
กันยายน 11, 2009
ไอเอ็นเอ็น : ป.ป.ช.’สมลักษณ์ จัดกระบวนพล’ชี้เหตุปาระเบิดบ้าน ‘วิชา มหาคุณ’ เล่นแรงเกินไป ด้าน’ นายปานเทพ -กล้าณรงค์ราญ’ เตือนกรรมการคนอื่น ๆ ระวังตัวให้มากขึ้น
นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เปิดเผยกับสำนักข่าวไอเอ็นเอ็น ถึงกรณี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ฟ้อง 8 ป.ป.ช. เสียงข้างมาก ที่ชี้มูลความผิดในคดี 7 ตุลา ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ วานนี้ ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 นั้น มองว่า เป็นเรื่องความพยามที่จะต่อสู้ ในฐานะคนที่ถูกดำเนินคดี ส่วนตัวแล้วไม่ได้รู้สึกหวั่นไหว หรือ โกรธเคือง พล.ต.อ.พัชรวาท แต่อย่างใด เพราะถือเป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ แต่การฟ้องตนเรื่องขาดคุณสมบัติ เพราะประกอบอาชีพอิสระ เป็นอาจารย์พิเศษ ที่มหาวิทยาลัยศรีปทุมนั้น เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ศาลอาญา พร้อมยืนยันว่า ตนเองมาอย่างถูกต้อง เพราะไม่เช่นนั้น คงไม่สามารวินิจฉัยคดีได้ และที่ผ่านมา ตนก็ได้วินิจฉัยไปหลายคดีแล้ว ซึ่งศาลก็ได้ตัดสินคดีที่ตนวินิจฉัยไปแล้วหลายคดี
สอดคล้องกับ นายกล้านรงค์ จันทิก ป.ป.ช.เสียงข้างมาก ยืนยันว่า ไม่รู้สึกหวั่นไหว ขณะที่ส่วนตัวนั้น เมื่อมาทำงานในหน้าที่นี้แล้ว ก็ต้องยอมรับสภาพ ถ้าไม่เสมอตัวก็ติดลบ เพราะที่ผ่านมา ตนก็โดนฟ้องหลายคดีแล้ว
ด้านนายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความ พล.ต.อ.พัชรวาท ยืนยันว่า การฟ้อง 8 ป.ป.ช. เสียงข้างมาก ไม่ได้ฟ้องแก้เกี้ยว แต่ฟ้องในฐานะผู้เสียหาย ส่วนกรณีการฟ้อง นายวิชา เรื่องขาดคุณสมบัติด้วยนั้น เพราะนายวิชา เป็นอาจารย์พิเศษ ที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชน ถือว่าเข้าข่ายการทำธุรกิจการค้า ไม่ใช่เพื่อการศึกษาเพียงอย่างเดียว เพราะตาม พ.ร.บ. ป.ป.ช. บังคับว่า ไม่สามารถประกอบอาชีพอิสระได้
ปาระเบิดบ้านเก่า ป.ป.ช. วิชา มหาคุณ ไร้คนเจ็บ
เมื่อเวลา 02.00 น. ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุคนร้าย ลอบปาระเบิด เข้าไปในบ้านเลขที่ 250 ซอยศิรินทร 2 แขวงบางพลัด เขตบางพลัด กทม. ซึ่งเป็นบ้านเก่าของ นายวิชา มหาคุณ กรรมการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เบื้องต้น ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ตัวบ้านได้รับความเสียหายเล็กน้อย และบ้านที่อยู่ข้างเคียงได้รับความเสียหายเล็กน้อย อีก 3 หลัง
ด้าน นายวิชา มหาคุณ เปิดเผยว่า ขณะนี้ตนเองอยู่ที่ต่างจังหวัด จึงไม่ทราบรายละเอียดที่เกิดขึ้น แต่เบื้องต้นบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านเก่าของตนเอง ซึ่งเพิ่งขายให้กับคนที่รู้จักกันไปแล้ว ส่วนเหตุที่เกิดขึ้นจะเกี่ยวข้องกับปัญหาทางการเมือง จากการตัดสิน คดีสลายม็อบ 7 ต.ค. หรือไม่นั้น นายวิชา กล่าวว่า ตนเองยังไม่ขอออกความเห็น เนื่องจากอยากขอทราบรายละเอียดที่เกิดขึ้นก่อน แต่อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าสังเกตว่า บ้านหลังดังกล่าว มีตู้แดงแจ้งเหตุอยู่หน้าบ้านอยู่ด้วย แต่เหตุใดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงปล่อยให้เกิดเหตุดังกล่าวขึ้นได้
ป.ป.ช.”สมลักษณ์ “ชี้เหตุปาระเบิดบ้าน “วิชา ” เล่นแรงเกินไป
น.ส.สมลักษณ์ จัดกระบวนพล กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีที่มีการปาระเบิดบ้านเก่าของนายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า กรณีดังกล่าวเล่นกันแรงเกินไป ซึ่งขณะนี้ นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้เตือนให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ทุกคนระวังตัวให้มากขึ้น ภายหลังที่มีการวินิจฉัยชี้มูลความผิดคดีที่เจ้าหน้าที่ใช้กำลังสลายผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2551
