--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2552

'อดิศัย'ขอเลื่อนฟังคำตัดสินหวยบนดิน อ้างป่วยรักษาอยู่สหรัฐ 'เนวิน'ลั่นไปฟังคำตัดสินแน่นอน

"อดิศัย" ยื่นคำร้องขอเลื่อนฟังคำพิพากษาคดีหวยบนดิน อ้างป่วยบริเวณกระดูกสันหลัง รักษาตัวอยู่สหรัฐ "เนวิน" ประกาศลั่นพร้อมเดินทางไปรับฟังคำตัดสินแน่นอน

"เนวิน"พร้อมฟังคดีหวยบนดิน
ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีศาลฎีกาฯ นัดอ่านคำพิพากษาคดีหวยบนดิน ที่ คตส.โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี (จำหน่ายคดีออกจากสารบบความชั่วคราว) จำเลยที่ 1 , อดีตคณะรัฐมนตรีชุดรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ และผู้บริหารสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นจำเลยที่ 31-47 นั้น

มีรายงานว่า นายอดิศัย โพธารามิก อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จำเลยที่ 21 ได้ยื่นคำร้องต่อองค์คณะผู้พิพากษาขอเลื่อนฟังคำพิพากษาออกไปก่อน โดยอ้างเหตุผลป่วยบริเวณกระดูกสันหลังและอยู่ระหว่างรักษาตัวที่สหรัฐ ทำให้มีความเป็นไปได้ว่า ศาลอาจมีการเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาออกไป

ข่าวแจ้งว่านายสบโชค สุขารมณ์ รองประธานศาลฎีกา เจ้าของสำนวน ยังคงกำหนดนัดประชุมองค์คณะคดีหวยบนดิน 9 คน เพื่อลงมติและออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาคดีหวยบนดินในช่วงเช้าวันที่ 30 กันยายน ตามเดิม เพราะกฎหมายกำหนดให้ศาลต้องทำคำพิพากษาให้เสร็จสิ้นและพร้อมอ่านคำพิพากษาในวันที่ศาลนัดโจทก์และจำเลยมาฟังคำพิพากษา ประกอบกับในวันที่ 1 ตุลาคม นายสบโชค ต้องเลื่อนตำแหน่งไปเป็นประธานศาลฎีกา และนายพลรัตน์ ประทุมทาน ประธานแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศในศาลฎีกา ต้องโยกย้ายไปเป็นผู้พิพากษาอาวุโสประจำสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 7 ทำให้ต้องลงมติคำพิพากษาให้เสร็จ

ด้านนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่ตกเป็นจำเลยในคดีหวยบนดิน กล่าวว่า พร้อมที่จะเดินทางไปฟังคำพิพากษาอย่างแน่นอน

อัยการแจงปมเป็นพยาน2คดี

ด้านสำนักงานอัยการสูงสุด ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงระบุว่า คดีทุจริตกล้ายางที่ปรากฏเป็นข่าวว่ามีข้าราชการระดับสูงของสำนักงานอัยการสูงสุดไปเบิกความนั้น ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้มีหมายศาลเรียกตัวนายนันทศักดิ์ พูลสุข อธิบดีอัยการฝ่ายคดีศาลสูงเขต 8 ให้ไปเบิกความ โดยฝ่ายจำเลยเป็นผู้ขอให้ศาลออกหมายเรียกไปเป็นพยานตามที่มีการกำหนดประเด็นในการพิจารณาคดีคือ ข้อที่ไม่สมบูรณ์ที่สำนักงานอัยการสูงสุดได้แจ้งไปที่คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐทรัพย์สิน(คตส.) สำหรับคดีหวยบนดิน ศาลฎีกาฯได้มีหมายศาลเรียกตัวนายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุด (อสส.) และนายวัยวุฒิ หล่อตระกูล รอง อสส. ให้ไปเบิกความ โดยฝ่ายจำเลยเป็นผู้ขอให้ศาลออกหมายเรียกไปเป็นพยาน ตามประเด็นที่ศาลกำหนด โดยการเบิกความนั้นเป็นไปตามข้อเท็จจริงที่ต้องรับรองเอกสารซึ่งอยู่ในสำนวนการไต่สวนอยู่แล้ว

"การไปเป็นพยานเป็นไปตามหมายเรียกของศาล ซึ่งทุกคนมีหน้าที่ต้องไปเป็นพยานตามที่กฎหมายกำหนดและถือเป็นหน้าที่ของผู้รับหมายศาลที่จะต้องไปเบิกความ เพื่อให้ศาลได้ความจริงในการพิจารณาให้ความเป็นธรรมแก่คู่ความ "แถลงการณ์ระบุ และว่า คดีทุจริตกล้ายางและคดีหวยบนดิน สำนักงานอัยการสูงสุดยังมิได้มีคำสั่งไม่ฟ้อง โดย อสส. ยังมิได้พิจารณาสำนวน ขั้นตอน ณ ขณะนั้น คณะทำงานของสำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาสำนวนแล้วพบข้อที่ไม่สมบูรณ์ จึงได้ดำเนินการแจ้งให้ คตส.ทราบข้อที่ไม่สมบูรณ์เพื่อร่วมกันแก้ไขให้ได้ความครบถ้วนก่อนจะนำขึ้นเสนอ อสส.เพื่อพิจารณาสั่งคดี แต่ทั้งสองคดียังไม่ทันร่วมกันดำเนินการในข้อที่ไม่สมบูรณ์ คตส. ก็ดำเนินการนำคดีไปฟ้องเสียเองก่อน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น