"มาร์ค" แจงสื่อมวลชนต่างประเทศ บอกไม่ได้พยายามคุมสื่อนอกไม่ได้มีเจตนาปิดประชาไททั้งเว็บ ชี้รัฐบาลใช้คำ ‘ก่อการร้าย’ ตามกฎหมายอาญาและตามนิยามกฎบัตรสหประชาชาติ
29 พ.ย. 53 - นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานแถลงข่าวแก่สื่อมวลชนต่างประเทศ พร้อมตอบข้อซักถามเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองไทย ณ ตึกสันติไมตรีหลังนอก ทำเนียบรัฐบาล สรุปสาระสำคัญ ดังนี้
นายกรัฐมนตรีตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ได้ตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลไม่มีความคืบหน้าในการสร้างความปรองดอง โดยกล่าวว่า แม้รัฐบาลได้พยายามเสนอแผนการปรองดองมาหลายครั้ง แต่ได้รับการปฏิเสธจากกลุ่มผู้ชุมนุมมาตลอด ดังนั้น จึงไม่ใช่ฝ่ายรัฐบาลที่ทำให้แผนการดังกล่าวไม่คืบหน้า พร้อมยังได้ย้ำถึงการรักษาความสงบเรียกร้อย โดยเชื่อว่า กลุ่มที่ต้องการใช้ความรุนแรงเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น ดังนั้น ในการดำเนินการสืบสวนสอบสวนและจับกุมผู้กระทำความผิด จึงจำเป็นต้องแยกแยะผู้ที่ใช้ความรุนแรงออกจากผู้ที่มาชุมนุมอย่างสงบ
กรณีการปรับคณะรัฐมนตรี ผู้สื่อข่าวได้ระบุว่ามีผู้ที่เคยมีส่วนร่วมกับกลุ่มคนเสื้อเหลือง หรือ กลุ่มพันธมิตรฯ ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า กลุ่มพันธมิตรฯ ก็อยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกับกลุ่ม นปช. ทั้งนี้ ขณะเกิดเหตุ เผาทำลายห้างสรรพสินค้าและสถานที่ต่างๆ ผู้สื่อข่าวได้กล่าวว่า รัฐบาลขาดการวางแผนรับมือที่ดีพอ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวยอมรับว่า การดำเนินงานของหน่วยกู้ภัย หรือ หน่วยดับเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก
นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า สำหรับความร่วมมือกับตำรวจสากลในข้อกล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น ต้องรอให้มีการจับกุมถึงจะดำเนินการส่งตัวกลับประเทศไทยมาดำเนินคดีได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางฝ่ายรัฐบาลก็กำลังอยู่ในระหว่างการประสานงาน ส่งข้อมูลให้กับหน่วยงานตำรวจสากล
ต่อคำถามที่ว่า รัฐบาลไทยได้มีความพยายามที่จะควบคุมสื่อมวลชนต่างประเทศมากกว่าสื่อมวลชนไทย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่เป็นความจริง รัฐบาลเพียงแต่ได้แจกเอกสาร เพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจเท่านั้น ไม่ได้เป็นการต่อว่าสื่อต่างประเทศแต่ประการใด
ด้านการท่องเที่ยวนั้น นายกรัฐมนตรียืนยันว่า คนไทยส่วนใหญ่มีความรักสงบ และพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ มาท่องเที่ยวในไทย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยืนยันให้เห็นถึงน้ำใจของทุกฝ่าย และความสามารถของคนไทย ที่ได้ออกมาร่วมกันทำความสะอาดบ้านเมือง แต่ยอมรับว่า การเยียวยาและสมานบาดแผลทางจิตใจจำต้องใช้ระยะเวลา
กรณีการเข้ากระชับพื้นที่นั้น นายกรัฐมนตรียืนยันต่อสื่อมวลชนว่า ทหารปฎิบัติต่อกฎในการดำเนินการกระชับพื้นที่ ตามหลักสากล มีการดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอน ตั้งแต่การยิงปืนขึ้นฟ้า การใช้กระสุนยาง กรณีอาจารย์สุธาชัย ฯ จะมีการตรอบสอบเอกสารหนังสือที่เขียนก่อนว่า เป็นไปในเชิงวิชาการหรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลไม่มีหลักฐานเรื่องโม่งดำที่ก่อความรุนแรง นายกรัฐมนตรีเผยว่า รัฐบาลได้มีการจับกุมบุคคลดังกล่าวไปแล้วบางส่วน และได้ดำเนินคดีไปบ้างแล้ว พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรียังได้อธิบายนิยามความหมายของ ‘การก่อการร้าย’ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายอาญาไทยและตามกฎบัตรสหประชาชาติ
ผู้สื่อข่าวยังคงถามต่อไปว่า อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ฯ เป็นอุปสรรคต่อการปรองดองหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวยอมรับว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ฯ คือ อุปสรรคสำคัญ แต่อยากให้ทุกฝ่ายทั้งผู้ชุมนุมและผู้ต่อต้าน มองข้ามปัญหาของคน ๆเดียว สู่การปรองดองในชาติ การเลือกตั้ง จำต้องตอบสนองต่อจุดประสงค์ คือ ไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมกับการเลือกตั้ง สำหรับการแสดงความรับผิดชอบนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า หากต้องการสร้างความรุนแรง คงไม่มีการไปนั่งเจรจาอย่างที่เป็นอยู่ และหากองค์กรตรจสอบ เช่น ปปช. วินิจฉัยว่าตนผิดในการสลายการชุมนุม ก็พร้อมแสดงความรับผิดชอบ เพราะจริงๆ ตนเองเข้ามาทำงานทางการเมือง เพื่ออยากพัฒนาประชาธิปไตย กรณีการเขียนข้อความแสดงความคิดเห็นผ่านทางอินเตอร์เน็ต รัฐบาลไม่ได้ห้ามประชาชนแสดงความคิดเห็น แต่ก็ต้องมีการตรวจสอบเว็บไซต์หรือสิ่งพิมพ์ที่มีการดำเนินการอย่างเป็นระบบที่มีเป้าหมายทำลายล้างทางการเมือง
ตอนหนึ่งของการให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ ผู้สื่อข่าวเอพีถามนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีว่า ทำไมจึงยังมีการ บล็อคเว็บไซต์ประชาไท ขณะที่สถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีที่กำกับ โดยรัฐ ซึ่งแพร่กระจายความเกลียดและความกลัวยังคงออกอากาศได้อยู่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า การถกเถียงในเว็บบอร์ดอาจจะมีเนื้อหาที่เข้าข่าย หมิ่นประมาท อย่างไรก็ตาม เห็นว่าไม่ควรมีการบล็อคทั้งเว็บไซต์ และเข้าใจว่ามีการปลดบล็อคไปแล้ว อย่างไรก็ตามรับว่าจะติดตามเรื่องนี้ ให้
ที่มา.ประชาไท
************************************************
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น