--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ยิ่งลักษณ์.. หาเสียงทุ่งกุลาฯ อ้อนเป็นนายกฯ กุลาจะไม่ร้องไห้ !!?


"ยิ่งลักษณ์" หาเสียงทุ่งกุลาร้องไห้ อ้อนหากเป็นนายกฯ "กุลาจะไม่ร้องไห้" อีกต่อไป ชูนโยบาย ผันแม่น้ำ 25 สาย ไอเดียเก๋ แต่งเวทีแบบลูกทุ่ง
ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อลำดับหนึ่ง พรรคเพื่อไทย ได้ขึ้นเวทีปราศรัย ที่ทุ่งกุลาร้องไห้ อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด ว่า วันนี้ตนได้มาพบพี่น้องหลายอำเภอ ก่อนอื่นขอแนะนำตนเองว่าชื่อ "ปู" เป็นน้องสาวคนเล็กของ พ.ต.ท.ทักษิณ และ พ.ต.ท.ทักษิณ
ฝากมาบอกว่าคิดฮอดพี่น้องทุกคน และจากการสอบถามพบว่า ถนนที่ตัดเข้ามายังสถานที่ปราศรัยนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนอนุมัติ และ พ.ต.ท.ทักษิณ เคยเล่าให้ฟังว่าเคยมาหาเสียงที่ทุ่งกุลาร้องไห้ เหนื่อยสายตัวแทบขาด แต่มีผู้เฒ่ามาขอให้เป็นนายกของคนจน จึงเป็นแรงให้ พ.ต.ท.ทักษิณแก้ปัญหาความยากจน ตนเป็นน้องสาวจึงอยากสานต่อนโยบาย และทราบว่าทุ่งกุลาร้องไห้มีปัญหาภัยแล้งทำให้ทำนาได้น้อย ซึ่งนโยบายของพรรคเพื่อไทย จะเชื่อมแม่น้ำ 25 สาย ให้ผ่านทุ่งกุลาร้องไห้
"ข้าวหอมมะลิของทุ่งกุลาร้องไห้เป็นข้าวที่ดีที่สุดในโลก หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล กุลาจะไม่ร้องไห้ต่อไป" น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากปราศรัยจบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ลงจากเวที ซึ่งมีประชาชนได้เข้ามาห้อมล้อมขอถ่ายรูปและจับไม้จับมือ บางคนได้นำพวงมาลัยมาคล้อง ทั้งนี้ประชาชน ก็ต่างพูดชมน.ส.ยิ่งลักษณ์ ต่างๆนานา อิทิ "ตัวจริงสวยจังเลย" "เดี๋ยวจะเอาความสวยเข้าแข่ง" "ไม่เอาแล้วนายกฯคนหล่อ ไข่เป็นกิโลไม่เอาแล้ว" ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ยิ้มแย้มตลอดเวลา และไม่แสดงอาการเหนื่อยแม้ว่าอากาศที่บริเวณนั้นจะค่อนข้างร้อนก็ตาม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับเวทีปราศรัยที่ทุ่งกุลาร้องไห้จะมีความแตกต่างจากเวทีอื่น เพราะที่อื่นจะมีเพียงป้ายผ้าและมีเก้าอี้ แต่เวทีแห่งนี้จะตบแต่งด้วยกองฟาง และ เครื่องมือทำมาหากินของเกษตรกร เช่น เอาแหมาขึงเป็นฉากหลัง นำไซดักปลามาตั้ง นำแคร่มาประดับ ทำให้เวทีดูเป็นเวทีเพื่อเกษตรกร โดยในวันนี้มีผู้สนใจมาร่วมรับฟังเป็นจำนวนมากประมาณ 2,000 คน
ทั้งนี้เมื่อเสร็จสิ้นการปราศรัย น.ส. ยิ่งลักษณ์ ก็ได้เดินทางโดยรถตู้ มายัง อ.เมืองร้อยเอ็ด เพื่อเตรียมตัวขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ ที่ บึงผลาญชัย ต่อไป

ที่มา.กรุงเทพธุรกิจ
///////////////////////////////////////

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น