ขณะเดียวกันเห็นว่าการกระทำที่เกิดขึ้นนั้นมองยากว่าผู้ใดกระทำ เพราะการทำงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีหน้าที่ระดับสูงรวมถึงนักการเมือง และเกิดขึ้นจากผู้ที่ไม่มีความเข้าใจงานของ ป.ป.ช. อย่างไรก็ตาม ต่อไปคณะกรรมการ ป.ป.ช.คงต้องระมัดระวังในการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนให้มีความเหมาะสมมากขึ้นเนื่องจากอาจจะส่งผลให้มีผู้นำคำให้สัมภาษณ์ไปตีความให้เกิดการเข้าใจผิดได้
กล้านรงค์ จันทิก แถลงยัน ป.ป.ช.ไม่เสียกำลังใจ
ขณะที่ นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงการปาระเบิดใส่บ้านเก่าของ นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรัฐบาลต้องใช้ดุลยพินิจว่าจะดูแลกรรมการ ป.ป.ช.อย่างไร เพราะทุกคนทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา รวมถึงไม่มีเครื่องมือที่จะดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับตัวเอง ทั้งนี้ ส่วนตัวคงไม่ร้องขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดูแลเพิ่มเติม ซึ่งวันนี้มั่นใจว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช.ทุกคนไม่เสียกำลังใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เนื่องจากรู้ดีว่าการทำงานในหน้าที่ดังกล่าวต้องชี้มูลคดีใหญ่ทุกคดีและประสบปัญหากันมามากแล้ว รวมถึงตนไม่ได้คิดอะไรถือเสมอว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิดเพราะชีวิตมีเพียงเท่านั้นซึ่งถึงคราวต้องไปก็ต้องไป แต่หากยังไม่ถึงเวลาก็ต้องทำงานในหน้าที่จนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิตอย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นเรื่องใหญ่และเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องสอบหาสาเหตุให้ได้ว่าเกิดจากอะไร
ไอเอ็นเอ็น : ป.ป.ช.’สมลักษณ์ จัดกระบวนพล’ชี้เหตุปาระเบิดบ้าน ‘วิชา มหาคุณ’ เล่นแรงเกินไป ด้าน’ นายปานเทพ -กล้าณรงค์ราญ’ เตือนกรรมการคนอื่น ๆ ระวังตัวให้มากขึ้น
นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เปิดเผยกับสำนักข่าวไอเอ็นเอ็น ถึงกรณี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ฟ้อง 8 ป.ป.ช. เสียงข้างมาก ที่ชี้มูลความผิดในคดี 7 ตุลา ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ วานนี้ ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 นั้น มองว่า เป็นเรื่องความพยามที่จะต่อสู้ ในฐานะคนที่ถูกดำเนินคดี ส่วนตัวแล้วไม่ได้รู้สึกหวั่นไหว หรือ โกรธเคือง พล.ต.อ.พัชรวาท แต่อย่างใด เพราะถือเป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ แต่การฟ้องตนเรื่องขาดคุณสมบัติ เพราะประกอบอาชีพอิสระ เป็นอาจารย์พิเศษ ที่มหาวิทยาลัยศรีปทุมนั้น เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ศาลอาญา พร้อมยืนยันว่า ตนเองมาอย่างถูกต้อง เพราะไม่เช่นนั้น คงไม่สามารวินิจฉัยคดีได้ และที่ผ่านมา ตนก็ได้วินิจฉัยไปหลายคดีแล้ว ซึ่งศาลก็ได้ตัดสินคดีที่ตนวินิจฉัยไปแล้วหลายคดี
สอดคล้องกับ นายกล้านรงค์ จันทิก ป.ป.ช.เสียงข้างมาก ยืนยันว่า ไม่รู้สึกหวั่นไหว ขณะที่ส่วนตัวนั้น เมื่อมาทำงานในหน้าที่นี้แล้ว ก็ต้องยอมรับสภาพ ถ้าไม่เสมอตัวก็ติดลบ เพราะที่ผ่านมา ตนก็โดนฟ้องหลายคดีแล้ว
ด้านนายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความ พล.ต.อ.พัชรวาท ยืนยันว่า การฟ้อง 8 ป.ป.ช. เสียงข้างมาก ไม่ได้ฟ้องแก้เกี้ยว แต่ฟ้องในฐานะผู้เสียหาย ส่วนกรณีการฟ้อง นายวิชา เรื่องขาดคุณสมบัติด้วยนั้น เพราะนายวิชา เป็นอาจารย์พิเศษ ที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชน ถือว่าเข้าข่ายการทำธุรกิจการค้า ไม่ใช่เพื่อการศึกษาเพียงอย่างเดียว เพราะตาม พ.ร.บ. ป.ป.ช. บังคับว่า ไม่สามารถประกอบอาชีพอิสระได้
