ต้องบันทึกในประวัติศาสตร์การเมืองอีกครั้งสำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดสุดท้ายที่พิสดารและทรหดยาวนานถึง 15 ชั่วโมงของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และมีการอนุมัติงบประมาณกว่า 200 โครงการ หรือเฉลี่ยใช้เวลาพิจารณา 1 โครงการไม่ถึง 5 นาที ซึ่งรัฐมนตรีทุกคนต้องถือเป็นยอดมนุษย์และมีความสามารถเป็นเลิศอีกด้วย
ส่วนเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงงบประมาณที่อนุมัติไปนั้น วันนี้ยังสับสนว่าเป็นหมื่นล้านหรือแสนล้าน ทั้งที่มีเครื่องมือและเจ้าหน้าที่จดบันทึกการประชุมชัดเจน แต่รัฐบาลกลับไม่สามารถให้คำตอบชัดเจนว่าได้อนุมัติงบประมาณไปทั้งหมดกี่หมื่นกี่แสนล้าน ทั้งที่รู้ว่าประชาชนต่างจับตามองว่ารัฐบาลจะถือโอกาสทิ้งทวนหรือรุมทึ้งงบประมาณเพื่อผลประประโยชน์ทางการเมืองและพวกพ้องอย่างไร
โดยเฉพาะพรรคฝ่ายค้านที่ออกมาโจมตีว่าหลายโครงการที่อนุมัติส่อเจตนาไม่โปร่งใสและถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ เช่น โครงการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพ โครงการที่เสนอโดยพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ และเมื่อรวมงบประมาณที่อนุมัติจากการประชุม ครม. 3 นัดสุดท้ายมีวงเงินนับล้านล้านบาท
ขณะที่นายกรัฐมนตรีก็ยัง “ดีแต่พูด” เหมือนเดิม อ้างสารพัดเหตุผลและความจำเป็น แต่เหตุผลที่ต้องทิ้งทวนเป็นร้อยๆโครงการในนัดสุดท้ายนั้น นายกรัฐมนตรีให้เหตุว่า เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันห้ามไม่ให้ ครม. หลังการยุบสภาอนุมัติงานหรือโครงการใดๆที่มีผลผูกพันกับ ครม. ชุดต่อไป แต่งานของประเทศและแต่ละกระทรวงจำเป็นต้องเดินหน้าแก้ไขปัญหาต่อไป จึงต้องดำเนินการให้เสร็จก่อนยุบสภา ซึ่งทุกโครงการผ่านการตรวจสอบตามขั้นตอนปรกติของสำนักงบประมาณแล้วทั้งสิ้น
นายกรัฐมนตรีจึงยืนยันว่า การเร่งอนุมัติไม่ใช่การทุจริตคอร์รัปชัน แต่ถ้าโครงการใดที่อนุมัติแล้วคิดว่าไม่เหมาะสมหรือน่าสงสัยก็ให้ถามหรือทักท้วงมา ถ้าชี้แจงไม่ได้ก็จะยกเลิก เพราะทุกอย่างเปิดเผย
คำตอบของนายกรัฐมนตรีก็คงได้แต่พูด เพราะที่ผ่านมามีโครงการมากมายที่ถูกตำหนิ ทักท้วง และท้วงติง แต่ก็มีการอนุมัติ และมีโครงการจำนวนไม่น้อยที่เข้ามาแบบวาระจรหรือที่เรียกว่าตีหัวเข้าบ้าน แต่ไม่เคยมีการยกเลิกหรือทบทวนเลย คือผ่านแล้วก็ผ่านไป จะเตะหมูเข้าปากหมาหรือเข้าปากใครบ้างไม่มีใครรู้ รู้แต่ว่าอิ่มอกอิ่มใจกันทุกฝ่าย
กว่า 2 ปีของรัฐบาลชุดนี้จึงน่าสะท้อนให้เห็นชัดเจนถึงฉายาที่ได้รับว่า “กินมูมมาม งานห่วยแตก” หรือที่ถูกถากถางว่า “บริหารไม่เป็น ยังดีแต่พูดอีกต่างหาก”
คำวิพากษ์วิจารณ์มากมายที่มีถึงการทำงานของรัฐบาลชุดนี้จึงไม่ใช่มาจากพรรคฝ่ายค้านที่หลับหูหลับตาทักท้วงและท้วงติงเท่านั้น แต่ประชาชน นักวิชาการ และนักธุรกิจจำนวนมาก ต่างรู้สึกอึดอัดและอนาถใจกับการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ โดยเฉพาะเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน
ที่มา.หนังสือพิมพ์โลกวันนี้รายวัน
**********************************************************************
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น