--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันศุกร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2552

แดงเลื่อนชุมนุม นัด 19 ก.ย.บุกบ้านป๋าเปรม


ที่มา:ไทยรัฐ

แกนนำเสื้อแดงประกาศ ไม่ชุมนุม พรุ่งนี้ นัดระดมพลวันเดียว 19 ก.ย. พร้อมบุกบ้านพล.อ.เปรม ขณะ บ้านเลขที่ 111 จี้ นายกฯเลิกยื้อเก้าอี้ รีบยุบสภา ...

เมื่อเวลา 13.00 น. วันนี้ (4 ก.ย.) ที่บริษัทเพื่อนพ้องน้องพี่ ชั้น 6 ศูนย์การค้าอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว นายวีระ มุสิกพงศ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พร้อมด้วย แกนนำ นปช. แถลงข่าวประกาศยุติยุทธวิธี “ปล่อยมาร์คบ้าไปคนเดียว” ที่จะมีการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 5 ก.ย.นี้ แต่จะไปจัดชุมนุมใหญ่รำลึกครบรอบ 3 ปี การรัฐประหาร ที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ไปจนถึงบ้านสี่เสาเทเวศร์ ในวันที่ 19 ก.ย. ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป จนถึงเช้าวันที่ 20 ก.ย.

นายวีระ กล่าวว่า รัฐบาลได้ประชาสัมพันธ์สร้างความรู้สึกปั่นสถานการณ์ ให้ดูเหมือนกรุงเทพฯ จะมีสงคราม ทำลายเศรษฐกิจ ทั้งที่ นปช.ไม่ประสงค์เช่นนั้น เพราะคนเสื้อแดงไม่ใช่คนขาดสติ และรักบ้านรักเมือง โดยจะงดการชุมนุมทุกเสาร์ ตามที่เคยประกาศไว้ แต่จัดชุมนุมรำลึกครบรอบ 3 ปี รัฐประหารยึดอำนาจฝ่ายประชาธิปไตย ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ในวันที่ 19 ก.ย. โดยไม่สนใจว่า รัฐบาลจะมีการประกาศ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 ในพื้นที่เขตดุสิต ในวันดังกล่าวหรือไม่ จากนั้นจะเลื่อนขบวนไปยังบ้านสี่เสาเทเวศร์ บ้านพักของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ อย่างสงบ เพื่อไว้อาลัยให้ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการยึดอำนาจเมื่อปี พ.ศ. 2549

ด้าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษก นปช. กล่าวว่า ที่ประชุมแกนนำ นปช. เมื่อช่วงเช้า ที่ผ่านมา ได้ประเมินสถานการณ์การเมืองและเห็นตรงกันว่า ควรจะไปจัดการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 19 ก.ย. เพื่อระดมพลังคนเสื้อแดงมาชุมนุมกันในคราวเดียวกัน นอกเหนือ จากการจัดงานรำลึก 3 ปี การปล้นชาติให้รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ ขายชาติ เพราะ นปช. มั่นใจว่า ในระหว่างนี้ไปจนถึงวันที่ 19 ก.ย. สถานการณ์การเมืองของนายอภิสิทธิ์ จะตกอยู่ในสภาพย่ำแย่อย่างถึงที่สุด เนื่องจาก ความขัดแย้งภายในพรรค ระหว่าง นายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค และ นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในเรื่องการแต่ง ผบ.ตร. และ ความขัดแย้งกับพรรคภูมิใจไทย ในการแต่งข้าราชการระดับปลัดกระทรวง ซึ่งกว่าจะถึงวันที่ 19 ก.ย. จะเป็นการเพิ่มความบอบช้ำให้กับ นายอภิสิทธิ์ ไปโดยธรรมชาติ รวมถึงจะนำเสนอข้อเท็จจริงให้ประชาชนเห็นว่า รัฐบาลนายอภิสิทธิ์กำลังจะขายชาติ ด้วยการปล่อยให้กัมพูชาตัดถนนขึ้นไปยังเขาพระวิหาร ทำให้ประเทศมีสิทธิเสียดินแดนที่เป็นพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร ให้กับกัมพูชา ดังนั้นถ้ามีใครจะต่อต้านการชุมนุมครั้งนี้ของ นปช.ก็ขอให้ดาหน้าออกมาแสดงความเห็นคัดค้าน เพราะจะได้รู้กันว่า ใครเป็นผู้สนับสนุนให้มีการปฏิวัติรัฐประหารกันบ้าง

