พอปี่กลองการเมืองเริ่มโหมโรง ก็เริ่มมีข่าวคราวว่า "ชิน คอร์ปอเรชั่น" เปลี่ยนชื่อเรียกขานเสียใหม่ ออกมาในเวลาไล่เลี่ยกัน
9 ใน 10 คนทั่วไปที่ผมพูดคุยด้วย ยกเรื่องการเปลี่ยนแปลงนี้ให้เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับการเมือง ทั้งๆ ที่ฟังแล้วก็ดูแปลกๆ อยู่ไม่น้อย อีกคนที่เหลือส่ายหน้า ไม่รู้ว่าไม่ขอออกความเห็นหรือไม่รู้เรื่องราวเอาจริงๆ
เมื่อมีโอกาสได้เจอะเจอ คุณสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหาร อินทัช กรุ๊ป ก็ต้องถามกันให้กระจ่าง
คำตอบเรื่องนี้เป็นที่คาดหมายกันได้ ว่า ยังไงๆ คำตอบก็ต้องเป็น "ไม่เกี่ยวข้องกับการ เมือง" ประเด็นสำคัญของคำถามนี้จึงอยู่ที่ "เหตุผล" ประกอบคำตอบที่ว่านั้น ว่าชวนให้รับฟังได้มากน้อยแค่ไหน
คุณสมประสงค์บอกเหตุผลแรกของการเปลี่ยนไว้ง่ายๆ ว่า เปลี่ยนเพราะต้องการความเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นวิธีการที่บริษัทธุรกิจใช้กันอยู่เป็นปกติ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนก็คือชื่อ "ชิน คอร์ปอเรชั่น" ที่ใช้มาร่วมๆ 20 ปี ก็ไม่ได้เป็นชื่อแรกและดั้งเดิมของบริษัท ตรงกันข้ามกลับเป็นชื่อที่ผ่านการปรับเปลี่ยนมาแล้วถึง 2 ครั้ง
"ชื่อแรกสุดที่ใช้คือ เอสซี เมื่อมีการปรับเปลี่ยนธุรกิจเพิ่มเติมก็เปลี่ยนใหม่ กลายเป็น เอสซีแอนด์ซี เพิ่มคำว่า คอมพิวเตอร์เข้าไปด้วย แล้วก็มีการเปลี่ยนอีกครั้งกลายเป็น ชิน คอร์ป.อย่างที่คุ้นกัน"
เหตุผลถัดมา คุณสมประสงค์บอกว่า เปลี่ยนหนนี้ เป็นการเปลี่ยนเพื่อแสดงความเป็น "สากล" มากยิ่งขึ้น เข้าใจง่ายและสัมผัสได้มากขึ้นในมุมมองของคนต่างชาติ สะท้อนถึงความต้องการสร้างความหลากหลายในการลงทุนทำธุรกิจมากขึ้น ไม่จำกัดอยู่เฉพาะในประเทศไทย และเไม่จำกัดอยู่แต่เฉพาะในด้าน โทรคมนาคมและมีเดีย ที่เคยเป็นธุรกิจหลัก ของบริษัทมาก่อนหน้านี้
"อินทัช" จะเพิ่มธุรกิจอะไรขึ้นมาอีก? ซีอีโออินทัช ตอบอย่างกว้างๆ ด้วยเหตุผลทางธุรกิจไว้ว่า ส่วนแรกเป็นธุรกิจใหม่ที่เพิ่มเติมขึ้นมาแต่ยังคงเกี่ยวข้องเชื่อมโยงอยู่กับธุรกิจหลักเดิมของบริษัท กับอีกส่วนเป็น "ของใหม่" อย่างแท้จริง
นอกจากจะเปลี่ยนเพื่อขยายขอบเขตธุรกิจแล้ว การปรับเปลี่ยนหนนี้ยังถูกใช้เป็นเครื่องมือในการแสดงภาพลักษณ์ใหม่ที่ "อินทัช" ต้อง การแสดงออกมาให้เห็น
"เราต้องการสื่อถึงภาพลักษณ์ใหม่ที่ให้ความรู้สึกเชิงนามธรรมมากขึ้น นามธรรมที่ว่านั้นห่อหุ้มความสุภาพ อ่อนน้อม ความใกล้ชิด เข้าถึงได้ง่ายอยู่ด้วยในตัว" คุณสมประสงค์บอก
พร้อมกับชี้ให้เห็นว่า "สัญลักษณ์" ใหม่ของบริษัทจึงมีความพลิ้วไหวอยู่ในตัว มองไปครั้งหนึ่งอาจนึกถึงรอยยิ้มแย้ม แต่มองไปอีกคราวอาจได้ความรู้สึกถึงสายน้ำ ที่ไหลริน นุ่มนวล แต่รุดหน้าอยู่ตลอดเวลา ไม่เคยไหลกลับ
"เราเลือกสีเขียว เพราะนอกจากจะสดใส สดชื่นแล้วยังสะท้อนถึงการเติบโต ผลิใบเติบใหญ่อยู่ตลอดเวลา"
