นั่งอ่านข้อความที่นายก ฯ ทักษิณ ท่านพูดว่า ทำไมเด็กจัง ต่อกรณีที่อภิสิทธิ์เรียกทูตไทยกลับ
ผมก็เลยนึกถึงเรื่องสองสามเรื่อง จะมาทวนความจำให้ทุกท่าน
1). สมัยพล.อ.สุรยุทธ์ ดร.ทักษิณ บินจากฮ่องกง ไปสิงคโปร์ เพื่อไปตีกอล์ฟกับ รองนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ รัฐบาลสุรยุทธ์โมโหมาก..เลยเรียกทูตสิงคโปร์ไปด่า เขาก็บอกว่า มันเป็นเรื่องของเขา ที่เขาจะให้ใครไปสิงคโปร์ก็ได้..เขาบอกว่า "ขอให้ไทยเคารพในอธิปไตยของเราด้วย"
เสร็จแล้วก็มีการเรียกทูตไทยกลับ..แล้วกระแสเรียกร้องให้เอาดาวเทียมไทยคมกลับมา ก็โหมแรงมากช่วงนั้น แต่จนถึงป่านนี้..น็อตสักตัวก็ยังไม่ได้เลย
ต่อมา..สิงคโปร์มาขอต่อเช่าสนามบิน..
รัฐบาลสุรยุทธ์กระดี๊กระด๊า บอก มันเป็นคนละเรื่องกับที่ด่าเขาไป
ทุกวันนี้ ทูตไทยก็ยังทำงานเป็นปรกติที่สิงคโปร์
2). คุณทักษิณได้รับพาสปอร์ตพิเศษจากมอนตาเนโกร (ใครที่ไม่รู้จัก ให้ไปดู เจมส์ บอนด์ ภาค คาสิโนโรเยล) รัฐบาลชุดนี้ ไม่มีปัญญาจะทำอะไรเขาได้
เพราะตั้งแต่ตอนที่คุณนิตย์ พิบูลสงครามเป็น รมว.ต่างประเทศ เคยถูก สหภาพยุโรป ตั้งแง่ไม่ต้อนรับมาแล้ว อธิบดีกรม ๆ หนึ่งในกระทรวงต่างประเทศ เขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์ (ถ้าจำไม่ผิด น่าจะเป็นบางกอกโพสต์) พูดเรื่องโน้นเรื่องนี้ ทำให้ทูตโปรตุเกส (ถ้าจำไม่ผิด) ในฐานะประธาน EU บอกว่า ท่านอธิบดี เข้าใจเสียใหม่ (ลองหาข่าวเก่า ๆ อ่านดู)
ทุำกวันนี้ทักษิณสามารถไปโน่นไปนี่ได้อย่างสบาย ยกตัวอย่างเช่น มาเลยเซีย อย่างที่รู้กัน เพราะทักษิณนั้นเป็นเพื่อนกับอดีตนายก ฯ มหาเธ่ย์
เพียงแต่ว่าเขาอยากจะไปหรือไม่ไปเท่านั้น
เ้อาแค่สองเรื่องนี้..จะสรุปว่า
ที่เรียกทูตกลับมานั้น เป็นการ "แก้เกี้ยว" เพราะเสียหน้ามาก ๆ ของรัฐบาลสัปะรังเคเท่านั้น
้เ้พราะต่อให้ตัดสัมพันธ์กันจริง ๆ เขาก็ไม่สนใจประเทศไทย
ทุกวันนี้ คนไทยเอาเงินไปเล่นในบ่อนเขมร เสียเงินเยอะแยะ มีแต่พวกคุณหญิงคุณนาย ไฮโซไฮซ้อ เมียนายทหารตำรวจ ฯลฯ เขมรไม่ขาดรายได้หรอก
ทุกวันนี้ เขมรได้รับสิทธิพิเศษจากประเทศฝรังเศส ตอนวันชาติครั้งที่ผ่านมา ได้รับเกียรติให้ไปร่วมพิธี จนมีการลงนามให้บริษัทน้ำมัน TOTAL มาทำสัมปทานขุดน้ำมัน ในที่ของเขมร
แถมประเทศเกาหลีใต้ เข้าไปวางระบบสาธารณูปโภค พวกอุปกรณ์ไอที ต่าง ๆ มีพนักงานจากเกาหลีเดินเต็มพนมเปญ
ประเทศไทยน่ะหรือ? แค่สัมปทานสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เขายังไม่ต่อสัญญาให้ แล้วใครล่ะเสีย?
ผมว่า จึงเหมาะสมแล้วที่คุณทักษิณเขาบอกว่า "เด็กจัง"
------------------------------------------------
เขมรได้บทเรียน และได้เรียนรู้ว่า การทำสงครามไม่เกิดประโยชน์อะไร จึงหันมาสร้างชาติ โดยในยุค พล.อ.ชาติชาย ที่มีนโยบาย "เปลี่ยนสนามรบ เป็นสนามการค้า" ได้ช่วยให้ไทยกับเขมร ไม่ต้องมาไล่ยิงกันแถวชายแดนอรัญประเทศเหมือนเดิม (สมัยก่อนใครจำได้ เขมรยิงกันทีไร เด็กนักเรียนไทยวิ่งกันตับแล่บ..เข้าบังเกอร์หลุบกระสุน)
สมัยบรรหารเป็นนายก ฯ ก็ไปเที่ยวเขมร แล้วไปดึงมือของฮุนเซนกับเจ้ารณฤทธิ์ (ถ้าจำไม่ผิด) มาจับมือกันแล้วหัวเราะฮ่า ๆ ..(สองคนนั้นยิ้มเจื่อน ๆ)
เขมรจึงไม่ใส่ใจมากกับเรื่อง "ศักดิ์ศรี" แต่สนใจเรื่องปากท้องของผู้คน..ถนนหนทางเริ่มปรับปรุงให้ทันสมัย ราดยางมะตอย ไฟฟ้าเริ่มเข้่าถึงทุกหมู่บ้าน
ระบบการศึกษา จากเมื่อก่อน มหาวิทยาลัยพนมเปญ มีชื่อเสียงมาก ได้รับการปรับปรุง ชาวขะแมร์..พูดภาษาฝรั่งเศสเป็นไฟ ได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษเพิ่มเติม ชาวเขมรตื่นตัวที่จะปรับตัวให้เข้ากับสังคมโลก..
ผมดูรายการของเกาหลี เห็นชาวเกาหลีใต้รุ่นใหม่ ไปวางรากฐานให้รัฐบาลเขมร ปรับปรุงระบบต่าง ๆ ขนาดจอมอนิเตอร์ ตอนนี้ก็เป็นจอ LCD หมดแล้ว..ไม่เหมือนของไทย งบไทยเข้มแข็ง เห็นกระทรวงหนึ่งบอกว่า เอาไปซื้อคอมพิวเตอร์ให้โรงเรียนสเป๊คราคาเป็น 7-8 หมื่นบาท
เขมรเดี๋ยวนี้เปลี่ยนไปเร็วมาก
จาก:นายขนมตัม
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น