ปาระเบิดบ้านเก่า ป.ป.ช. วิชา มหาคุณ ไร้คนเจ็บ
เมื่อเวลา 02.00 น. ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุคนร้าย ลอบปาระเบิด เข้าไปในบ้านเลขที่ 250 ซอยศิรินทร 2 แขวงบางพลัด เขตบางพลัด กทม. ซึ่งเป็นบ้านเก่าของ นายวิชา มหาคุณ กรรมการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เบื้องต้น ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ตัวบ้านได้รับความเสียหายเล็กน้อย และบ้านที่อยู่ข้างเคียงได้รับความเสียหายเล็กน้อย อีก 3 หลัง
ด้าน นายวิชา มหาคุณ เปิดเผยว่า ขณะนี้ตนเองอยู่ที่ต่างจังหวัด จึงไม่ทราบรายละเอียดที่เกิดขึ้น แต่เบื้องต้นบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านเก่าของตนเอง ซึ่งเพิ่งขายให้กับคนที่รู้จักกันไปแล้ว ส่วนเหตุที่เกิดขึ้นจะเกี่ยวข้องกับปัญหาทางการเมือง จากการตัดสิน คดีสลายม็อบ 7 ต.ค. หรือไม่นั้น นายวิชา กล่าวว่า ตนเองยังไม่ขอออกความเห็น เนื่องจากอยากขอทราบรายละเอียดที่เกิดขึ้นก่อน แต่อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าสังเกตว่า บ้านหลังดังกล่าว มีตู้แดงแจ้งเหตุอยู่หน้าบ้านอยู่ด้วย แต่เหตุใดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงปล่อยให้เกิดเหตุดังกล่าวขึ้นได้
ป.ป.ช.”สมลักษณ์ “ชี้เหตุปาระเบิดบ้าน “วิชา ” เล่นแรงเกินไป
น.ส.สมลักษณ์ จัดกระบวนพล กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีที่มีการปาระเบิดบ้านเก่าของนายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า กรณีดังกล่าวเล่นกันแรงเกินไป ซึ่งขณะนี้ นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้เตือนให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ทุกคนระวังตัวให้มากขึ้น ภายหลังที่มีการวินิจฉัยชี้มูลความผิดคดีที่เจ้าหน้าที่ใช้กำลังสลายผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2551
ขณะเดียวกันเห็นว่าการกระทำที่เกิดขึ้นนั้นมองยากว่าผู้ใดกระทำ เพราะการทำงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีหน้าที่ระดับสูงรวมถึงนักการเมือง และเกิดขึ้นจากผู้ที่ไม่มีความเข้าใจงานของ ป.ป.ช. อย่างไรก็ตาม ต่อไปคณะกรรมการ ป.ป.ช.คงต้องระมัดระวังในการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนให้มีความเหมาะสมมากขึ้นเนื่องจากอาจจะส่งผลให้มีผู้นำคำให้สัมภาษณ์ไปตีความให้เกิดการเข้าใจผิดได้
กล้านรงค์ จันทิก แถลงยัน ป.ป.ช.ไม่เสียกำลังใจ
ขณะที่ นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงการปาระเบิดใส่บ้านเก่าของ นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรัฐบาลต้องใช้ดุลยพินิจว่าจะดูแลกรรมการ ป.ป.ช.อย่างไร เพราะทุกคนทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา รวมถึงไม่มีเครื่องมือที่จะดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับตัวเอง ทั้งนี้ ส่วนตัวคงไม่ร้องขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดูแลเพิ่มเติม ซึ่งวันนี้มั่นใจว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช.ทุกคนไม่เสียกำลังใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เนื่องจากรู้ดีว่าการทำงานในหน้าที่ดังกล่าวต้องชี้มูลคดีใหญ่ทุกคดีและประสบปัญหากันมามากแล้ว รวมถึงตนไม่ได้คิดอะไรถือเสมอว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิดเพราะชีวิตมีเพียงเท่านั้นซึ่งถึงคราวต้องไปก็ต้องไป แต่หากยังไม่ถึงเวลาก็ต้องทำงานในหน้าที่จนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิตอย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นเรื่องใหญ่และเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องสอบหาสาเหตุให้ได้ว่าเกิดจากอะไร
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น