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติให้จัดตั้งโรงเรียนผู้ปฏิบัติงาน นปช.แดงทั้งแผ่นดิน เพื่อฝึกอบรมให้แกนนำคนเสื้อแดงกลุ่มต่างทั่วประเทศ เพื่อสอนถึงแผนการ นโยบาย ยุทธศาสตร์ ยุทธวิธีของการเคลื่อนไหวโค่นล้มระบบอำมาตย์บนพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย รวมการจัดตั้งองค์กร โดยมอบหมายให้ นายนิสิต สินธุไพร เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน โดยรุ่นแรกจะเปิดรับสมัครแกนนำคนเสื้อแดงกลุ่มต่างๆ ในเขต กทม.และปริมณฑล จำนวน 1,000 คน อบรมในระหว่างวันที่ 12-13 ก.ย. นี้ ที่คอนเวนชั่นฮอลล์ ชั้น 6 ศูนย์การค้าอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว ซึ่งจะมีแกนนำ นปช. ตั้งแต่ นายวีระ สลับสับเปลี่ยนมาบรรยายให้ความรู้ จากนั้นจึงจะเดินสายไปจัดอบรมให้ภูมิภาคต่างๆ จนครบ 4 ภาค

ในวันเดียวกัน ที่มูลนิธิ 111 ไทยรักไทย มีการเสวนาหัวข้อ “ยุบสภาประชาชนได้อะไร” โดย นายประจวบ ไชยสาสน์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า รัฐธรรมนูญปี 2550 เป็นเหตุแห่งปัญหาทั้งปวง ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม ความสามัคคีก็เกิดไม่ได้ จึงต้องแก้รัฐธรรมนูญ หากพรรคแกนนำรัฐบาลไม่ขับเคลื่อน ก็จะแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ยาก ส่วนการยุบสภานั้น ที่ผ่านมาประเทศไทยมีการยุบสภามาแล้ว 12 ครั้ง หากจะมีการยุบสภาครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 13 ซึ่งพอจะมีการยุบสภา ก็เอาเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญมาล่อ แต่สุดท้ายแล้วไม่มีการแก้ เพราะพรรคประชาธิปัตย์รู้ดีว่า หากยุบสภาแล้วมีการเลือกตั้งใหม่จะแพ้ล้านเปอร์เซ็นต์ ขณะที่พรรคเพื่อไทย คงได้เสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่ง เว้นแต่จะหากำลังสำคัญกลับมา ในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยต้องยอมกลืนยาพิษ เพื่อเอาศัตรูมาเป็นมิตร เหมือนกับสมัยที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยนำพรรคการเมืองต่าง ๆ มาร่วมอยู่ด้วย จนตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้สำเร็จ เราต้องยอมหวานอมขมกลืนเพื่อประโยชน์ของประชาชน

ด้าน นายคณิน บุญสุวรรณ อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) กล่าวว่า การที่นายกรัฐมนตรี ระบุเงื่อนไขในการยุบสภา 3 ข้อ คือ 1.ภาวะเศรษฐกิจฟื้น 2.แก้ไขกติกาเลือกตั้ง 3.ให้ประเทศสงบเรียบร้อย แปลความได้ง่ายๆ คือ ไม่ยุบ ซึ่งการยุบสภาเป็นวิธีดีที่สุดในการแก้ปัญหาสถานการณ์การเมืองขณะนี้ แต่เป็นทางออกที่เป็นไปได้น้อยที่สุด ส่วนเงื่อนไขที่ทำให้เกิดการยุบสภาในเวลานี้มี 10 ข้อคือ 1.ปัญหาการแต่งตั้ง ผบ.ตร. 2.ผู้มีพระคุณของรัฐบาลแตกกันเละ 3.การทุจริตคอร์รัปชั่น 4.การแก้รัฐธรรมนูญ 5.กับดักของรัฐธรรมนูญ เช่น มาตรา 190 หรือ 237 6.กระบวนการยุติธรรมสองมาตรฐาน 7.โรคทักษิโนโฟเบีย หรือโรคกลัวทักษิณขึ้นสมอง 8.ความสามารถในการควบคุมสื่อของรัฐบาล 9.การฝากชะตากรรมไว้กับผู้นำที่มีภาวะผู้นำบกพร่องอย่างร้ายแรง 10.เกิดภาวะสุญญากาศทางอำนาจ ที่ไม่รู้ว่าใครมีอำนาจแน่นอน ทั้งนี้ขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีรีบยุบสภา เพื่อหาทางลงจากหลังเสือโดยไม่เจ็บตัว จากนั้นหากพรรคใดได้รับคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ก็ให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยนำรัฐธรรมนูญปี 2540 มาแก้ไข ก่อนส่งให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบ และทำประชามติจากประชาชนอีกครั้ง

ขณะที่ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า เชื่อว่า ปัญหาสถานการณ์การเมืองขณะนี้ นายกรัฐมนตรีอยากยุบสภา แต่ติดเงื่อนไขว่า หากเลือกตั้งแล้ว พรรคประชาธิปัตย์จะแพ้ 100% แต่ถ้านายกรัฐมนตรีคิดเพื่อส่วนรวม ควรรีบยุบสภา เพราะการยุบสภาช่วงนี้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด เป็นการคืนอำนาจประชาธิปไตยให้ประชาชน หากพรรคประชาธิปัตย์แพ้ ก็ควรหยุดก่อกวน เปิดโอกาสให้พรรคอื่นบริหารประเทศ เช่นเดียวกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) หากแพ้เลือกตั้ง แล้วออกมาก่อกวนข้างถนน ต่อไปนี้คงไม่มีใครให้ราคาอีกแล้ว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น