ความหมายล่ะ "อินทัช" หมายความว่าอะไร? ตามความเข้าใจของผมมันหมายถึงการติดต่อ การเชื่อมโยงใกล้ชิดอยู่ตลอดเวลา แต่ดูเหมือนคุณสมประสงค์จะมีอีกความหมายหนึ่ง "มันหมายถึงการเกิดมายิ่งใหญ่ครับ"
ทั้งหมดนี่ไม่เกี่ยวกับการเมืองเลย
"ไม่เกี่ยวเลย ถ้าจะเปลี่ยนชื่อเพื่อล้างการเข้าไปเกี่ยวพันกับการเมือง เราคงเปลี่ยนตั้งแต่ตอนโน้นแล้ว คงไม่รอมาเปลี่ยนตอนนี้ จริงมั้ย?" ยิ่งกว่านั้น คุณสมประสงค์บอกว่า เรื่องการเปลี่ยนชื่อนี้เริ่มคิดและทำกันมาตั้งแต่ 1 ปีก่อนหน้านี้ มีการว่าจ้างบริษัทผู้ชำนาญการให้เสนอรูปแบบสัญลักษณ์และชื่อมาให้เลือก มีการจัดตั้งคณะกรรมการรับผิดชอบในการคัดเลือก ลงเอยด้วยการที่ คณะกรรมการบริหารของบริษัทลงมติตคัด 1 ใน 3 ชื่อในรอบสุดท้าย ก่อนที่จะประกาศเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นทาง การเมือง 1 เมษายนที่ผ่านมา
แม้จะยืนยันว่าบริษัทไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการ เมืองในหลายๆ ด้านอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่คุณสมประสงค์ก็ยอมรับว่า การเมืองเข้ามาพัวพันกับบริษัทตั้งแต่แรกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
"เรา หรือบริษัทอื่นๆ ในธุรกิจนี้อดไม่ได้หรอกครับที่จะถูกมอง ถูกวิพากษ์วิจารณ์ หรือลงความเห็นว่ายุ่งเกี่ยวกับการเมือง เพราะนี่เป็นธุรกิจที่รับสัมปทานจากรัฐ แต่เราไม่ได้นำการเมืองมาเป็นปัจจัยในการดำเนินงานแน่นอน"
แต่การถูกมองหรือวิพากษ์วิจารณ์ว่า "มีเอี่ยว" ในทางการเมือง ทำให้ต้อง "ระมัด ระวัง" เป็นพิเศษด้วยเช่นกัน
คุณสมประสงค์บอกว่า นั่นทำให้ที่นี่มี "หลักการ" ในการทำงานทุกเรื่องที่ชัดเจน ตรวจสอบได้ และไม่เอาอารมณ์ ความรู้สึกมาเป็นที่ตั้ง เอาข้อมูลหลักฐานมากองกันไว้ แยก แยะให้ออกว่าอันไหนคืออารมณ์
อันไหนเป็นความรู้สึก อันไหนเป็นข้อเท็จจริง แล้วใช้ข้อเท็จจริงนั้นเป็นฐานในการทำงานอย่างมืออาชีพ ทำตามหน้าที่ ตามตำแหน่งและภาระรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายจากพื้นฐานข้อเท็จจริงเหล่านั้น
ที่สำคัญคือต้องเป็นไปตาม "มาตรฐานของธรรมาภิบาล" ที่จับต้องได้แน่นอน เพราะเคยได้รับรางวัลบริษัทดีเด่นมาแล้วหลายครั้งจากหลายสถาบันรวมทั้ง "เดอะ เบสต์ เอมพลอย เยอร์" ในครั้งล่าสุดนี้ด้วย
การเมืองสำหรับที่นี่ เป็นเรื่องส่วนบุคคล เป็นสิทธิและหน้าที่ของแต่ละคนในฐานะคนไทย คุณสมประสงค์บอกอย่างนั้น แต่ต้องไม่นำมาเกี่ยวข้องกับบริษัท ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายกับบริษัท
"ใครจะเอาโน้ตบุ๊กที่นี่ไปช่วยหาเสียง-ทำไม่ได้ครับ" ซีอีโออินทัชสรุปพร้อมรอยยิ้ม
(เรื่อง ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์ pairat@matichon.co.th )
ที่มา.ประชาชาติธุรกิจ
**************************************
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น