้แค่ขอให้พรรค ตัวแปรก๊วนนี้ได้เป็นรัฐบาล
วันนี้ “ผู้เฒ่าวังน้ำเย็น” สำรอกเลือด กลืนน้ำลาย กลับลำไปขัดตาทัพให้กองกำลังผู้ทรงเกียรติของ “นายใหญ่”
วันนี้ แม้แต่ “ไม้บรรทัด” ผู้เคยเอ่ย ปากว่าเหม็นเบื่อการเมือง ยังคิดใหม่ ทำใหม่ด้วยการเอาตัวลงไปคลุกกับกลิ่นสาบการเมืองอีกคำรบ
วันนี้ “กองทัพ” อันเป็นคีย์แมนแห่ง “วาระปฏิวัติ” ยังตบเท้าออกมาการันตี ประเทศนี้ไม่มียึดอำนาจแน่นอน
วันนี้ “แอ็กติวิสต์นักประชาธิปไตย เสื้อเหลือง” กลับออกมาเรียกร้องให้ประ ชาชนเฮโลไปกาในช่อง “โหวตโน” ประหนึ่ง ไม่อยากให้มีการเลือกตั้ง
วันนี้ “แก๊งเข้าป่าสายคอมมิวนิสต์” ได้ปรากฏกายอย่างดาษดื่น และนั่นก็มีแนว คิดทั้งล้มและปกป้องเจ้า
แต่ที่น่าสลดหดหู่หัวใจไปมากกว่านั้นคือ..
การเมืองไทยไม่ต่างจากลิเกแห่งอำนาจ โรงใหญ่ วาระ “เหลือง-แดง” ยังคงดำเนิน และเคลื่อนต่อไป สุดท้ายคนที่เดินตามก้น วาทะ “ไพร่-อำมาตย์” ที่ผู้เสพติดอำนาจ ปั้นแต่งขึ้นมา
ไม่ว่า “มิตร” หรือ “ศัตรู” สภาพมันก็ไม่ต่างกัน นั่นคือเอวังให้กับ..แก๊งศรีธนญชัยใส่สูท!!!
ที่มา.สยามธุรกิจ
///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น